
ระบบการปกครองของชาวอีสานสมัยเก่า
ระบอบการปกครองบ้านเมือง อันเป็นกติกาควบคุมสังคมสมัยเก่านั้น คนไทยทางภาคกลาง หรือทางใต้ ได้รับอิทธิพลจากทางตะวันตกมาก เพราะยึดถือหลักจากคัมภีร์พระมนูพระธรรมศาสตร์ของสังคมชาวอินเดีย โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่มาจากทางด้านนี้ มักจะโน้มไปในทางจิตนิยม หรือเชื่อในสิ่งที่สมมติกันขึ้นมา เช่น นรก สวรรค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไม่เคยเห็น
ส่วนระบอบการปกครองของชาวลาว และชาวอีสานสมัยเก่านั้น ยังมีอิทธิพลของความเชื่อดั้งเดิม ตกทอดมาจากทางเหนืออยู่มาก โดยเฉพาะอิทธิพลแบบจีน ซึ่งมักจะโน้มไปในทางวัตถุ นิยม หรือเชื่อในสิ่งที่เคยเห็นคุณเห็นโทษมาแล้ว เช่น บิดา มารดา บรรพบุรุษ วีรบุรุษ ผู้ที่ล่วงลับ ตายเป็นผีไปแล้ว ได้รับการยกย่องเชิดชูมาก จนมีการเซ่นไหว้บวงสรวงกันหลายระดับ
(จารุบุตร เรืองสุวรรณ. ของดีอีสาน : หน้า 147)
ถึงแม้คนไทยทางใต้กับทางอีสานจะเป็นศิษย์ของชาวชมพูทวีปด้วยกัน แต่ลักษณะ การปกครองของคนไทยใต้นั้น ค่อนไปในแบบที่ใช้ประมวลกฎหมายคล้ายฝรั่งเศส เช่น การใช้ กฎหมายตราสามดวง ส่วนชาวอีสานนั้นไม่ปรากฏว่ามีประมวลกฎหมาย ข้อบังคับหรือกติกาของ สังคมส่วนใหญ่ ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีคล้ายแบบของอังกฤษ เผ่าชนซึ่งอาศัยอยู่ตาม ลุ่มแม่น้ำโขงสมัยเก่าใช้ศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นเครื่องมือหรือวิธีการปกครอง บ้านเมือง มากกว่าเผ่าชนทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกประเทศในสมัยเก่านั้นปกครองแบบราชา- ธิปไตย ซึ่งมีโครงสร้างหรือองค์กรฝ่ายปกครองดังนี้
ตำแหน่งในเมืองหลวง ซึ่งเป็นเอกราชหรือเป็นประเทศราช
| |
- ประมุขของรัฐมีฐานะเป็นกษัตริย์ ดังนั้นจึงใช้คำนำหน้าว่า "พระเจ้า"
- อุปหลาด (อุปราช) เป็นตำแหน่งรองของกษัตริย์
- ราชวงศ์ เป็นตำแหน่งอันดับสาม
- ราชบุตร เป็นตำแหน่งอันดับสี่
ตำแหน่งในอันดับ 2 - 3 - 4 นี้เป็นเชื้อพระวงศ์มีคำนำหน้าว่า "เจ้า"
- เมืองแสน
- เมืองจันทน์
สองตำแหน่งนี้ส่วนมากทำหน้าที่เกี่ยวกับต่างประเทศหรือต่างเมือง และกิจการสำคัญ เช่น การรักษาความสงบตลอดจนตุลาการ
- เมืองขวา
- เมืองกลาง
- เมืองซ้าย
สามตำแหน่งนี้ รักษาบัญชีกำกับการสักเลข (เกณฑ์ไพร่พล) ดูแลวัดวาอาราม ออกคำสั่งให้กักขัง - ปล่อยนักโทษ
- เมืองคุก
- เมืองฮาม
สองตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่พัสดีเรือนจำ
- นาเหนือ
- นาใต้
สองตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่ฝ่ายพลาธิการ เก็บส่วยภาษีอากร
- ซาเนตร
- ซานนท์
สองตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่เลขานุการของเมืองแสน เมืองจันทน์
- ซาบัณฑิต ทำหน้าที่อ่านโองการ ท้องตราและประการอื่นๆ รวบรวมบัญชีรายงาน คำนวณศักราชปีเดือน
ตำแหน่งในอันดับ 5 - 16 นี้ ถือว่าเป็นขุนนางชั้นเสนาบดีหรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ มีคำ นำหน้าว่า "พญา" (พระยา)
|
ตำแหน่งในหัวเมืองต่างๆ
มีโครงสร้างหรือองค์การแบบเดียวกับในเมืองหลวง แต่อาจจะเรียกชื่อต่างกันไปบ้าง คือ ประมุขหรือหัวหน้า เรียกว่า เจ้าเมือง อุปหลาด เรียกว่า อุปฮาด ตำแหน่งในอันดับ 1 ถึง 4 ดังกล่าวข้างต้นมักจะเป็นเชื้อสายหรือวงศ์ญาติของเจ้าเมืองเอง ตำแหน่งในอันดับ 5 ถึง 16 เป็น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของเมือง เป็นคณะกรรมการเมือง หรือตำแหน่งประจำมีคำนำหน้าว่า "เพีย" (ไม่ใช่เพี้ย) คำว่า พญา คือ เพีย นี้ก็คงมีที่มาจากคำว่า เพียร และ พีระ ตรงกับคำว่า พระยา ของ คนทางใต้
ถ้าหากเมืองใดมีงานมากอาจจะแต่งตั้งตำแหน่งพิเศษเพิ่มขึ้นได้อีก ซึ่งจะมีคำนำหน้า ชื่อว่า เพีย ทั้งนั้น เช่น เพียนามเสนา เพียมหาเสนา
เพียจันทรยศ เพียซามาตย์ เพียซานุชิต เพีย แก้วดวงดี เพียสุวรรณไมตรี เพียอรรควงศ์ เพียเนตรวงษ์ เพียวุฒิพงษ์ เป็นต้น
ตำแหน่งในชุมชนเล็ก
| |
- ท้าวฝ่าย หรือ นายเส้น เทียบกับตำแหน่งนายอำเภอ
- ตาแสง คือ นายแขวง เทียบกับตำแหน่งกำนัน
- นายบ้าน หรือ กวนบ้าน เทียบกับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน
- จ่าบ้าน เป็นผู้ใหญ่บ้าน อาจจะมีหลายคนก็ได้
|
ขอขอบคุณ : ผศ. สุระ อุณวงศ์ ให้ข้อมูล
|