IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate KruMontree.com IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate
IsanGate   IsanGate

เพลงลูกทุ่งและหมอลำ

ต่าย อรทัย ในงานสื่อพื้นบ้านเทิดพระเกียรติ ที่อุบลฯ
      ต่าย อรทัย กับเพลงหวานๆ อ้อนแฟนเพลง ที่บริเวณทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อ 6 สิงหาคม 2547 ต่าย อรทัย กินข้าวแล้วยัง อีกครั้งกับคำถามนี่ จาก ต่าย อรทัย ค่ะ ขอบคุณแฟนเพลง ทุกท่านค่ะ
โทรหาแหน่เด้อ จำเบอร์ของน้องได้บ่
ภาพชุดเพิ่มเติมจุใจ [ คลิกเลย ]

ต่าย และไมค์ กับรางวัลมาลัยทอง
กินข้าวหรือยัง?

ทำให้ ต่าย อรทัย ประสบความสำเร็จในปี พ.ศ. 2547 รับรางวัลมาลัยทองจาก เพลงลูกทุ่งยอดนิยม นักร้องดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยม และนักร้องหญิงยอดนิยม

จากภาพ การประกาศผลนักร้อง และงานเพลงลูกทุ่งยอดเยี่ยม รางวัลมาลัยทอง ประจำปี 2547 โดยสมาคมลูกทุ่งเอฟเอ็ม รางวัลเพลงยอดเยี่ยม และรางวัลนักร้องหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ คัฑลียา มารศรี จากเพลง ให้กำลังใจตัวเอง ส่วนนักร้องชายยอดเยี่ยม ได้แก่ แจ๊ค ธนพล จากเพลง คนที่รอคอย นักร้องหญิงยอดนิยม ได้แก่ ต่าย อรทัย จากเพลง กินข้าวหรือยัง นักร้องชายยอดนิยม ได้แก่ ไมค์ ภิรมย์พร จากเพลง อยากให้เธอเข้าใจ

ต่าย อรทัย

นักร้องลูกทุ่งหญิงคนแรกที่สามารถทำสถิติยอดขายอัลบั้มชุดแรก "ดอกหญ้าในป่าปูน. ได้ทะลุเกินกว่า 1,000,000 ชุด (โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจยุคเทปผี ซีดีเถื่อน) ชนิดม้านอกสายตา ด้วยเพลงฮิตสะกิดใจอย่าง โทรหาแหน่เด้อ ที่ถูกอกถูกใจแฟนเพลงทั่วประเทศ และล่าสุดกับผลงานชุดที่ 2 ขอใจกันหนาว ที่ฮิตติดลมบนจากเพลงที่ฟังง่ายๆ สบายๆ อย่างเพลง ขอใจกันหนาว, กินข้าวหรือยัง, ดาวเต้น ม.ต้น จนรายการโทรทัศน์หลายรายการต้องจองคิวไปสัมภาษณ์กันเลยทีเดียว ทั้ง ทไวไลท์โชว์ เจาะใจ สมาคมชมดาว เป็นต้น

ชื่อจริง : อรทัย ดาบคำ ชื่อเล่น : ต่าย
วัน-เดือน-ปีเกิด : วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม 2523 (ปีวอก)
ภูมิลำเนา : บ้านคุ้มแสนชะนี ตำบลพรสวรรค์ อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี
บิดาชื่อ : นายสาง ดาบคำ มารดาชื่อ : นางนิตยา ดาบคำ
การศึกษา : ประถมศึกษาที่ โรงเรียนบ้านคุ้มแสนชะนี มัธยมศึกษาที่ โรงเรียนนาจะหลวย
ปัจจุบันศึกษาที่ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ผู้ชักนำเข้าวงการ : พี่กุ้ง บ่าวข้าวเหนียว พี่สาวบ้านเชียง ครูเพลง : ครูสลา คุณวุฒิ
อัลบั้มสร้างชื่อ : ดอกหญ้าในป่าปูน เพลงสร้างชื่อ : ดอกหญ้าในป่าปูน, โทรหาแหน่เด้อ
รางวัลที่ได้รับ : รางวัลมาลัยทอง นักร้องลูกทุ่งยอดนิยมฝ่ายหญิงประจำปี 2546
อาหารที่ชอบ : ยำวุ้นเส้น อาหารอีสานทุกอย่าง
อนาคต : อยากเป็นชาวสวน (สวนผลไม้ สวนยาง)

ต่าย อรทัย ในวันมีชื่อเสียง ต่าย อรทัย กับความฝันของเธอในวัยเด็ก

"ต่าย - อรทัย ดาบคํา" นักร้องลูกทุ่งผู้พลิกผันชีวิตตัวเอง จากเด็กบ้านนอกที่มีความมุ่งมั่น และความพยายาม จนทําให้ในวันนี้เธอคือ นักร้องที่ดังสุดๆ จากชุด "ดอกหญ้าในป่าปูน" และล่าสุดมีอัลบั้มชุด "ขอใจกันหนาว" ชีวิตที่พลิกผันจากสาวบ้านนาที่เดินตามความฝันของตัวเอง จนกลายมาเป็นนักร้องค่ายแกรมมี่ มียอดขายเทปกว่าหนึ่งล้านตลับ แต่กว่าจะมีวันนี้ชีวิตของดอกหญ้าในป่าปูนคนนี้ต้องพบกับอุปสรรคมากมายทั้งความยากจน อดมื้อกินมื้อ พ่อแม่แยกทาง แต่อุปสรรคเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เธอหมดกำลังใจแต่อย่างใด เธอกลับไขว่คว้าหาโอกาส จนวันหนึ่งโอกาสนั้นวิ่งมาหาเธอเอง เธอเล่าว่า

"ต่ายเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ พ่อแม่แยกทางกันทิ้งต่ายไว้กับยาย และน้องอีก 3 คนต้องหารายได้จุนเจือครอบครัวด้วยการรับจ้างลอกปอ เกี่ยวข้าว ดายหญ้า ต้องหาบน้ำเป็นระยะทาง 2-3 กิโลทุกวัน ยากจนถึงขนาดที่ว่าปลาตัวนึงปกติกินคนนึง แต่ต้องเอาปลามาป่น และผสมน้ำเยอะๆ เพื่อให้กินได้หลายคน หลายวัน"

แม้ว่าจะยากจนแต่ ต่าย อรทัย มีความฝันอย่างหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจในการก้าวเดินต่อไป นั่นคือ การเป็นนักร้อง "ต่ายเป็นคนชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ฝันว่าอยากเป็นนักร้องจึงไปประกวดร้องเพลงในงานสงกรานต์ได้รางวัลชนะเลิศ แม้จะไม่มีพ่อแม่ไปให้กำลังใจเหมือนคนอื่นๆ แต่ก็ไม่หมดกำลังใจเพราะเราอยากเดินตามความฝันของเรา แต่ต่ายก็ยังไม่ได้เป็นนักร้องเพราะตอนนั้นยังเรียนไม่จบ ก็เลยเลือกเรียนทั้งที่มีโอกาสเป็นนักร้อง จนเรียนจบ ม. 6 แต่ไม่มีเงินเรียนต่อ จึงเดินทางมากรุงเทพเพื่อหาเงินเรียนด้วยการช่วยแม่รับจ้างซักผ้าแล้วเรียนรามคำแหงไปด้วย ตอนนั้นชีวิตลำบากมากจากที่เคยอยู่ท้องนากว้างๆ ต้องมาอยู่ห้องเล็กๆ มุงสังกะสี ต่อมาเพื่อนชวนไปทำงานบริษัทยา ทำงานตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงตีสอง เงินที่ได้ก็จะส่งเป็นค่าเช่าห้อง และให้ยาย เวลาที่คิดถึงยาย และน้องๆ ก็จะร้องเพลง "ทุ่งนางคอย" ของพุ่มพวง ดวงจันทร์ "

แม้จะทำงานโรงงานที่สมุทรปราการ แต่ต่ายก็ยังไม่ทิ้งความฝันที่อยากเป็นนักร้องจึงไปประกวดร้องเพลงหลายครั้ง สถานที่ฝึกฝนการขับร้องเพลงของเธอในยามนั้นคือเวทีประกวดที่ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ เธอเคยดั้นด้นขึ้นเวทีประกวดร้องเพลงทางช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ ที่รายการ "ชุมทางเสียงทอง" แม้ไม่ชนะ ล้มลุกคลุกคลานอยู่เช่นนี้ แต่ก็ทำให้ต่ายสานฝันได้สำเร็จ จนท้ายที่สุดได้มีโอกาสพบกับ สลา คุณวุฒิ "อาจารย์ใหญ่" แห่งวงการลูกทุ่งยุคนี้ เธอจึงได้เข้าซุกปีกของค่ายใหญ่อย่างแกรมมี่ จนได้เดินตามเส้นทางความฝันของเธอในวันนี้

"ต่าย อรทัย" ต้องใช้เวลาบ่มตัวนานเป็นปีก่อนอัลบั้มออกวางแผงในช่วงปลายปี 2545 แต่ก็สามารถลบล้างความเชื่อที่ว่า "เพลงโจ๊ะ หรือ เพลงโชว์สะดือ" เท่านั้นที่สร้างนักร้องให้ดังได้ เนื่องจากเพลงของต่ายในชุด "ดอกหญ้าในป่าปูน" เป็นเพลงช้า ทำให้การต้อนรับจากแฟนเพลงในระยะแรกไม่ดังเปรี้ยงปร้าง กว่าเนื้อหาจะโดนใจแฟนเพลงก็ใช้เวลานานพอสมควร แต่เมื่อฮิตฮอตแล้วก็ไม่มีอะไรมาหยุด "ดอกหญ้าในป่าปูน" ของ "ต่าย อรทัย" ได้ และไม่น่าแปลกใจที่เธอได้รับรางวัลมาลัยทองประจำปี 2546 ของคลื่นวิทยุเอฟ.เอ็ม. 95 ในฐานะนักร้องหญิงยอดนิยม

รายการลูกทุ่งเอฟ.เอ็ม.ระบุว่า เพลง "โทรหาแหน่เด้อ" นี้อยู่อันดับ 4 มาสองสัปดาห์ต่อเนื่องกัน แต่ติดอันดับ 1 ใน 10 นานถึง 52 สัปดาห์ ถือว่ายืนอันดับนานกว่าเพลงอื่นๆ รวมถึงเพลง "อยากให้เธอเข้าใจ" ของไมค์ ภิรมย์พร นักร้องชายค่ายเดียวกัน

อัลบั้ม ขอใจกันหนาว ชุดที่ 2 "ขอใจกันหนาว" พุ่งแรง
คอลัมน์ มาลัยลูกทุ่ง โดย เลิศชาย คชยุทธ (หนังสือพิมพ์มติชน)

ขณะที่ลูกกรุงโหมโฆษณาและอัดเอ็มวีกันเข้าไป แต่ยอดขายไม่ทะลุเปรี้ยงปร้างสักเท่าไหร่
นักร้องลูกทุ่งต่าย อรทัย ก็มานิ่มๆ กับงาน "ขอใจกันหนาว" และก็ทำยอดเกินล้านตลับไปได้แบบสบายๆ แล้ว
18 ตุลาคม 2547   

เมื่อเลิกงานเดินเหงา มีเงาเป็นเพื่อนเข้าซอย ผู้สาวบ้านไกลใจลอย บ่มีคนคอยเคียงเงา อยู่ในเมืองใหญ่ อุ่นกายแต่หัวใจหนาว วันๆ มีหลายเรื่องราว รุมเร้าให้คอยหวั่นไหว

ฝืนยืนสู้แค่ไหน นานไปแรงใจสุดท้อ หวั่นเกรงทางบ้านที่รอ แม่พ่อจะสู้จั๋งได้ ปัญหาหลายอย่าง สู้ตามลำพัวบ่ไหว พรุ่งนี้สิเดินอย่างไร เมื่อใจบ่มีคนเคียง

อยากมีพี่เลี้ยง เคียงข้างบนทางเปื้อนฝุ่น มอบใจอุ่นๆ กันหนาว กันท้อพอเพียง ยามเจ็บเห็นหน้า ยามมีปัญหายืนเคียง ยาวเหงาได้โทรฟังเสียง หล่อเลี้ยงหัวใจทุกคราว

ขอพึ่งแรงแห่งฝัน บันดาลให้เจอคนดี ให้สาวบ้านไกลคนนี้ ได้มีคนคอยเคียงเงา งานยุ่งเมืองใหญ่ ขอใจฮักมั่นกันหนาว ดูแลในทุกเรื่องราว ให้สาวดอกหญ้าอุ่นใจ

ไม่ต้องสงสัยหรือต้องแปลกใจอะไรเลยที่เพลง "ขอใจกันหนาว" ของ ต่าย อรทัย ทำไม? เมื่อได้ฟังครั้งแรกก็เป็นที่ถูกอกถูกใจคอเพลงลูกทุ่งที่ชอบเพลงหวานซึ้งกินใจกันเสียแล้ว นอกเหนือไปจากน้ำเสียงหวาน ใส มีลีลาการเอื้อนที่พลิ้วไหวเป็นของตัวเองของต่าย อรทัย ที่ถือว่า "สอบผ่าน" มาจากผลงานก่อนหน้านี้ เช่น เพลงดอกหญ้าในป่าปูน, โทรหาแน่เด้อ, กินข้าวหรือยัง ฯลฯ

"หัวใจติดดิน สวมกางเกงยีนส์ตัวเก่า ใส่เสื้อตัวร้อยเก้าเก้า แต่ใจสาวไม่ด้อยราคา...จะสวมมงกุฎดอกหญ้า ถ่ายรูปปริญญา ย้อนมาบ้านเรา..." เพลงดอกหญ้าในป่าปูนดังระเบิด เดินไปที่ไหนก็ได้ยินเสียงของ ต่าย อรทัย ร้องเพลงนี้ดังมาจากสถานีวิทยุคลื่นต่างๆ

ความดังแรงของ "ต่าย อรทัย" นักร้องสาวชาวอุบลราชธานีคนนี้ ซึ่งใช้เพลงของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ เป็นต้นแบบ แม้ว่าสุ้มเสียงจะไม่ถนัดไปในแนวของเพลงสนุกสนาน แต่ สลา คุณวุฒิ ก็ดึงเอาเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของนักร้องบ้านนอกคนนี้ออกมาจนเห็นความงดงามของบทเพลง ต่าย อรทัย ดังแรงจนรายการ "เจาะใจ" เชิญมาออกรายการเพื่อคุยกันถึงประวัติชีวิตและร้องเพลงทั้งของพุ่มพวงและของตัวเอง

ต่าย อรทัย

เพลงขอใจกันหนาว มีเนื้อหาที่ไม่ได้พิสดาร เพียงแต่ไม่เคยมีนักประพันธ์นำจุดนี้ออกมาถ่ายทอดเป็นบทกลอนและบทเพลง สลา คุณวุฒิ มีความสามารถพิเศษที่หยิบเอาความรู้สึกในใจของหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่อยากมีแฟนสักคน ในยามที่พลัดบ้านมาทำงานในกรุงเทพฯ ออกมาเขียนเป็นเพลงลูกทุ่ง หนุ่ม-สาวที่ต้องเดินทางจากบ้านเกิดในต่างจังหวัดมาเรียนหนังสือหรือมาทำงานทำการในเมืองใหญ่ ย่อมมีความเหงา และในที่สุดก็ต้องมีแฟนและอยู่กินกันฉันสามีภรรยา จุดเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ของคนนี่แหละ สลา คุณวุฒิ ประพันธ์เป็นเพลง "ขอใจกันหนาว" ให้ต่าย อรทัย ขับร้องได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว

เพลงนี้เป็นเพลง 4 ท่อน แต่แทนที่จะร้องไป 4 ท่อนแล้วฟังดนตรี เพื่อนักร้องจะกลับมาร้องซ้ำอีกครั้งในท่อนแยก (ท่อน 3) หรือท่อนสุดท้าย (ท่อน 4) แต่สลา คุณวุฒิ ตั้งใจให้ต่าย อรทัย ร้องไป 3 ท่อนแล้วต่อด้วยดนตรี จากนั้นจึงค่อยร้องท่อนสุดท้าย แล้วจึงมาฟังดนตรีสลักอีกครั้ง จากนั้นจึงมาร้องซ้ำในเพลงท่อนสุดท้ายอีกรอบ เป็นอันจบเพลง นี่คือการสร้างสรรค์งานเพลงแนวใหม่ ที่นานๆ จะมีแบบนี้สักครั้ง ฟังจากวิทยุ ดูจากทีวีครั้งเดียวก็ติดใจและต้องการฟังซ้ำ หรือรอฟังไม่ไหวก็ต้องหาซื้อเทป ซื้อซีดีมาเปิดฟัง

การร้องและการพูดหน้าเวทีของต่าย อรทัย หากจะเห็นพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้นก็ไม่ต้องสงสัย เพราะบริษัทแกรมมี่ ที่เป็นต้นสังกัดได้จัดคอร์สอบรมให้กับนักร้องในสังกัด เพื่อจะได้ร้องได้ดี พูดหน้าเวทีได้คล่องแคล่ว เป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลง ไม่ใช่ถือว่าร้องเก่งแล้ว ไม่ต้องฝึกกันอีกคงไม่ได้ หรือการพูดหน้าเวที ถ้าเล่นกับแฟนไม่เป็น ทำเป็นเงอะๆ งะๆ วางหน้า วางตัวไม่เข้าท่า รับรองว่าแฟนเพลงหนีหมด กระทบมาถึงบริษัทเทปซึ่งจะขายเทปขายซีดีไม่ออก เวลาไปจัดคอนเสิร์ตก็มีคนดูน้อย ติดตามกันต่อไป นักร้องสาว "ต่าย อรทัย" จะเป็นอย่างไรในวันข้างหน้า

 

ต่าย อรทัย ต่าย อรทัย บนเวทีสมาคมชมดาว "ต่าย-อรทัย" น้ำตาริน
"สมาคมชมดาว" สานฝันเป็นจริง

กระแสเพลง "โทรหาแนเด้อ" ดังเป็นพลุแตก "สมาคมชมดาว" เลยต้องรีบคว้าตัวนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งสาว ต่าย-อรทัย เจ้าของปรากฏการณ์ล้านแล้วจ้า!! มาพูดคุยเพื่อเอาใจคอเพลงลูกทุ่งกันเป็นพิเศษ ต่าย เปิดใจถึงชีวิตก่อนได้เป็นนักร้องดังให้ฟังว่า

"แค่ได้ร้องเพลงทำอัลบั้มก็ถือว่าฝันเป็นจริงแล้ว ไม่เคยคิดว่าเพลงจะขายได้ถึงล้านม้วน เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายมากๆ จากสาวโรงงานที่มีรายได้แค่ วันละ 200 กลายเป็นศิลปินดังที่มีรายได้ 6 หลักต่อเดือน แต่ถึงจะหาเงินได้มากแค่ไหนก็ไม่เคยลืมตัวว่าเราเคยลำบากมาก่อน เงินที่ได้มาส่วนใหญ่ต่ายจะเอาไปปรับปรุงซ่อมแซมบ้านใหม่ให้ พ่อ-แม่ ยาย และน้องๆ ที่อุบลราชธานี อยากให้พวกเค้ารู้ว่าต่ายรักและแคร์ทุกคนที่บ้านมาก เพราะต่ายเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด น้องๆ เลยคิดว่าต่ายไม่รัก" พูดถึงไม่ทันไร 2 แหม่ม รีบงัดวีทีอาร์ที่น้องชายพูดถึงพี่สาวออกมาให้ฟังจน ต่าย นั่งน้ำตารินอยู่พักใหญ่ ชนิดที่ทำเอาแฟนเพลงในสตูฯ พลอยปลื้มใจตามไปด้วย

นอกจากนี้สมาคมชมดาว ยังสร้างเซอร์ไพรส์ต่อ ด้วยการลงทุนเปิดประตูสตูดิโอต้อนรับเพื่อนๆ โรงงานร่วมร้อยชีวิต จากสมุทรปราการ เข้ามานั่งชมมินิคอนเสิร์ตจากต่ายกันอย่างจุใจ ให้สมกับที่เธอตั้งใจและวาดฝันไว้ว่าสักวันจะเล่นคอนเสิร์ต ให้เพื่อนโรงงานดู บรรยากาศมินิคอนเสิร์ตในสตูฯ ชมดาว ประทับใจผองเพื่อน และผู้ชมทางบ้านจริงๆ ครับ เพราะตอนรุ่งเช้า มีเพื่อนร่วมงานหลายๆ คน พูดถึงเธอด้วยความชื่นชม และตบท้ายด้วยการยืมซีดีเพลงจากผมไปฟังบ้าง (ไม่ค่อยลงทุนเลยนะ) (ออกอากาศคืนวันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2547)

บันทึกเมื่อ 1 สิงหาคม 2547
กับ 2 แหม่ม ในสมาคมชมดาว

 


 

Home ภาษาอีสานวันละคำ ผญา สุภาษิต อักษรโบราณอีสาน ธรรมะจากหลวงพ่อ ไปเอาบุญบ้านเฮา มาม่วนซื่นโฮแซว มาม่วนซื่นโฮแซว แผนผังเว็บไซต์