IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate.net IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate IsanGate
IsanGate IsanGate
IsanGate   IsanGate
แจ่วบอง

แจ่ว เป็นอาหารอีสานประเภทเครื่องจิ้มเพื่อเสริมรสอาหารอื่นๆ มีกินกันทุกบ้านเรือน ทุกมื้อ มีวิธีทำง่ายมาก กล่าวคือ ใช้น้ำปลาร้าและพริกผสมกัน พริกนั้นใช้ได้ทั้ง พริกแห้งและพริกสด สิ่งที่นำมาจิ้มแจ่วอาจเป็นผักหรือเนื้อสัตว์ หรือทั้งผักและเนื้อสัตว์ ผักที่จิ้มแจ่ว ในขั้นแรกน่าจะเป็นผักที่มีรสเปรี้ยว ต่อมาแจ่วจึงวิวัฒนาการ เป็นแจ่วที่มีส่วนผสมหลายอย่างขึ้น ทำให้มีรสชาติที่ถูกปาก หลากหลายชนิด

แจ่วบอง เป็นชื่อของแจ่วชนิดหนึ่งที่มีวิวัฒนาการด้านเครื่องปรุง รสชาติ และการเก็บไว้ได้นาน เหมาะแก่การใช้เป็นอาหารในการเดินทางของนายฮ้อย นายพราน ที่ต้องรอนแรมเดินทางไปหลายๆ วัน เป็นการตำเครื่องผสมหลายชนิดด้วยกัน ทำให้สุกแล้วบรรจุลงในบ้องไม้ไผ่ จึงเรียกว่า "แจ่วบ้อง" สะดวกในการเดินทางไกล หิวเมื่อไหร่ก็ปั้นข้าวเหนียวจิ้ม แกล้มด้วยผักสดตามรายทาง และปิ้งปลา กบ เนื้อสัตว์อื่นๆ ที่หาได้ จากชื่อ แจ่วบ้อง ก็เพี้ยนมาเป็น แจ่วบอง ในภายหลังนั่นเอง

แจ่วบอง

วันนี้ ขอเสนอวิธีการทำแจ่วบองแบบแซบๆ สไตล์อีสาน (ไทอุบลฯ) ซึ่งเป็นสูตรเก่าแก่มาแต่บรรพบุรุษนายฮ้อย ที่เคยต้อนวัวควายไปขายยังภาคกลางมาก่อนในอดีต (สูตรอาหารทุกสูตรย่อมมีวิวัฒนาการของมันนะครับ ไม่มีถูก ไม่มีผิด ขอให้แซบเป็นอันใช้ได้) มาลองทำไว้รับประทานกันครับ

bbเตรียมเครื่องปรุงทำแจ่วบองสูตรไทอุบลฯ
  1. น้ำปลาร้า ปลาร้าเป็นตัว (ควรเลือกขนาดกลางหรือใหญ่) ประมาณ 0.5 กิโลกรัม
  2. ข่าน้ำ 5 หัว หัวตะไคร้ 5 หัว
  3. พริกป่น 2 ทัพพี (ตามชอบเผ็ดมาก เผ็ดน้อย)
  4. หอมแดง 10 หัว กระเทียมไทย 5 กลีบ
  5. ใบมะกรูด 15 ใบ
  6. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  7. มะเขือเทศสุก 2 ลูก
  8. ผงชูรส 1 ช้อนชา (ตามชอบ)

การทำแจ่วบอง แบบอีสานจะมี 2 สูตร คือ สูตรปลาร้าดิบ และสูตรปลาร้าสุก กรรมวิธีทำและส่วนผสมจะคล้ายกัน ต่างกันนิดหน่อยซึ่งจะบอกในรายละเอียดการทำไว้ ในแต่ละขั้นตอน

bbขั้นตอนการทำแจ่วบอง
  1. นำตัวปลาร้ามาสับให้ละเอียด (จะเลาะเอาก้างออกก่อนก็ได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นปลาตัวใหญ่ ก้างใหญ่แข็ง)
  2. นำข่า ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม มาหั่นซอยบางๆ ใบมะกรูดหั่นละเอียด นำลงไปคั่วในกระทะร้อนๆ ให้มีกลิ่นหอม แล้วนำไปโขลกให้ละเอียดเตรียมไว้
  3. มะขามเปียกนำมาแช่น้ำ คั้นให้ได้น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ
  4. มะเขือเทศหั่นละเอียด
  5. นำปลาร้าสับในข้อ 1. เครื่องเทศในข้อ 2. และพริกป่น มาโขลกรวมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ตามด้วยมะเขือเทศหั่นละเอียด (ตำคลุกเคล้าอย่างระวังเดี๋ยวกระเด็นเข้าตา) เติมน้ำมะขามเปียก ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้านิดหน่อย ใส่ผงนัว(ชูรส)ตามชอบ ชิมให้ถูกใจ

ก็จะได้ แจ่วบองดิบ ตักมารับประทานแล้ว เหลือก็บรรจุในกล่องเข้าตู้เย็นได้นานเป็นเดือนครับ

หมายเหตุ สมัยโบราณไม่ใส่มะเขือเทศกัน เพราะอาจทำให้แจ่วเสียง่ายเก็บไม่ได้นาน ยุคมีตู้เย็นเลยใส่มะเขือเทศเพื่อให้ได้รสเปรี้ยวหวาน นัวโดยไม่ต้องใส่ผงชูรส (โบราณใช้น้ำมะขามเปียกและน้ำอ้อยแทนมะเขือเทศ)

แจ่วบอง

สำหรับท่านอยากทำปลาร้าบองสุก ก็เพิ่มขั้นตอนนำปลาร้าที่สับละเอียดแล้วมาคั่วไฟให้สุก นำเครื่องปรุงในข้อ 2. และ 3. มาผสมลงคั่วต่อไปใช้ไฟอ่อน คนให้เข้ากัน หากแห้งเกินไปเติมน้ำลงผสมได้ ชิมรสได้ที่แล้ว ปล่อยให้เย็น นำไปบรรจุขวด/กระป๋อง เก็บไว้รับประทานได้อีกนานเลย อยากให้มีรสชาติยิ่งขึ้นต้องเปิดเพลง แจ่วบองในกล่องคอมพ์ ของ ศิริพงษ์ อำไพพร ไปนำเด้อครับ



[ อยากฮู้ความหมายเพลงนี้ คลิกโลด ]

update update
line

Back

Home ภาษาอีสานวันละคำ ผญา สุภาษิต อักษรโบราณอีสาน ธรรมะจากหลวงพ่อ ไปเอาบุญบ้านเฮา มาม่วนซื่นโฮแซว มาม่วนซื่นโฮแซว แผนผังเว็บไซต์