นาฏศิลป์และการร่ายรำ

ฟ้อนศิลปาชีพ
d รำบ้านประโดก

บ้านประโดก ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงมากในเรื่องทำขนมจีน ซึ่งมีเส้นเหนียวและน้ำยาหอมรสกลมกล่อม และน้ำยาบ้านประโดกก็แตกต่างจากที่อื่นคือ แทนที่จะนำเครื่องแกงสดมาโขลกทันที แต่กลับนำเอาไปต้มให้สุกก่อนจึงจะนำมาโขลกให้ละเอียด ส่วนทางภาคกลางนิยมต้มเครื่องแกงและปลากับน้ำปลาร้าก่อน แต่น้ำยาบ้านประโดกไม่ใส่ปลาร้าจึงต้มเครื่องแกงและปลากับหางกะทิ

การทำเส้นขนมจีนบ้านประโดก มีเครื่องปรุงเส้นขนมจีนคือ ข้าวเจ้า (ใช้ปลายข้าวละเอียด) ประมาณ 10 กิโลกรัม มีวิธีการทำดังนี้

  1. นำปลายข้าวแช่น้ำประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. สงปลายข้าวขึ้นจากน้ำที่แช่ไว้ ใส่ตะกร้าไม้ไผ่ที่สานค่อนข้างถี่
  3. หมักไว้ 3 คืน
  4. เมื่อหมักได้ตามกำหนดแล้ว นำมายีด้วยฝ่ามือพร้อมกับน้ำเพื่อให้ละลายเป็นน้ำแป้ง
  5. นำน้ำแป้งมากรอง เพื่อจะได้น้ำแป้งที่ละเอียดและสะอาดขึ้น
  6. นำน้ำแป้งที่กรองดีแล้วใส่ถุงผ้า แล้วใช้ของหนักทับเพื่อให้น้ำที่ผสมกับแป้งออกเหลือแต่เนื้อแป้ง
  7. เอาเนื้อแป้งมายีให้เป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นก้อนกลมโตพอสมควร (ระยะนี้เรียกว่า ลูกแป้ง)
  8. นำลูกแป้งนั้นลงต้มในน้ำร้อนให้สุกสักครู่หนึ่ง
  9. นำแป้งที่ต้มสุกแล้วมาใส่ครกขนาดใหญ่ (ส่วนใหญ่จะเป็นครกไม้ใช้ตำข้าวตามชนบท เรียกว่า ครกมอง)
  10. โขลกแป้งที่ต้มแล้วจนเหนียวดี แล้วใส่แป้งที่โขลกลงในเครื่องมือที่ใช้บีบโรยเส้นขนมจีน
  11. ต้มน้ำร้อนในหม้อขนาดใหญ่พอสมควร พอน้ำร้อนจัด (แต่ยังไม่ถึงกับเดือดพล่าน เพราะจะทำให้เส้นขนมจีนขาด) ก็โรยเส้นขนมจีนลงในน้ำที่ต้มนั้น
  12. พอเส้นขนมจีนสุก ก็ตักเส้นขนมจีนนั้นแช่ในน้ำเย็นที่เตรียมไว้ หยิบเส้นขนมจีนทำให้เป็นตับ จัดวางเรียงในกระจาด

การรำบ้านประโดก จึงได้แนวคิดมาจากการประกอบอาชีพที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของชาวบ้าน ทางภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูนครราชสีมา จึงได้นำลีลาการประกอบอาชีพโดยประดิษฐ์ท่าฟ้อนแสดงขั้นตอนการทำขนมจีนตั้งแต่การแช่แป้ง โขลกนวดแป้ง โรยขนมจีน แล้วนำไปขายที่ตลาด

เครื่องแต่งกาย ฝ่ายหญิงสวม เสื้อแขนกระบอก ห่มสไบนุ่งซิ่นมัดหมี่ ฝ่ายชายสวม เสื้อคอกลมแขนสั้นนุ่งกางเกงขาก๊วย ใช้ผ้าขาวม้ามัดเอว

เครื่องดนตรี ดนตรีที่ใช้ประกอบการฟ้อนจะใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน

 

d เซิ้งปลาจ่อม

ปลาจ่อม เป็นอาหารชนิดหนึ่งของชาวอีสานซึ่งชาวอีสานส่วนใหญ่เรียกว่า "ส้มปลาน้อย" ปลาจ่อมเป็นอาหารซึ่งประกอบด้วย ปลาตัวเล็ก หมักด้วยเกลือและข้าวคั่ว ใช้เป็นเครื่องจิ้ม ซึ่งอำเภอประโคนชัยได้ชื่อว่า "เมืองข้าวมะลิหอม ปลาจ่อมประโคนชัย" การทำปลาจ่อมส่วนใหญ่นิยมใช้ปลาซิวแก้ว ปลาอีด ลูกปลาช่อน ลูกปลาหมอ เกลือและข้าวคั่ว นิยมใช้ข้าวคั่วป่นที่ทำจากข้าวสารเจ้า

วิธีการทำปลาจ่อม จะนำปลาที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้ากับเกลือให้หมดคาว คนให้เข้ากันหมักทิ้งไว้หนึ่งคืน แล้วนำข้าวคั่วป่นมาเคล้าให้เข้ากับปลาที่หมักไว้ โดยใช้ไม้พายคนให้ทั่วๆ นำไปบรรจุขวดโหล ปิดปากขวดให้มิดชิดด้วยถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ใช้เชือกฟางรัดปากขวดให้แน่นทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน ก็สามารถนำมารับประทานได้

ปลาจ่อมหรือส้มปลาน้อย เป็นอาหารพื้นบ้านอีสานที่รู้จักกันดี ทางศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์จึงได้จัดทำเป็นชุดฟ้อนขึ้น

เครื่องแต่งกาย ฝ่ายหญิงนุ่งซิ่นใช้ผ้าแถบรัดอก สวมหมวก ฝ่ายชายนุ่งกางเกงขาก๊วย สวมเสื้อม่อฮ่อมใช้ผ้าขาวม้าคาดพุง

เครื่องดนตรี ที่ใช้ประกอบการฟ้อนจะใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสานใต้

อุปกรณ์การแสดง อวน (ด่าง) ไซ กระชัง ไห

ลำดับขั้นตอนการแสดง เซิ้งปลาจ่อม เริ่มโดยชายและหยิงนำอวน และไซดักปลา ซึ่งจะได้ปลาที่มีขนาดเล็ก หลังจากนั้นฝ่ายหญิงก็จะนำปลาที่ได้มาทำปลาจ่อม ฝ่ายชายจะเอาไหมาใส่ปลาจ่อมเพื่อหมักไว้จนกว่าจะได้ที่


Previous Home Next