มองอดีตผ่านปัจจุบันงานประเพณีเทียนพรรษา
line

ารนำเสนอเรื่องเทียนพรรษาผ่านมาหลายปีครับ เมื่อวานนี้ (13 กรกฎาคม 2546) ได้ร่วมเดินชมต้นเทียนที่นำมาตั้งแสดงให้ประชาชนได้ชมบริเวณรอบทุ่งศรีเมือง สัมผัสกับบรรยากาศของความอลังการและตื่นตาตื่นใจของต้นเทียนและผู้คนต่างถิ่น ที่ต่างก็กล่าวขวัญถึงความวิจิตรพิสดารของการแกะสลักลวดลายลงบนขี้ผึ้ง การติดลายอันวิจิตรลงบนลำเทียนและส่วนประกอบ

ต่สำหรับคนพื้นถิ่นอย่างผมกลับมองเห็นอีกภาพหนึ่งที่หดหู่ใจยิ่ง จากการจัดงานประเพณีที่ไม่ใช่ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างนี้ที่นับวันจะยิ่งห่างไกลออกไปทุกที เพราะการขายประเพณีเป็นสินค้าหลักและไม่ยอมถามคนพื้นถิ่นว่าแก่นของประเพณีนี้ที่แท้จริงคืออะไร ผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านได้แต่บ่นเสียดายความงดงามของประเพณีที่สูญหาย พูด(เขียน)อย่างนี้บางท่านอาจจะงงๆ อยู่ ลองมาไล่เรียงกันเป็นข้อๆ ดูซิครับ

 

  • การจัดทำต้นเทียน มูลค่ามหาศาลของการจัดทำต้นเทียนที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี (ในปีนี้ต้นเทียนระดับรางวัลชนะเลิศอยู่ที่หลักสองแสนบาทขึ้นไป) ส่วนหนึ่งมาจากค่าขี้ผึ้งแท้ (บริสุทธิ์) ที่จะต้องนำมาผสมกับเทียนเก่าเพื่อให้มีความเหนียวสามารถแกะสลักหรืออัดพิมพ์ลายได้ในอัตราส่วนตั้งแต่ 40% ขึ้นไป ในขณะที่ต้นเทียนนี้ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในพิธีกรรมระหว่างเข้าพรรษาได้เลย
          ส่วนที่สองเป็นค่าจ้างช่างทำเทียน เพราะเป็นงานฝีมือที่ต้องทุ่มเทจิตใจแข่งกับเวลาอันจำกัดเพียงระยะเวลาหนึ่งเดือน (ใช้ช่างทีมละประมาณ 15-25 คน) เท่าที่ทราบค่าจ้างอยู่ระหว่างแปดหมื่นถึงหนึ่งแสนสองหมื่นบาท (ถ้าเทียบกับเนื้องานแล้วไม่มาก) เราจึงได้เห็นส่วนประกอบของต้นเทียนวิจิตรตระการตากว่าลำต้นเทียน เพื่อแลกกับรางวัลที่หนึ่งประมาณหนึ่งแสนบาท
          ถ้าต้องการรักษาประเพณีและประหยัดค่าใช้จ่าย ตามความเห็นที่ผมสรุปมาจากการพูดคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ตามคุ้มวัดต่างๆ ก็คือ เราจะต้องหันมาส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ฝีมือของชาวบ้าน พระ-เณร ด้วยการทำต้นเทียนที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และก็พิสูจน์ได้จากความชื่นชมที่นักท่องเที่ยวมีต่อต้นเทียนวัดหนองปลาปากในปีนี้
          นี่คือฝีมือของชุมชนพื้นถิ่นที่ทำต้นเทียนเพื่ออนุรักษ์ประเณีอันดีงาม อย่างแท้จริง ต้นทุนต่ำ และใช้ประโยชน์คุ้มค่าจากต้นเทียนที่นำเทียนเป็นเล่มๆ มาผูกมัดรวมกัน (หลังการแห่นำกลับไปจุดในพิธีกรรมเข้าพรรษาได้) ตกแต่งด้วยใบตองและพานบายศรีอันวิจิตรงดงาม น่าทึ่ง มีภาพรายละเอียดมาฝากกันด้วยครับ คลิกดูภาพ
ศิลปะใบตองอันทรงคุณค่า น่าทึ่งในงานใบตอง
  • การจัดแสดงต้นเทียน ปีนี้เป็นปีที่น่าเศร้าใจจริงๆ ครับ บริเวณรอบๆ ต้นเทียนเราน่าจะได้ยืนชมต้นเทียนด้วยความสะดวกสบาย ทางเดินที่กว้างขวางรองรับนักท่องเที่ยว แต่โดนยึดพื้นที่ด้วยบรรดาหาบเร่แบกะดินเต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ช่องว่างระหว่างต้นเทียนแต่ละต้น มองไปที่ริมฟุตบาทเจอป้ายประกาศ ห้ามวางหาบเร่แผงลอย ฝ่าฝืนปรับ 500 บาท ตรงป้ายไม่มีใครวางจริงๆ ครับ แต่ที่อื่นๆ วางกันเพียบไม่เห็นมีใครมาปรามหรือจับปรับเลย
              ผมอนาถใจไปกว่านั้นอีกคือความไม่เท่าเทียมกันของบริเวณจัดวางต้นเทียน ไฟแสงสว่างทางจังหวัดหรือเทศบาลน่าจะจัดให้กับทุกๆ วัดเท่าเทียมกัน บางวัดด้วยความตั้งใจนำต้นเทียนมาจากต่างอำเภอด้วยอยากสนับสนุนการจัดงานให้ยิ่งใหญ่แต่กลับไม่ได้รับการเหลียวแลเลย (ปล่อยให้อยู่ในมุมมืดมากทางด้านมุมทุ่งศรีเมืองใกล้ศาลจังหวัด) บางท่านนึกว่าหมดต้นเทียนแล้วเลยไม่เดินไปดูด้วยซ้ำ ปีหน้าจะมาหรือไม่หนอ?
  • ขบวนแห่ เรื่องขบวนแห่นี้ขอมองต่างมุมหน่อยนะครับ การให้สถานศึกษาจัดขบวนแห่ ฟ้อนรำสวยงามก็ดีอยู่หรอกครับ แต่อยากให้มีขบวนแห่พื้นบ้านที่แตกต่างด้วยใจศรัทธาต่อคุ้มวัดของเขาเองบ้างจะดีไหม? ทำไมต้องกำหนดด้วยว่าขบวนนี้ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นจะสูญหายไปดื้อๆ อย่างน่าเสียดายนะครับ
            อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของผู้สนับสนุนหรือสปอนเซอร์จัดงาน รู้สึกจะทุ่มเทกันมากไปด้วยป้ายที่ติดรอบๆ ทุกมุมเมือง จนนึกไปว่านี่เขาจะจัดงานแสดงสินค้าโรงงานอุตสาหกรรมกันหรือไร? ทั้งเครื่องดื่มน้ำอัดลม น้ำเมา บะหมี่หลากรส ก็ไม่ว่ากันถ้าคุณจะช่วยประดับธงทิวธรรมจักรที่แสดงว่าจะมีงานประเพณีทางพุทธศาสนาให้มากกว่านี้ (เท่าที่ผมตระเวณไม่มีสักผืนครับแม้แต่รอบๆ งาน)
            ที่น่าเศร้าใจกว่านั้นก็คือ วันอาสาฬหบูชา ทางราชการรณรงค์ให้เลิกดื่มเหล้าและน้ำเมาทั้งหลาย (รวมร้านอาหาร คาราโอเกะ) แต่แทบไม่เชื่อสายตาว่า รอบๆ บริเวณงานมีร้านขายเครื่องดื่มรูปสัตว์ในป่าหิมพานต์ สัตว์ป่า และยี่ห้อที่แชมป์โลกเสียมวยขายกันเกลื่อนงาน (ขัดแย้งกันอย่างยิ่ง น่าเกลียดที่สุดด้วย ผิดทั้งสามัญสำนึกและกฎหมายแต่ไม่มีใครสนใจ)
            หลังจากตระเวณรอบๆ งานก็ขอฝากภาพที่ผมได้เก็บไว้บางส่วนให้ท่านได้ชื่นชมกันครับ ปีหน้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นก็ได้

ลายวิจิตรของเทียนแกะสลัก ต้นเทียนประเภทแกะสลัก
ลายประดับฐานต้นเทียนแกะสลัก ลายฐานต้นเทียนประเภทแกะสลัก
ลายต้นเทียนประเภทติดพิมพ์ ลายต้นเทียนประเภทติดพิมพ์

            ก็คงจะเป็นบทเรียนให้กับผู้จัดงานในปีต่อๆ ไปครับ ผมไม่อยากให้ต้นเทียนพรรษาถูกกล่าวถึงเฉพาะในงานเทศกาลนี้เท่านั้น อยากให้มีแหล่งเก็บรวบรวมคุณค่าของเทียนพรรษาที่นักท่องเที่ยวสามารถมาชื่นชมได้ทุกเมื่อที่มาเยือนอุบลราชธานี

update update
line