IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate KruMontree.com IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate
IsanGate   IsanGate

นาฏศิลป์และการร่ายรำ

ฟ้อนเลียนกิริยาสัตว์

ศิลปะทุกแขนงล้วนมีรากฐานมาจากธรรมชาติ การฟ้อนซึ่งเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ก็อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเช่นเดียวกับศิลปะแขนงอื่นๆ โดยเฉพาะศิลปะการแสดงของภาคอีสาน ทั้งในด้านดนตรีและนาฏศิลป์ โดยทั่วไปสัตว์แต่ละชนิด จะมีอาการที่น่าสนใจแตกต่างกัน บางชนิดจะมีลักษณะท่วงท่าสง่างาม บางชนิดมีลักษณะแช่มช้อย บางชนิดคึกคักเข้มแข็ง ดังนั้นจึงเกิดมีระบำ รำ เต้น ของไทยหลายชุด ที่ได้นำกิริยาอาการของสัตว์เหล่านั้น มาเป็นชุดการแสดงขึ้น เช่น ระบำไก่ ระบำนกเขา ระบำครุฑ ระบำเงือก ระบำบัยเทิงกาสร ระบำกุญชรเกษม ระบำมยุราภิรมย์ เป็นต้น เฉพาะการฟ้อนเลียนกริยาอาการของสัตว์ในภาคอีสานนั้น มีการแสดงอยู่เพียง 2 ชุด ได้แก่

กะโน้บติงต๊อง dกะโน้บติงต๊อง

กะโน้บติงต๊อง เป็นการแสดงของชาวจังหวัดสุรินทร์ คำว่า กะโน้บติงต๊อง เป็นภาษาถิ่นของชาวอีสานใต้ แปลว่า ตั๊กแตนตำข้าว กะโน้บติงต๊องเป็นการละเล่นที่ให้ความสนุกสนานด้วยลีลาที่เลียนแบบมาจากการกระโดดหรือการโยกตัวของตั๊กแตน ท่าเต้นแต่ละท่าจะใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา เอว ท่าเต้นจะแสดงลีลาการเกี้ยวพาราสีระหว่างตั๊กแตนตัวเมียและตัวผู้ ลักษณะการละเล่นจะเป็นการเล่นเป็นหมู่ เป็นกลุ่มยิ่งผู้แสดงมากยิ่งเพิ่มความสนุกมากขึ้น

การเต้นกะโน้บติงต๊อง เกิดขึ้นจากความบันดาลใจของนายเหือน ตรงศูนย์ดี ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านรำเบอะ ตำบลไพล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ มีอาชีพทำนา วันหนึ่งขณะที่นายเหือนเดินตรวจดูต้นข้าวในนาได้นำเอาอีจู้ไปดักปลาด้วย ขณะที่นั่งพักได้สังเกตเห็นตั๊กแตนทำตัวโยกไปโยกมา เหมือนกำลังเต้นระบำ สักครู่ก็หยุดแสดงท่าทีคุยกันหรือเกี้ยวกัน จากการเฝ้าสังเกตในครั้งนี้จึงได้นำภาพที่เห็นมาเป็นแรงบันดาลใจฝึกเด็กๆ ในหมู่บ้านให้เต้นเลียนแบบท่าเต้นของตั๊กแตน จนเป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ในหมู่บ้าน ต่อมาราวปี พ.ศ. 2473 นายยันต์ ยี่สุ่นศรี ครูใหญ่โรงเรียนบ้านโพธิ์ทอง ตำบลไพล ได้นำท่าเต้นมาดัดแปลงเพิ่มเติมให้มีลีลาสวยงามยิ่งขึ้น และครูสมพงษ์ สาคเรศ ได้แต่งเนื้อเพลงประกอบการเต้น และก็ได้มีการประดิษฐ์เครื่องแต่งกายให้มีความสวยงามยิ่งขึ้น

กะโน้บติงต๊อง
ภาพประกอบจาก http://www.isan.clubs.chula.ac.th

เครื่องแต่งกาย การแต่งกายจะใช้สีเขียวเช่นเดียวกับสีของตั๊กแตนมีลักษณะคล้ายชุดหมี ติดปีกสีเขียวขนาดใหญ่ ส่วนศีรษะจะทำด้วยกระดาษทาสีและตกแต่งให้คล้ายกับหัวของตั๊กแตนจริงๆ ตั๊กแตนตัวเมียมีกระโปรงทำให้แยกได้ว่าตัวไหนตัวผู้หรือตัวเมีย

เครื่องดนตรี ดนตรีที่ใช้ในการเล่นกะโน้บติงต๊อง ได้แก่วงมโหรี ซึ่งมีเครื่องดนตรีประกอบด้วย ซอ กลองกันตรึม ปี่สไล และเครื่องกำกับจังหวะได้แก่ กรับและฉิ่ง แต่เดิมนิยมเล่นในเทศกาลประจำปีหรืองานรื่นเริงต่างๆ ทั่วไป หรือจะเล่นเวลาใดก็ได้มิได้มีการจำกัด ปัจจุบันการเต้นกะโน้บติงต๊องนับเป็นการแสดงที่มีชื่อเสียงของชาวอีสานใต้

บทร้องที่ใช้ประกอบการเต้นกะโน้บติงต๊องนั้นไม่ได้จำกัดลงไปว่าจะต้องมีเนื้อร้องอย่างไร จะขึ้นอยู่กับผู้ร้องว่าจะร้องเรื่องใด ทั้งนี้เพราะใช้ด้นกลอนสด บางครั้งก็ร้องให้เนื้อหาเข้ากับงานที่แสดง ส่วนใหญ่เนื้อร้องจะเป็นเชิงเกี้ยวพาราสี ตัดพ้อต่อว่ากันระหว่างชายและหญิง ตัวอย่างบทเพลงกะโน้บติงต๊องที่ร้องมาแต่เดิมและยังนิยมกันอยู่ในปัจจุบัน (บทร้องเป็นภาษาเขมร) มีดังนี้

เนื้อเพลงประกอบการแสดงกะโน้บติงต๊อง
            โอกะโน้บติงต๊อง ซองซารบอง เอยชี เซลอะราไซ (ซ้ำ)
กะมม มมมูย มมมูย กำเล้าะแบ็ย โอสะระกาแถวเอย ทมโตวบานระนา
            โอกะโน้บติงตีอง ซองซารบองเอยชี เซลอะอังกัญ (ซ้ำ)
กะมม มมมูย มมมูย แดลมองขวัญ โอสระกาแกวเอย ทมโตวบาบานกี่
            เบอมานโมกมอง ซองซารบองเอย ตระกองออมสะตูย(ซ้ำ)
ทะออมันออย มันออยเซร็ย เนียงปรูย โอสระกาแกวเอย ประบากยากกรอ
            โอสราเน้าะแมอสกร็อม ซองซารบองเอย จากล็อมนึงเซาะ (ซ้ำ)
ทะออเปรียงบอง เปรียงมองเวียอาเกร้าะ โอสระกาแกวเอย กำเล้าะแบ็ยดอง
            โอกาเล้าะเซงาะก็ ซองซารบองเอย กำเล้าะมาเนียะมานอง (ซ้ำ)
ทะออกำเล้าะ กำเล้าะโคจดลูนบอง (ซ้ำ) โอสระกาแกวเอย เบ็ยดอกแตแอง
            ทะออสราเน้าะคลูนล็อน ซองซารมองเอย ซลาเน้าะคลูล็อน (ซ้ำ)
ทะออดลูนมอง คลูนม็องอ็อดปราบ็วน (ซ้ำ) โอสระกาแก้วเอย ตนำบายโฮบแอง
            โไดบองเตียงนำ ซองซารบอง เอย ตึกเพะนกโฮรละแฮง (ซ้ำ)
ทะออตนำบาย ตะนำบายโฮบแอง โอสระกาแก้วเอย กำแปลงนึงเคนย

กะโน้บติงต๊อง

Click to TOP

 

ฟ้อนแมงตับเต่า
ภาพประกอบจาก http://www.isan.clubs.chula.ac.th
dฟ้อนแมงตับเต่า

หมอลำแมงตับเต่า เป็นหมอลำหมู่ที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งการแสดงของหมอลำแมงตับเต่าจะมีการลำแบบตลกคะนอง การลำแมงตับเต่าจะใช้ผู้แสดงเป็นชายล้วน สาเหตุที่เรียกหมอลำที่ขับลำทำนองนี้ว่า หมอลำแมงตับเต่า นั้นคงเรียกตามคำร้องของบทกลอนที่มักจะขึ้นต้นว่า แมงตับเต่า เช่น

แมงตับเต่าแมงตับเต่า

"เต่า เล่า เตา เล่า เต่า เล่า เตา แมงตับเต่าแมงเม่าขี้หมา จับอยู่ฝาแมงมุมแมงสาบ จับซาบลาบแมงหวี่แมงวัน อัศจรรย์แมงวันแมงหวี่ ตอมตาตี่เด็กน้อยนอนเว็น.... "

ดังนั้นจึงนิยมเรียกว่า หมอลำแมงตับเต่า และทำนองลำ หรือดนตรีประกอบการลำนั้นก็เรียกว่า "ทำนองแมงตับเต่า" ซึ่งในการลำแมงตับเต่านั้น หมอลำแมงตับเต่าจะใช้ไม้กับแก๊บประกอบการลำและการฟ้อน

เครื่องแต่งกาย ผู้ชายนิยมนุ่งผ้าโสร่งพื้นบ้านอีสาน สวมเสื้อม่อฮ่อม มีผ้าขาวม้าคาดเอวและโพกศีรษะ การฟ้อนแมงตับเต่าดั้งเดิมนั้นจะฟ้อนโดยเน้นที่ลีลาของการขยับกับแก๊บ ส่วนการฟ้อนแมงตับเต่าในปัจจุบันเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นหลายสถาบัน

การฟ้อนแมงตับเต่าของวิทยาลัยนาฏศิลป์ร้อยเอ็ด การแต่งกายจะให้คล้ายกับแมงตับเต่า สวมปีกและหัว ท่าฟ้อนจะเป็นการเกี้ยวพาราสีของแมงตับเต่าตัวผู้และตัวเมีย

การฟ้อนแมงตับเต่าของวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ จะแต่งตัวคล้ายกับหมอลำแมงตับเต่าคือนุ่งโสร่งสวมเสื้อม่อฮ่อม ส่วนผู้หญิงจะสวมเสื้อแขนกระบอกคอกลม นุ่งซิ่นพื้นเมือง ห่มสไบพับทบกลางทิ้งชาย 2 ชายด้านหลัง

เครื่องดนตรี ใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน (พิณ โปงลาง แคน ฯลฯ) ลายแมงตับเต่า

เนื้อเพลงแมงตับเต่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่าขอไว้วันทา ไหว้ครู ไหว้บาของเฮาแต่เก่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่านำท่งนำนา มาเฮามาเล่นแมงตับเต่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่ายุคพัฒนา มาเฮามาเล่นแมงตับเต่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่าไผว่าสีหยัง มันเป็นตะซังคือแมงตับเต่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่าถึงว่าสีดำ อย่างลูกปะคำเห็นเป็นของเก่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่ามีอยู่จักขา พอมันบินมาจักขาเท่าเฮา
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่ามีอยู่หกขา ถ้ามันบินมาจักขาคือเก่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่าโตผู้นอนหงาย ก็มันกินแมงตายทั้งเหม็นทั้งเน่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่าโตแม่นอนหงายก็บ่ก้มบ่เงย คือแมงตับเต่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่าออกลูกทางใด ก็ยังสงสัยคือแมงตับเต่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่าบ่ต้องสงสัยตัวใดบินไวมันก็ออกลูกทางเก่า
            เอ่า เฮา เอ้า เฮา เอ่า เฮา เอา แมงตับเต่าขอสั่งของ ลากลับลงมาหาหนองคือเก่า

Click to TOP

BACK       

 

Home ภาษาอีสานวันละคำ ผญา สุภาษิต อักษรโบราณอีสาน ธรรมะจากหลวงพ่อ ไปเอาบุญบ้านเฮา มาม่วนซื่นโฮแซว มาม่วนซื่นโฮแซว แผนผังเว็บไซต์