|
เมื่อการนวดข้าวสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการนำข้าวจากลานขึ้นสู่เล้าข้าว ซึ่งก็จะมีพิธีการเพื่อเป็นศิริมงคลอีกเช่นเดียวกับขั้นตอนอื่นๆ เพื่อให้ลูกหลานได้ตระหนักถึงบุญคุณของข้าว สืบต่อไป
เอาข้าวขึ้นเล้า
วันเอาข้าวขึ้นเล้า นิยมทำวันจันทร์ พฤหัสบดี ศุกร์ เวลาบ่าย 3 โมง ถึงบ่าย 5 โมง มีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้
- เอาเทียน 5 คู่ ดอกไม้ 5 คู่ ใส่ขัน
- กระบุงเปล่า 1 ใบ
- หาขัน หรือกระบอกใส่ข้าว (ขวัญข้าว) 1 อัน
- พ่อบ้าน หรือหัวหน้าครอบครัวเอาผ้าขาวม้าพาดเฉวียงบ่า ถือกระบุง และขันดอกไม้พร้อมทั้งขันหรือกระบอก สำหรับใส่ขวัญข้าวไปยังลานข้าว
- ว่าคาถาเรียกขวัญข้าว เมื่อไปถึงลานข้าว และได้เวลาแล้วพ่อบ้านเอาผ้าขาวม้าเฉวียงบ่า นั่งคุกเข่าหรือนั่งยองๆ ก็ได้ ไม่ต้องกราบหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ยกขัน 5 ขึ้นว่า นะโม ฯลฯ 3 จบ แล้วให้ว่าคาถาเรียกขวัญข้าวดังนี้ อุกาสะ อุกาสะ ผู้ข้าขอโอกาส ราธนาคุณแม่โพสพให้เมืออยู่เล้า คุณขวัญข้าวให้เมืออยู่ฉาง ภะสะพะโภชะนัง มะหาลาภัง สุขัง โหตุ"
แล้วเอาขันหรือกระบอกที่เตรียมไปตักขวัญข้าวนั้น ตักเอาขวัญข้าวใส่กระบุง อุ้มเดินกลับบ้าน เอาขึ้นเล้าไปวางไว้บนขื่อด้านหลังสุดตรงข้ามกับประตูเข้าเล้า หาอะไรครอบไว้เพื่อไม่ให้หนู หรือนกไปกินได้ ข้าวที่เก็บได้นั้นคือ "ขวัญข้าว" ซึ่งเราจะต้องเอามาผสมกับข้าวปลูก เพื่อทำพันธุ์ในปีต่อไป
สู่ขวัญข้าว
เมื่อขนข้าวขึ้นเล้าแล้ว บางคนก็สู่ขวัญข้าวในวันนั้น บางคนก็เอาวันหลัง ที่นิยมทำกันก็คือ วันจันทร์, พูธ, พฤหัสบดี, วันศุกร์ หรือวันอาทิตย์ก็ได้ ไม่นิยมทำกันในวันอังคาร วันเสาร์ วันจม และวันเดือนดับ ในวันสู่ขวัญข้าวนั้นให้อัญเชิญเอาขวัญข้าวที่เราเก็บใส่ขัน หรือกระบอกไว้ดังกล่าวนั้นมาใส่ในพาขวัญ สู่ขวัญแล้วจึงนำไปเก็บไว้ยังที่เดิม (คำสู่ขวัญข้าว ดูรายละเอียดที่นี่)
การเปิดเล้าเอาข้าวมากิน
ตามที่โบราณอีสานนิยมกัน เมื่อมีการขนข้าวขึ้นเล้าแล้ว เขาจะแยกเอาบางส่วนใส่กระสอบ หรือใส่กระเฌอเอาไว้สำหรับตำกิน กะให้พอกินถึงวันเปิดเล้า คือเมื่อเอาข้าวขึ้นเล้าและสู่ขวัญเสร็จ คนโบราณจะเปิดเล้าข้าวไว้ แต่การเปิดเล้าข้าวนั้น คนในภาคอีสานนิยมเปิดเล้า ตักกินข้าวเดือน 3 ขึ้น 3 ค่ำ หรือวันมงคลอื่นๆ ทั้งนี้แล้วแต่ท้องถิ่นนิยม คาถาเปิดเล้าตักข้าวมากินว่า ดังนี้
- ตั้ง นะโม ฯลฯ 3 จบ
- ให้เสกคาถาว่า "โอมแม่โพสพ ผู้เป็นเจ้าขวัญข้าว ขนมาเล้ามาเยีย ถึงฤดูเดือนตักกินข้าวแล้ว ขอให้แม่แก่นแก้วอย่าได้ตกใจ ผู้ข้าตักกินทานไปอย่าได้บก ผู้ข้าจกกินทานไปอย่าได้เสี่ยง ขอให้มีอยู่เลี้ยงเหลืออยากเหลือกิน มา ขะโย มา วะโย มัยหัง มา จะโกจิ อุปัททะโว ธัญญะธะนานิ เม ปะวัสสันตุ ธนัญชะยัสสะ ยถา ฆะเร ภะสะพะโภชะนัง มหาลาภัง สุขัง โหตุ" ว่า 3 จบ แล้วตักไปกินไปขายได้
คาถาหม่าข้าว
"สุ รุ รุ กึตตัง ภัพพา ภัพพัง ร้านพระ ร้านปานะ โภชนะ อุทะกัง วาวัง ตัณฑุลานิ ปะริปูริตานิ สัพพะกาลัญจะ ภิยโยโส" เสกใส่น้ำหม่าข้าวนึ่งหรือหุงกิน ท่านว่ากินบ่บกจกบ่อลงสุขภาพร่างกายของผู้กิน ก็จะดีไปด้วย
ฤกษ์ยามเอาข้าวขึ้นเล้า
เอาข้าวขึ้นเล้าควรเว้นวันเสาร์ ส่วนเดือนนั้นเดือนไหนก็ได้ แต่โบราณท่านให้ถือข้างขึ้น ข้างแรม ดังนี้
ข้างขึ้น
| |
ถ้าขึ้น |
1-8-9-10 ค่ำ ผีช่วยกิน 1 ตน บ่ดีแล |
| |
ถ้าขึ้น |
2-3-4-5-7-12-14-15 ค่ำเป็นวันปลอด ดี เอาข้าวขึ้นเล้าเถิด ดีแล |
| |
ถ้าขึ้น |
6-11 ค่ำ ผีช่วยกิน 3 ตน บ่ดีแล |
| |
ถ้าขึ้น |
13 ค่ำ ผีช่วยกิน 2 ตน บ่ดีแล |
ข้างแรม
| |
ถ้าแรม |
1-2-3-4-5-7-12-14-15 ค่ำเป็นวันปลอด ดี เอาข้าวขึ้นเล้าเถิด ดีแล |
| |
ถ้าแรม |
5-6 ค่ำ ผีช่วยกิน 3 ตน บ่ดีแล |
| |
ถ้าแรม |
7-8 ค่ำ ผีช่วยกิน 4 ตน บ่ดีแล |
| |
ถ้าแรม |
10-11-12 ค่ำ ผีช่วยกิน 2 ตน บ่ดีแล |
|