IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate KruMontree.com IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate
IsanGate   IsanGate

เพลงลูกทุ่งและหมอลำ

สุนารี ราชสีมา
  สุนารี ราชสีมา

เสียงเพลง... "กราบเท้าย่าโม" และ "โคราชบ้านเอ็ง" ที่สุนารี ราชสีมา ขับขานเรื่องราวทุกข์ สุข เศร้า ของหนุ่มสาวแห่งท้องทุ่ง บ่งบอกบางสิ่งบางอย่างให้เราทราบได้ว่า นักร้องสาวเสียงทองผู้นี้ ก็เป็นหนึ่งในลูกหลานย่าโม...เมืองโคราช แม้ว่าชีวิตเธอต้องระหกระเหินออกจากบ้านหนองหอย ตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาวดังเปรี๊ยะๆ

ชีวิตที่โลดแล่นอยู่กับคณะดนตรีลูกทุ่งมากว่า 20 ปี ของ สุนารี ราชสีมา เริ่มจากวันที่ก้าวขึ้นเวทีประกวดเสียงร้องตั้งแต่อายุ 13 เพื่อเติมเต็มความความพร่องทางเศรษฐกิจให้ครอบครัว นับว่าน่าสนใจพอดู และจากก้าวนั้นเองที่ทำให้สาวโคราชคนนี้ต้องจากบ้านเกิดมานานเต็มที

สุนารี ราชสีมา ผู้หญิงนิ่งๆ ที่ดูซื่อๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว ในขณะเดียวกันก็ดูอ่อนโยน และใจดี ปนเปไปกับมาดสาวสมัยในเสื้อผ้าแบบเท่ เข้ากันดีกับรูปร่างสูงใหญ่ของเธอ จะมาเล่าถึงเรื่องราวของสาวโคราชอีกคนบนเวทีแห่งชีวิต

สุนารี ราชสีมา เอาคำว่า "ราชสีมา" มาใช้เพื่อให้รู้ว่าเป็นคนโคราชใช่ไหม?

คงอย่างนั้นมั้งคะ เพราะว่าสมัยก่อน คนที่เป็นนักร้องเขาจะใช้ชื่อกันแบบว่า ศรเพชร ศรสุพรรณ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ แสนสุข แดนดำเนิน เหมือนกับว่าเป็นคนจากไหนก็เอาชื่อบ้านเกิด ชื่อจังหวัดมาใช้ อะไรทำนองนี้

ชื่อนี้สุใช้มาตั้งแต่ตอนที่ประกวดในรายการ ชุมทางคนเด่น ก็ไม่รู้นะว่าจะชนะ หรือจะได้เป็นนักร้องจริงๆ กับเขาหรือเปล่า แต่เราอยากเหมือนนักร้องมากที่สุด เลยใช้ชื่อนี้ แล้วจริงๆ ชื่อของสุก็ไม่ใช่ชื่อนี้นะ ชื่อนี้เป็นชื่อที่ขอยืมเพื่อนสนิทมาใช้ เพราะรู้สึกว่าเราชอบ อยากมีชื่อแบบนี้บ้าง พอขึ้นร้องเพลงเลยใช้ชื่อนี้เลย แต่ขนาดว่าเรานามสกุลแบบนี้ ร้องเพลงย่าโม ร้องเพลงที่เกี่ยวกับโคราชตั้งหลายเพลง ยังมีคนเคยมาถามว่าเป็นคนโคราชจริงๆ หรือเปล่า...

ในฐานะที่เป็นชาวโคราชคนหนึ่ง พูดถึงโคราชให้ฟังกันหน่อย

"สุออกจากโคราชมาตั้งแต่อายุ 13 เพราะพอจบ ป.6 พี่สาวก็ไปรับมาทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะที่บ้านมันค่อนข้างจะแล้งน่ะ ทำอะไรไม่ได้ ถ้าจะถามว่ารู้จักที่ไหนบ้างในโคราชนี่บอกได้เลยว่ารู้น้อยมาก นอกจากที่บ้านเกิดแล้วก็ไม่เคยไปไหนเลย"

สุเกิดที่บ้านหนองหอย เป็นหมู่บ้านที่ไกลจากตัวเมืองไปอีก 50 กิโลฯได้ แต่ก่อนอยู่ในอำเภอโนนไทย แต่ปัจจุบันแยกมาเป็นกิ่งอำเภอพระทอง สมัยก่อนที่นั่นลำบากมาก น้ำไฟไม่มี เพิ่งมาเจริญจริงๆ เมื่อสัก 15 ปีก่อนนี่เอง สมัยนั้นจะใช้น้ำต้องเอาปี๊บไปตักน้ำบ่อเข็นใส่รถมาจากหมู่บ้านอื่นไกลๆ

แล้วเชื่อไหมว่ามันแล้งอยู่แต่อีตรงบ้านเรา (หนองหอย) ที่เดียวนะ หมู่บ้านรอบๆ ไม่เห็นมีใครแล้ง ฝนตกเป็นปกติ ญาติพี่น้องที่ตำบลอื่น หมู่บ้านเขามาเยี่ยมไม่เห็นมีใครบ่น แถมมีนั่นนี่หิ้วมาฝากอุดมเชียว ยังสงสัยเหมือนกันว่าทำมั้ย ! (เสียงสูง) ต้องมาเจาะจงที่หมู่บ้าน เคยคิดว่าที่หมู่บ้านมันคงมีตัวแล้งหรือเปล่า และไอ้ตัวแล้งนี่จะเป็นเราซะเองก็ไม่รู้ เพราะพอมากรุงเทพฯแล้วพ่อแม่เล่าว่าก็ไม่แล้งเท่าไหร่นะ แล้วแปลกด้วยตอนหลังนี่มาเป็นนักร้องแล้วกลับบ้านทีไรฝนตกทุกที แม่ยังบอกอีนางมาบ่อยๆ นะลูกมาแล้วฝนตกดี" (หัวเราะขันตัวเอง)

ฝนแล้งอย่างนั้นกระทบความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง?

“มันก็ลำบากเหมือนกัน แต่ลำบากอย่างนั้นมันแค่ไม่ได้กินดีอยู่ดี เทียบกับคำว่าลำบากในกรุงเทพฯ แล้วมันคนละอย่างกัน เพราะคนบ้านนอกลำบากอย่างไรก็ยังมีอยู่มีกิน เราพอหาเก็บพริกเก็บผักกินได้ ปีไหนฝนดีมีน้ำมีปลาก็จะวิดปลามาทำปลาร้าเก็บไว้กินข้ามปีได้ แต่ลำบากในกรุงเทพฯนี่ ถูกตัดน้ำตัดไฟ เวลาอยากอาบน้ำก็ต้องไปอาบที่คลอง น้ำก็ไม่สะอาด อาบแล้วยังมาคันเนื้อคันตัว ต้องซื้อเทียนมาจุดอยู่กันในตึกแถว นอนมองเพดานไป

สิ่งที่อยู่ตรงหน้ามองเห็นได้คือเพดานใช่ไหม แต่ในใจนี่เห็นเป็นภาพชีวิตสมัยอยู่บ้านนอกทั้งนั้นเลยนะ อยู่บ้านทำไร่ทำนา ขี่ควาย เลี้ยงควายให้พ่อแม่ ตกเย็นกินข้าว คืนไหนเดือนหงายพ่อจะพาออกมานอนนอกชานเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟัง ใครอยากกินของหวานก็เดินไปหักข้าวโพดในไร่มาต้มกิน มีตังค์หน่อยไปซื้อน้ำตาลมาคลุกกินกับมะพร้าวขูด เพราะบ้านนอกมีมะพร้าวติดบ้านกันอยู่แล้ว พูดถึงความลำบากของเราสมัยนั้นคือ การที่เราต้องไปตระเวนหาแลกหาซื้อกล้าที่จะเอามาปลูกข้าว คือต้นข้าวอ่อนนั่นล่ะ

สุนารี ราชสีมา

พูดจริงๆ เราก็ชินกับมันเหมือนกันนะ รู้สึกผูกพันกับมันถึงเราจะค่อนข้างลำบาก ไม่อยากมาเท่าไหร่หรอกกรุงเทพฯน่ะ ออกจากบ้านมาเหมือนใจจะขาดรอนๆ เลย ช่วงมาใหม่ๆ เวลาเช้าๆ ค่ำๆ จะนั่งร้องไห้ทุกวัน เวลาพ่อแม่มาเยี่ยมจะตามติดแจ ด้วยความคิดถึง จะไปไหนหรือเข้าส้วมก็แทบจะขอตามเข้าไปด้วยเลย"

สุนารี ราชสีมา เข้ากรุงเทพฯมาตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ...คิดว่าจะมาทำงานอะไร?

"แรกเลยมาอยู่ช่วยที่บ้านพี่สาวก่อน เพราะตอนที่มานั่นหัวโล้น ก็อยู่ช่วยพี่สาวขายส้มตำ ขายของไปก่อน แต่เขาว่า จะให้ไปทำงานที่โรงงานเย็บผ้า กรุงเทพฯ เป็นอย่างไรเราไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าเราเองเมื่อ 20 กว่าปีก่อนนี่ มากรุงเทพฯ แล้วไม่มีความมั่นใจเลย รู้สึกว่าตัวเองเป็นอีเสี่ยว เป็นอีเด็กบ้านนอก เพราะตอนนั้นมาก็ยังพูดภาษาโคราชอยู่ แล้วสมัยนั้นคนกรุงเทพฯ เห็นคนอีสานก็จะล้อแล้ว ว่าเสี่ยวบ้าง...อะไรบ้าง ตัวเราเองยังมาพูดเหน่อ เป็นภาษาโคราชอีก แถมยังนุ่งผ้าถุง หัวโล้นมาอีก เขาก็มองเราเป็นลาว"

ทำไมหัวโล้น...?

"โกนเหาทิ้งค่ะ (นึกภาพเปิ่นๆ ของตัวเองแล้วนึกขันจนต้องหัวเราะยกใหญ่) พอดีโกนก่อนพี่สาวไปรับนิดเดียว แล้วพี่เขาจะมารอเราก็ไม่ได้เลยต้องมาทั้งโล้นๆ อย่างนั้น

มาถึงพวกเด็กๆ ผู้ชายในซอยมันก็คงแปลกตามัน ก็จะชอบมาล้อ แบบว่าพยายามให้เราพูดเหน่อๆ ของเราออกมา จะทำเป็นมาป้วนเปี้ยนหน้าร้านให้เราถาม พอเราถามว่า ซื่ออ๊ะไหร ปั๊บ ก็จะเฮหัวเราะเยาะสนุกกันใหญ่ จริงๆ แค่มาซื้อน้ำขวดเปิดตู้เย็นหยิบเอาเองแล้ววางตังค์ไว้ก็ได้ เพราะเขารู้ราคากันดีอยู่แล้ว แต่จะต้องมาทำเป็นให้เราต้องพูด"

"รู้สึกเจ็บปวดนะว่า โอ๊ย ! ทำไมช่างเห็นเราเป็นตัวตลก แค้นด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเขา ตอนหลังๆ พี่สาวเขารู้ก็บอกว่าถ้าอายก็หัดพูดกลาง แต่ถ้าจะพูดโคราชก็ไม่ต้องอาย เพราะเราพูดอย่างบ้านเรา ไม่ต้องอาย"

แล้วไปไงมาไงสาวโรงงานเย็บผ้าถึงกลายเป็นนักร้องไปได้ "ยังไม่ได้เย็บผ้าเลยค่ะ ตอนนั้นเขาให้ไปหัดตัดด้ายอยู่ก่อน ทำอยู่ได้สัก 2 เดือน รู้สึกว่านั่งทำงานที่พื้นปูนนี่มันเย็น ทำให้เราปวดขา พอบอกพี่สาวเขาก็พาไปฝากงานใหม่ เผอิญเขามีเพื่อนเป็นคนรับเหมาทำกับข้าวให้คนในโรงงานกิน เราก็ไปเป็นลูกมือหั่นผัก ล้างผักให้เขา ได้ค่าตัววันละ 20 บาทเท่ากับไปตัดด้าย แต่อันนี้ดีกว่าหน่อยตรงที่วันไหนกับข้าวเขาเหลือเขาให้เอากลับมากินที่บ้านได้ อยู่มาวันหนึ่ง ก็มีคนไปตามถึงบ้านพี่สาว บอกว่าจะตามให้ไปร้องเพลงอัดแผ่น ! ...

"เขาเป็นนักจัดรายการ ชื่อคุณสุขสันต์ หรรษา หรือจ่าประจวบ เสริมสุข เขาไปบอกว่าอยากปั้นเรา เห็นเราจากการประกวด ตอนนั้นที่สุมากรุงเทพฯ แล้วเราก็ได้มาประกวดอีกรอบ เป็นรอบที่หลังรวมแชมป์จากจังหวัดต่างๆ มาประกวดรอบในกรุงเทพฯ อีกที คราวนี้ได้แค่รองชนะเลิศ เลยเซ็งๆ อยู่ ผิดหวังที่เราไม่ได้เงินแสนไปให้พ่อแม่ ให้ถ้วยมาใบเดียวเท่านั้น"

ยังมีต่อ... Next


 

Home ภาษาอีสานวันละคำ ผญา สุภาษิต อักษรโบราณอีสาน ธรรมะจากหลวงพ่อ ไปเอาบุญบ้านเฮา มาม่วนซื่นโฮแซว มาม่วนซื่นโฮแซว แผนผังเว็บไซต์