 |
รำปั้นหม้อ |
ชาวบ้านหม้อ ตำบลเขวา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่นครราชสีมา โดยอาศัยอยู่แถบบริเวณอำเภอพิมาย อำเภอบัวใหญ่ อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ประกอบอาชีพค้าขายสินค้าประเภทผ้าแพร ถ้วยชาม และเครื่องปั้นดินเผา ได้เดินทางมาขายที่จังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม พบว่าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดมหาสารคามมีหนองน้ำและดินดิบมากมาย จึงมาตั้งรกรากที่นี่ ได้ทำการปั้นหม้อและเครื่องมือเครื่องใช้ดินเผาอื่นๆ เช่น ครก ถ้วย ฯลฯ ปรากฏว่ามีผู้นิยมกันมากจนทำให้มีชื่อเสียง จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านหม้อ"
อุปกรณ์ในการปั้นหม้อมีดังนี้ ดินเชื้อ ดินดิบ แกลบ น้ำ ไม้กลิ้ง ไม้ตีราบ ไม้สักลาย หินดุ ครกหรือแท่นไม้ หนังควาย ถุงพลาสติก เขิงหรือตะแกรง ค้อนทุบดิน อ่างใส่น้ำเวลาปั้นและครกมอง
ขั้นตอนการปั้นหม้อ
- จัดทำดินเชื้อ โดยใช้ดินเหนียวมาทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน ผสมกับแกลบในอัตราส่วนเท่ากัน เคล้าให้เข้ากันปั้นเป็นก้อนขนาดพอเหมาะ นำไปตากให้แห้งแล้วจึงนำไปเผาไฟ หลังจากทิ้งไว้ 2 วันก็นำดินเชื้อมาตำให้ละเอียดโดยใช้ครกมอง
- นำดินดิบมาทุบด้วยค้อนให้เป็นก้อนเล็กๆ ตากแดดให้แห้งพอหมาดๆ นำไปแช่น้ำพอดินอมน้ำก็นำไปทุบให้แตกแล้วย่ำดินดิบผสมกับดินเชื้อ ย่ำบนหนังควาย กระสอบหรือเสื่อรำแพน
- เมื่อนวดดินจนเข้ากันดีแล้วก็นำมาปั้นเป็นเบ้าคือ การหล่อเป็นแท่งใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับขนาดของหม้อ
- ทิ้งไว้พอหมาดๆ แล้วนำมาสวีปากและส่วนคอของหม้อโดยการนำใบสับปะรดซึ่งต้มและขูดเปลือกเขียวๆ ออก ซึ่งจะมีลักษณะเกลี้ยงจะได้ลื่นสะดวกในการสวีปากหม้อ โดยนำใบสับปะรดทาบลงบนปากหม้อ จับสองมือเดินหมุนไปรอบหม้อ
- สวีเสร็จก็นำไปตากแดดพอหมาดๆ จึงนำเบ้ามาตีด้วยไม้ตีราบ และใช้หินดุดันไว้ด้านใน ตีเป็นรูปร่างหม้อจนสมบูรณ์
- นำไปสักลายโดยใช้ไม้สักลายบริเวณคอหม้อ นำไปตากแดดให้แห้งรอการเผา
- การเผาของชาวบ้านหม้อ นิยมเผาง่ายๆ ในที่โล่งทั่วๆ ไป มีแดดส่องถึงโดยนำหลักกองเตามาวางเรียงกันจัดระยะห่าง เพื่อวางเป็นฐานสำหรับวางฟืนและฟาง นำหม้อที่จะเผาไปวางบนกองฟืน โดยคว่ำปากหม้อลงจุดไฟทางด้านล่างใช้เวลาเผาประมาณ 30 นาที
รำปั้นหม้อจึงได้แนวคิดจากวิธีการปั้นหม้อ ซึ่งมีเอกลักษณ์และยังคงวิธีการอันดั้งเดิม ซึ่งแตกต่างจากการปั้นหม้อสมัยใหม่ และในปัจจุบันยังคงทำสืบต่อกันมาจนทุกวันนี้ ทางวิทยาลัยคณาสวัสดิ์ โดยอาจารย์สนอง จิตโคกกรวด และอาจารย์พัชราภรณ์ จันทร์เหลือง จึงได้ประดิษฐ์ชุดรำปั้นหม้อขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนของอาชีพที่ควรอนุรักษ์ไว้ของชาวมหาสารคาม
เครื่องแต่งกาย ฝ่ายชายจะใส่เสื้อม่อฮ่อมกางเกงขาก๊วย ใช้ผ้าขาวม้าคาดเอว ฝ่ายหญิงจะนุ่งโจงกระเบนสีพื้น ใช้ผ้าขาวม้ารัดอกและโพกศีรษะ ซึ่งเป้นลักษณะการแต่งกายของชาวโคราชเดิม
เครื่องดนตรี ใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน โดยใช้ลายลำเพลิน
ลำดับขั้นตอนของการแสดง ขบวนการฟ้อนเริ่มจากการที่ชายหนุ่มไปขนดินมาให้ฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงจะเริ่มกระบวนการปั้นจนให้เป็นรูปหม้อ และฝ่ายชายจะนำฟืนมาเพื่อเตรียมเผาหม้อ ในระหว่างที่รอให้เผาหม้อให้เรียบร้อยจะมีการเกี้ยวพาราสีกัน
 |
ระบำปั้นหม้อ |
ระบำปั้นหม้อนี้ทางภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูสุรินทร์ได้จัดทำขึ้นเป็นชุดฟ้อน โดยนักศึกษาระดับปริญญาตรี อคป. รุ่น 7 ได้เขียนขึ้นเป็นวิทยานิพนธ์ เดิมเป็นลีลาท่วงทำนองสำเนียงลาว ทางภาควิชานาฏศิลป์จึงได้นำมาปรับปรุงให้เป็นสำเนียงเขมรสุรินทร์ให้เหมาะสมกับอาชีพของชาวบ้านใหม่ ตำบลคอโด อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
ลำดับขั้นตอนการแสดง ท่าฟ้อนเริ่มตั้งแต่การขุดดิน นำดินมาร่อน นำดินมานวดจนได้ที่แล้วจึงนำมาปั้นขึ้นเป็นรูปหม้อเสร็จแล้วเขียนลายปากหม้อ นำหม้อไปเผาจนดินสุก เมื่อดินแกร่งจึงนำไปจำหน่ายและใช้สอยต่อไป
|