นาฏศิลป์และการร่ายรำ

ฟ้อนศิลปาชีพ
d เรือมกลอเดียล (ระบำเสื่อ)

อาชีพทอเสื่อเป็นอาชีพเสริมอย่างหนึ่งของชาวอีสาน ซึ่งรวมทั้งอีสานเหนือและอีสานใต้ ทางอีสานเหนือที่มีการทอเสื่อกันแพร่หลายก็ได้แก่ที่ บ้านแพง อำเภอโกสุมพิสัย และบ้านท่าสองคอน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ส่วนทางอีสานใต้ที่หมู่บ้านโคกเมือง อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหมู่บ้านที่ได้รับยกย่องว่าทอเสื่อได้สวยที่สุดในเขตอีสานใต้ ทางภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูบุรีรัมย์เห็นว่าเป็นรูปแบบที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นการดึงเอาอาชีพพื้นบ้านมาจัดแสดงในรูปแบบของการฟ้อนประกอบดนตรีพื้นเมืองของอีสานใต้ คือ วงกันตรึม

การย้อม และทอเสื่อกก

เครื่องแต่งกาย ฝ่ายหญิงนุ่งซิ่นพื้นเมืองของอีสานใต้ สวมเสื้อแขนกระบอกคอกลม ห่มสไบทับ ผมเกล้ามวยติดดอกไม้ ฝ่ายชายนุ่งกางเกงขาสามส่วน สวมเสื้อคอกลมใช้ผ้าขาวม้าคาดเอว และสวมหมวก

อุปกรณ์การแสดง เสื่อผืนเล็กๆ ซึ่งเขียนชื่อย่อของวิทยาลัยครูบุรีรัมย์

เครื่องดนตรี ใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสานใต้คือ วงกันตรึม ใช้เพลงชื่อว่า แฮเนี๊ยก (แห่นาค) ซึ่งมีจังหวัดคล้ายๆ ทำนองเซิ้งของอีสานเหนือ

 

 

d เซิ้งสาวย้อต่ำสาด

ชาวย้อ เป็นชนกลุ่มน้อยกลุ่มหนึ่งที่อาศัยกระจายทั่วไปในจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสาน เช่น ในจังหวัดนครพนม อุดรธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร และสกลนคร ชาวย้อในจังหวัดสกลนคร นอกจากจะมีอาชีพในการทำไร่ทำนาแล้ว ยังมีการทอผ้าและทอเสื่อไว้ใช้ในเวลาว่างจากการทำไร่นา ทางภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูสกลนคร จึงประดิษฐ์ชุดฟ้อน "เซิ้งสาวย้อต่ำสาด" ขึ้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิธีการต่างๆ ในการต่ำสาด หรือการทอเสื่อ

การปลูก เก็บเกี่ยว ต้นกก

เครื่องแต่งกาย ผู้แสดงเป็นหญิงล้วนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป โดยแต่งกายแบบชาวย้อคือ นุ่งซิ่น มัดหมี่ทบชายข้างหนึ่ง ใช้ผ้าขาวม้าห่มแบบผ้าแถบ ผมเกล้ามวย

เครื่องดนตรี ใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน ใช้เพลงชื่อว่า เพลงตังหวาย และเพลงเต้ยหัวโนนตาล

ลำดับขั้นตอนการแสดง เริ่มตั้งแต่สาวชาวย้อชวนกันออกไปหาต้นกกหรือต้นผือ เมื่อได้แล้วจะแบกกกกลับบ้าน นำมาซอยกก แล้วนำกกไปตาก เมื่อกกแห้งได้ที่ก็นำไปย้อมสี แล้วจึงนำไปทอหรือต่ำสาด เมื่อได้เป็นผืนแล้วก็จะนำไปตัดริมให้เรียบ


Previous Home Next