![]()
ประกาศจังหวัดอุบลราชธานี
เรื่อง ผ้ากาบบัวเป็นลายผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี ผ้าไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น บรรพบุรุษสร้างสรรค์เป็นลายเส้น ถักทอถ่ายทอด แสดงเอกลักษณ์ ความดีงาม คุณค่า และด้วยลายพระเนตรอันยาวไกล ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ้าไทยได้รับการยอมรับ ยกย่อง สู่สายตาแก่สังคมประชาคมโลกอย่างน่าภาคภูมิใจ สมควรอย่างยิ่งที่คนไทย ต้องรักษาพัฒนาผ้าไทยให้อยู่กับคนไทย ตลอดไป จังหวัดอุบลราชธานี โดยคณะทำงานพิจารณาลายผ้าพื้นเมือง ตามโครงการสืบสานผ้าไทย สายใยเมืองอุบลฯ ได้ร่วมพิจารณา ศึกษาประวัติความเป็นมาของลายผ้าในอดีต ที่ทรงคุณค่ามาปรับปรุง ออกแบบสร้างสรรค์ลายผ้า เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งได้คัดเลือกให้ชื่อว่า "ผ้ากาบบัว" เป็นลายผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี มีคุณลักษณะดังนี้ ผ้ากาบบัว เป็นชื่อในวรรรกรรมโบราณอีสาน ซึ่งไม่อาจทราบหรือพบในปัจจุบันแล้ว สีของกาบบัว หรือกลีบบัว ซึ่งไล่จาก สีอ่อนไปแก่ จากขาว ชมพู เทา เขียว น้ำตาล ซึ่งผ้ากาบบัวมีความหมายและเหมาะสมสอดคล้องกับชื่อของจังหวัดอุบลราชธานี ผ้ากาบบัว อาจทอด้วยฝ้ายหรือไหม ประกอบด้วยเส้นยืน ย้อมอย่างน้อยสองสี เป็นริ้วตามลักษณะ "ซิ่นทิว" นอกจากนี้ ยังทอพุ่งด้วยไหมสีมับไม (ไหมปั่นเกลียวหางกระรอก) มัดหมี่และขิด ผ้ากาบบัว (จก) คือ ผ้าพื้นทิว หรือผ้ากาบบัวเพิ่มการจกลาย เป็นลวดลายกระจุกดาว (บางครั้งเรียกเกาะลายดาว) อาจจกเป็นบางส่วนหรือกระจายทั่วทั้งผืนผ้า เพื่อสืบทอด "ซิ่นหัวจกดาว" อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะผ้าซิ่นเมืองอุบล ผ้ากาบบัว (จก) เหมาะที่จะใช้ในงานพิธี หรือโอกาสสำคัญ ผ้ากาบบัว (คำ) คือ ผ้าทอยก บางครั้งเรียก ขิดด้วยไหมคำ (ดิ้นทอง) อาจสอดแทรกด้วยไหมเงินหรือไหมสีต่างๆ ต้องใช้ความปราณีตในการทออย่างสูง เพื่อเป็นการเผยแพร่เกียรติคุณผ้าทอของเมืองอุบล จังหวัดอุบลราชธานี จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า ผ้ากาบบัว เป็นลายผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดอุบลราชธานี จึงเชิญชวนข้าราชการ องค์กรท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรกลุ่ม และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ได้ร่วมกันภาคภูมิใจในผ้าพื้นเมือง ผ้ากาบบัว เพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ แสดงความเป็นเอกลักษณ์ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของจังหวัดอุบลราชธานี ประกาศ ณ วันอังคารที่ 25 เมาายน พ.ศ. 2543 นายศิวะ แสงมณี
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี
|