foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
เมษายน หน้าร้อนของจริงมาแล้วครับ แต่ปีนี้อากาศจะแปรปรวนหน่อยทั้งลมพายุ ลูกเห็บ ฝนฤดูร้อน และหนาวสะท้านในเดือนเดียวกัน กลับเมือบ้านไปฮดน้ำสงกรานต์ผูเฒ่าผู้แก่ก็ขอให้เดินทางปลอดภัย ปราศจากอุบัติเหตุและเครื่องดื่มมึนเมาเด้อครับ ให้ได้พร้อมหน้าพร้อมตามีความสุขทุกครอบครัว ส่วนทิดหมูสิหนีฮ้อนไปเอาไอหนาวเมืองญี่ปุ่นจักหน่อย (เติมพลังชีวิตกับครอบครัว) เลยขอปิดสถานีวิทยุ 2 สัปดาห์ครับ ปลายเดือนจั่งฟังใหม่...

Facebook Likebox

fb like isangate

IsanGate Radio Online

radio online banner

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
isangate net200x75

Visitors Counter

01454184
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
29
2966
2995
369000
54701
72793
1454184

Your IP: 54.156.37.174
2018-04-24 00:06

 

View     Stat
paya header

ju juใจบ่โสดาด้วยเว้าแม่นกะเป็นผิด ใจบ่โสดาดอมเว้าดีกะเป็นฮ้าย

## แม้นไม่สบอารมณ์ออเจ้าแล้ว จะพูดอ้อนอย่างไรก็ไม่มีทางถูกใจเจ้าได้ ##

song word

การเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (at) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

น้องได้ตาย อ้ายได้แต่ง

ขับร้อง : ตั๊กแตน ชลดา

คำร้อง/ทำนอง : --

             มื้อที่อ้ายกินดองน้อง นั่งฮ้อง...ไห้ เฮ็ดได้แค่พาหัวใจไปตายทางอื่น พรุ่งนี้อ้ายผูกแขน น้องอยากมัดตราสัง..บ่อยากตื่น กลับมาฆ่า น้องสามื้ออื่น น้องบ่อยากตื่น มาพ้องานแต่ง

            * อ้ายได้กินดอง น้องอยากกินยาตาย ลบคำสัญญาจากใจ ว่าฮักน้องหลาย อ้ายจำได้บ่ อยากสิถามว่าเป็นหยัง อ้ายคือถิ่ม น้องได้ลงคอ กลับมาฆ่าน้องก่อนได้บ่ ค่อยไปกับเขา เผาถิ่มสาเด้อฮักเฮา ไปอยู่นำเขา สาเด้อแฟนน้อง...

Music Solo

            มื้อที่อ้ายกินดอง น้องกินน้ำ..ตา ฉีกถิ่มฮอดคำสัญญาไปหาคนใหม่ ใจน้องสิขาดแล้ว คิดเห็นมื้อเขาป้อน..ไข่ เจ็บปานถืกแหกใจ อ้ายสิกลายเป็นของคน...อื่น

             อ้ายได้กินดอง น้องอยากกินยาตาย ลบคำสัญญาจากใจ ว่าฮักน้องหลาย อ้ายจำได้บ่ อยากสิถามว่าเป็นหยัง อ้ายคือถิ่ม น้องได้ลงคอ กลับมาฆ่าน้องก่อนได้บ่ ค่อยไปกับเขา

            (ซ้ำ * ) เผาถิ่มสาเด้อฮักเฮา ไปอยู่นำเขา สาเด้อแฟน..น้อง

มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจหลายคำดังนี้

มื้อ = วัน
กินดอง = แต่งงาน
เฮ็ด = ทำ, กระทำ
สา = เถอะ (ทำเลย)
พ้อ = พบ
เป็นหยัง = เป็นอะไร
ได้บ่ = ได้ไหม
นำเขา = กับเขา
ถืก = ถูก
อ้าย = พี่ (ชาย)
ฮ้อง = ร้อง (ร้องไห้)
บ่ = ไม่ (บ่อยาก คือ ไม่อยาก)
มื้ออื่น = วันพรุ่งนี้ (วันอื่น)
สิ = จะ
ถิ่ม = ทิ้ง, ทอดทิ้ง, เท
สาเด้อ= ได้เลย (ทำเลย)
ฮอด = ถึง (ในที่นี้คือ แม้กระทั่ง)


 

 
เป็นเพลงใหม่ครับที่ทิดหมู มักม่วน นำมาเสนอเอง หลังจากที่ตั๊กแตน ชลดา เปลี่ยนแนวไปร้องเพลงโจ๊ะๆ มาหลายเพลง คราวนี้น้องหันมาร้องแนวเพลงอกหักหวานๆ ร้าวรานใจอีกครั้ง เหมือนเมื่อก่อนเพราะไปอีกแบบครับ

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

สิเทน้องให้บอกแน

ขับร้อง : ต่าย อรทัย
คำร้อง : สลา  คุณวุฒิ ทำนอง : สลา  คุณวุฒิ / ธีระพงษ์ ศักดิ์แก้ว

        แปลว่าหยังน้ออ้าย  กับอาการเปลี่ยนไปหลายอย่าง บ่จบบ่หายแต่อ้ายเหินห่าง คือเป็นลายต่าง แท้หนอ... กะจักแม่นยุ่ง กะจักแม่นยากอีหยังแน แต่บ่แคร์กันคือเก่าเลยเนาะ คิดหลายอยู่เด้ ฮู้บ่ จั๊กอ้ายเป็น..อีหยัง

        บอกกันแนเด้ ถ้าสิเทน้องถิ่ม อย่าเชือดนิ่มนิ่ม อย่าถิ่มให้เจ็บย้อนหลัง บอกกันแนติ๊... ถ้าอ้ายสิหนีไกลทาง อย่าสิหลอย แล้วกะห่าง ให้นางเป็นผู้แพ้

        ฮักแท้เดเด้อ้าย ฝากดวงใจกับอ้ายนานนาน เพราะเชื่อ เพราะหวัง กับคำฮักกัน ผู้ใด๋มาปั่น บ่แคร์ กะคิดว่าแม่น กะคิดว่าคัก คือดี๊ดี  แต่มื้อนี่อ้ายคือเปลี่ยนคักแท้ ส่อยบอกให้น้อง ฮู้แน สถานะน้องคือ..อีหยัง

        บอกกันแนเด้ ถ้าสิเทน้องถิ่ม อย่าเชือดนิ่มนิ่ม อย่าถิ่มให้เจ็บย้อนหลัง บอกกันแนติ๊... ถ้าอ้ายสิหนีไกลทาง อย่าสิหลอย แล้วกะห่าง หาทางสิเทน้อง

        สิถอยจากใจ มีหม่องใหม่คอยคอง.. โอ..โอะ..โอย.. สิเทน้องให้บอกแน

        บอกกันแนเด้ ถ้าสิเทน้องถิ่ม อย่าเชือดนิ่มนิ่ม อย่าถิ่มให้เจ็บย้อนหลัง บอกกันแนติ๊... ถ้าอ้ายสิหนีไกลทาง อย่าสิหลอย แล้วกะห่าง ให้นางเป็นผู้แพ้ โอ..โอะ..โอย.. สิเทน้องให้บอกแน


        คำและความหมายภาษาอีสานที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ

หยังน้อ = อะไรหรือ
บ่ = ไม่
แท้หนอ = จริงๆ หนอ
อีหยังแน = อะไรนัก (หนา)
อยู่เด้ = อยู่นะ (มาก)
จั๊ก = ทำไม (ทำนองเป็นคำตัดพ้อ)
แนเด้ = หน่อยนะ
แนติ๊ = หน่อยสิ
เดเด้ = จริงๆ นะ (สร้อยคำเสริมความหมายจริงจัง)
ผู้ใด๋ = ใคร
ส่อย = ช่วย
อีหยัง = อะไร (อย่างไร)
บอกแน = บอกหน่อย (แน หรือ แหน่)
อ้าย = พี่ (ชาย)
ลายต่าง = เปลี่ยนไป (ไม่เหมือนเดิม)
กะจักแม่น = ไม่รู้เป็นอะไรถึง... (ไม่เข้าใจ, ทำไม)
เลยเนาะ = เลยนะ (เป็นสร้อยคำเสริมความหมายคำหน้า)
ฮู้บ่ = รู้ไหม
อีหยัง = อะไร
ถิ่ม = ทิ้ง, ทอดทิ้ง
สิหลอย = จะหนี (หลอย คือ แอบ ซ่อน หนีหน้า)
ฮัก = รัก
ว่าแม่น ว่าคัก = ใช่แล้วแน่นอน
ฮู้แหน่ = รู้หน่อย (ให้รู้บ้าง)
หม่องใหม่ = ที่ใหม่ (คนใหม่)

ทิดหมู มักม่วน ผัดมักการฮ้องในสไตล์ของนักฮ้องจาก สปป.ลาว ที่ชื่อว่า แพท เพดดาวอน คำมณีวง ที่เอามาขับฮ้องในรายการ "ศึกวันดวลเพลง" หลายกว่าของต่าย อรทัย เพราะน้ำเสียงจากนักฮ้องสาวลาวผู้นี้ดีหลายครับ

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

สาวผู้ไทฮ่อนคำ : สิริพอน - เม ยูน่า
ສາວຜູ້ໄທຮ່ອນຄຳ : ສິລິພອນ + ເມຢູ່ນາ


ประพันธ์โดย : อาจารย์ดอกเพ็ก แดนจำพอน

        โอย...น้อ อ้ายบ่าวฟังลำเอย ชายเอยสาวภูไททางก้ำ แถวเมืองวังอ่างคำ ยังคงคอยอ้ายอยู่ คอยอย่างมีม่อมชู้ เคียงข้างน้องฮ่อนคำ อ้ายเอย

       (พี่ชายผู้ฟังลำ สาวภูไททางเมืองวังอ่างคำยังคอยพี่อยู่ อยากมีตู่เคียงช่วยน้องมาร่อนทองคำกัน)

        เชิญเยอ เชิญมายามม้อมน้อง อยู่ท้องถิ่นเมืองวิละ เมืองที่มีภูผา หน่วยพะนอมเลียนต้อน ในดงดอนก็มีไม้ จวงจันอันล้ำค่า สักกุนาลิ้นเหม่น กวางฟานเต้นสนั่นเนือง แท้นา

       (เชิญนะพี่มาเยี่ยมเยือนน้องที่เมืองวิละ ที่มีภูเขา ต้นไม้เขียวขจี อุดมด้วยสัตว์ป่า นกกา กวาง ฟานมากหลาย)

        อันว่า แถวไฮ่นาอั่งเข้า เต้าต่อมอุดมดี สายน้ำมีปูปา ล่องลอยวังกว้าง ปวงประชาสนุกสร้าง ปัวแปงเจ้าขุดก่น บ่ได้ฮนฮวนฮ้อน เขินข้อนแต่อย่างใด ดอกเด้อ

       (ในไร่นาดินดีอุดมสมบูรณ์ ในน้ำก็มากมีปูปลา มาช่วยกันสร้างความมั่งคั่ง ถิ่นนี้มีทรัพย์มากมายให้ค้นหา)

        ชายเอย ตามสายธารฮ่องข้าง เพิ่นบ้างฮ่อนเอาคำ อยู่ตามลำเซบาย ฮ่องสายเซน้อย คอยไปตามสายห้วย บ่อนไหลลงใส่เซกอก บอกว่าคำหยาดย้อย ตามลำน้ำเสาะหาดทราย นั่นแล้ว

       (พี่ชายตามน้องมาที่ลำน้ำเซบาย เซน้อย เซกอก ที่นี่มีคำร่ำลือว่ามีแร่ทองคำมากหลายในสายน้ำ)

        เคยมีประเพณีตั้งแต่เค้า เฒ่าแก่ตานาย พากันไปหาเขิง ฮ่อนคำนำลำน้ำ สมกับนามที่เขาเอิ้น ว่าเมืองวังบ่อนคำอั่ง แดนที่แสนเจ้าเอกอ้าง ว่าเป็นห้องอ่างคำ ว่าเป็นห้องอ่างคำ แท้นา

       (มีประวัติมานานตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ว่าพากันเอาเขิง (กระจาดร่อนทอง) ไปร่อนหาทองคำกันเป็นอาชีพ)

        ชายเอย พอว่าลุนสว่างฟ้า เบยเบิกบูรพา สักกุณาแซวๆ เสียง กล่อมดงพงด้าว ซุมบ่าวสาวพากันห้าว แพเคียนหัวถือกะต่า พายติบเข้าปิ้งปา พร้อมหมากพลูให้แม่ตู้ หันหน้าสู่นะที พี่เอย

       (พี่ชาย รุ่งเช้าอรุณเบิกฟ้า เสียงการ้องก้องดัง หนุ่มสาวต่างกุลีกุจอใช้ผ้าขาวม้าคาดหัว ถือตะกร้าใส่อาหารและหมากพลู ออกไปที่แม่น้ำกัน)

        อันว่า พากันทำจั่งซี่ กะดีกว่าป่อยเวลา เส็ดจากทำนาสวน ก็ม่วนยินอยู่ลำน้ำ มื้อมันหมานกะพอได้ คำสลึงไว้ใส่กวด หัวใจปวดจ้าวๆ ไผบ่ห้าวบ่แม่นคน ดอกเด้อ

       (ทำกันทุกวันแบบนี้ดีกว่าปล่อยเวลาทิ้งไป เสร็จจากนาสวนเราก็ไปสนุกกันในลำน้ำ วันโชคดีก็พอได้ทองคำกันคนละสลึง มีกำลังใจสู้กันทุกคน)

        เชิญเยอ เชิญมานำหม่อมน้อง มาบ้างห่อนคำแดง เมือส่วยแปงสายแนน ฮ่วมสาวผู้ไทนี้ คันบุญมีกะคงได้ เมือซูเจ้าซ้อนบ่อน เป็นเขยคูนเลี้ยงพ่อเฒ่า เป็นเขยคูนเลี้ยงแม่เฒ่า มูนสิข้อนแต่ต่อนคำ ดอกนา

       (เชิญพี่มาหาน้องช่วยกันร่อนทองคำ ถ้าวาสนามีก็คงได้ครองคู่กับสาวภูไทคนนี้ เป็นเขยดีของพ่อตาแม่ยาย เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสีย พี่เอย)

คำและความได้แปลในรูปประโยคในวงเล็บสีเขียวครับ

เพลงนี้ อาวทิดหมู มักหม่วน ตั้งใจนำมาเสนอเอง ชอบที่เป็นลำภูไท (สำเนียงลาวฝั่งซ้ายแท้ๆ) เนื้อหาดี นักร้องก็ร้องได้ม่วนถูกใจหลาย ทั้งน้องสิริพอน ศรีประเสริฐ และน้องเม ยูน่า และที่ประทับใจสุดๆ คือ MV PhuThai Orcresta บ้านทุ่ง ที่นำเสนอโดยทีมงาน Una Studio นี่แหละ สร้างสรรค์มากจริงๆ

una orcresta

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

"ไทดำรำพัน" ต้นฉบับร้องโดยนักร้องจาก สปป.ลาว ชื่อ ก.วิเสส (มีชื่อจริงว่า กันตัง ราดปากดี) ที่นำมาเสนอเป็นการร้อง Cover ใหม่โดย สิริพร ศรีประเสริฐ จากค่าย Una Studio เมืองเซโปน สปป.ลาว เพลงนี้กลายเป็นเพลงประจำของชาวไทดำทุกที่ทั่วโลกไปแล้ว ไม่ว่าใน สปป.ลาว เมืองเดียนเบียนฟู-เวียดนาม และทุกแห่งรวมในไทย ขอย้ำ "โซ่ง" หรือ "ไทดำ" ไม่ใช่ "คนลาว" (พื้นเมืองดั้งเดิม แต่อพยพมาจากที่อื่น) เพลงนี้มีที่มา อ่านต่อด้านล่าง

ไทดำรำพัน : สิริพร ศรีประเสริฐ

  ໄຕດຳລຳພັນ : ສິລິພອນ ສີປະເສີດ

ผู้แต่ง : อาจารย์สนอง อุ่นวงศ์

          * สิบห้าปี ที่ไตเฮาห่างแดนดิน (...เยอเข้าไป) จงเอ็นดูหมู่ข้าน้อยที่พลอยพรากบ้าน เฮาคนไตย้ายกันไปทุกถิ่นทุกฐาน จงฮักกันเด้อ ไตดำเฮาหนา

         ** สิบห้าปี ที่ไตเฮาเสียดายเด (...เยอเข้าไป) เมืองเฮาเพ แสนเสียดายปู่เจ้าเซินลา เฮือนเคยอยู่ อู่เคยนอนต้องจรจากลา ปะไฮ่ปะนา น้ำตาไตไหล

       *** สิบห้าปี ที่ไตเฮาเสียแดนเมือง (...เยอเข้าไป) เคยฮุ่งเฮืองหมู่ข้าน้อยอยู่สุขสบาย ลุงแก่นตา ได้สร้างสาบ้านเมืองไว้ให้ บาดนี้จากไกล ไตเสียดายเด

      (พูด) งำมา น้ำตา ไตไหล ยามเมื่อ จากไกล ปู่เจ้าเซินลา อพยพ หลบลี้ ไฟรีมา ไตดำ นำหา ครวญหา จู่มื้อ จู่วัน

(ซ้ำ * , ** และ ***)

         มีคำภาษาลาว (ซึ่งคล้ายๆ กับภาษาอีสาน) ที่น่าสนใจดันี้

ไตเฮา = ไทเรา (ชาวไทดำ)
หมู่ข้าน้อย = พวกเรา (ที่ต่ำต้อย)
ฮักกันเด้อ = รักกันนะ (มากๆ)
เสียดายเด = เสียดายจัง (เลย)
ปู่เจ้า = ภูเขา (ในภาษาไท) ถิ่นบรรพบุรุษ
เฮือนเคยอยู่ = บ้านเคยพักพึ่งพิง
ปะไฮ่ปะนา = ปะ (ทิ้ง) ไฮ่ (ไร่) ทิ้งไร่นา
ลุงแก่นตา = บรรพบุรุษ (ผู้สร้างบ้านแปลงเมือง)
บาดนี้ = บัดนี้

เยอเข้าไป = เดินกันไป (ข้างหน้า มีความหวัง)
เฮาคนไต = เราคนไทดำ
เฮาหนา = พวกเรา
เมืองเฮาเพ = บ้านเมืองพังทลาย (ล่มสลาย)
เซินลา = เมืองเซินลา (ชื่อเมืองในเวียดนาม)
อู่เคยนอน = ที่เคยเลี้ยงลูกเล็กเด็กแดง (อู่ คือ เปลนอนเด็ก)
ฮุ่งเฮือง = รุ่งเรือง
สร้างสา = สร้างความปึกแผ่น มั่นคง

ก.วิเสส เล่าให้ฟังว่าตัวเขาเกิดที่ บ้านสีไค ใกล้ๆ สนามบินวัดไต เขตนครหลวงเวียงจันทร์ เมื่อ 58 ปีที่แล้ว (สัมภาษณ์เมื่อปี 2010) ในวัยหนุ่ม ก.วิเสส ได้เข้ารับราชการทหาร สังกัดฝ่ายเป็นกลางแห่งราชอาณาจักรลาว เคยผ่านสมรภูมิรบ "ทุ่งไหหิน" ก่อนที่จะลาออกไปเป็นนักร้อง ตามห้องอาหารในเขตนครหลวงเวียงจันทร์

ราวปี 2510 พ.อ.แพงเกี้ยว สุวัติ ผู้บัญชาการกรมราบอากาศวังเวียง (ทหารพลร่ม) ได้จัดตั้งวงดนตรี "ราบอากาศวังเวียง" ขึ้นมา ก.วิเสส จึงถูกเรียกตัวให้เข้ามาประจำการเป็นนักร้อง "ตอนแรกรวมตัวกันที่บ้านพักของแพงเกี้ยว ที่บ้านสีไค หลังจากนั้นก็ย้ายไปประจำที่เมืองวังเวียง มี "หมีดำ" เป็นโฆษก"

kor wises

"หมีดำ" ที่ ก.วิเสส พูดถึงคือ ร.อ.สนอง อุ่นวงศ์ ซึ่งมีความสามารถในด้านการแต่งเพลง โดยเฉพาะเพลง "ไทดำรำพัน" ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการไปร่วมงานบุญของชาวไทดำหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเขตนครหลวงเวียงจันทร์ เป็นการผสมระหว่างเพลงพื้นบ้านชาวไทดำ (เพลง ไทดำรำพัน ต้นฉบับ แต่งโดย Baccam Lac ชาวไทดำ นำมาปรุงแต่งใหม่) กับ ทำนองขับทุ้มหลวงพระบาง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2518 พรรคประชาชนปฎิวัติลาว ยึดอำนาจการปกครองล้มล้างรัฐบาลราชอาณาจักรลาว จึงทำให้ ก.วิเสส ตัดสินใจมาอยู่เมืองไทย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2522 เขาจึงทำเรื่องขอเป็นผู้ลี้ภัยและเดินทางไปใช้ชีวิตที่สหรัฐ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

เพลง "ไทดำรำพัน" ร้องโดย ก. วิเสส

ประวัติศาสตร์ไทดำ

ค้นคว้าและเขียน โดย คุณบรรจง ชัชวาลชัยทรัพย์ คนเชื้อสายไทดำ....

ท้าวสรวง อพยพจากน่านเจ้า มาลงหลักปักฐานอยู่ที่เมืองลอ ภูมิประเทศที่เรียกว่า “สิบสองจุไท” ส่วนใหญ่เป็นขุนเขาจนเรียกว่า "แผ่นดินแห่งขุนเขาหมื่นยอด" มีพื้นที่ราบกว้างใหญ่ ทำนาได้ 100% อยู่สี่แห่ง ทุ่งเมืองลอ ทุ่งเมืองถาน ทุ่งเมืองเติ๊ก และ ทุ่งเมืองแถง

แม้ทุ่งเมืองแถงจะใหญ่กว่า แต่รวมทั้งเมืองถาน เมืองเติ๊ก ก็ต้องขึ้นกับเมืองลอ ถิ่นฐานบ้านเดิมของไทดำ ที่เป็นศูนย์กลาง ต่อมาในสมัยลูกขุนลอ ชื่อ "ล้านเจื้อง" ปกครองเมืองแถง ทุกเมืองในสิบสองจุไท ก็เปลี่ยนมาขึ้นกับเมืองแถง

ho jiminhวันเวลาผ่านไป จนถึงสมัยที่ดินแดนแถบนั้นอยู่ในปกครองของฝรั่งเศส และกำลังถูก "โฮจิมินห์" ต่อต้านพวกฝรั่งเศส ฝรั่งเศสเองจัดตั้งแนวร่วมต่อต้านโฮจิมินห์ โดยรวบรวมรัฐไทดำ-ไทขาว 16 แห่ง ตั้งเป็นสหพันธรัฐไต เรียกว่า "ดินแดนเผ่าไท 16 เจ้าไต" แล้วให้ "แดววันลอง" ผู้นำไทขาว เมืองไลเจา เป็นประธานาธิบดี

ฝ่ายโฮจิมินห์ ก็แก้ลำด้วยการเกลี้ยกล่อมไทดำ-ไทขาว เข้าเป็นพวก สองฝ่ายใช้เงื่อนไขเดียวกันว่า ทันทีที่ชนะจะแยกดินแดนให้ไทดำ-ไทขาวปกครองกันเอง นับแต่นั้น ไทดำ-ไทขาวก็แตกออกเป็นสองพวก จับอาวุธหันมาฆ่าฟันกันเอง

ผลบั้นปลายใน "สมรภูมิเดียนเบียนฟู" ฝ่ายโฮจิมินห์ชนะจับเชลยไทดำ - ไทขาวที่เข้าข้างฝรั่งเศสไปฆ่าถึง 4,500 คน ส่วนไทดำ-ไทขาวฝ่ายสนับสนุนโฮจิมินห์ระดับผู้นำก็ได้รับตำแหน่งสำคัญ ส่วนเรื่องสัญญา ชนะแล้วจะให้ปกครองดินแดน โฮจิมินห์ก็ทำเป็นลืมเสีย ผนวกเอาดินแดน 16 เจ้าไต รวมกับดินแดนเวียดนาม

นับแต่วันนั้น ปี พ.ศ. 2497 ดินแดน 16 เจ้าไต ก็หายไปจากแผนที่โลก หายไปจากความทรงจำของชาวโลก

ปี 2512 ไทดำที่ลี้ภัยไปอยู่ลาว แต่งเพลง "ไทดำรำพัน" เนื้อเพลงท่อนแรก “15 ปีที่ไทดำ ห่างแดนดิน จงอินดู หมู่ข้าน้อย ที่พลอยพากบ้าน เฮาคนไท ย้ายกันไป ทุกถิ่นทุกถาน จงฮักกันเนอ ไทดำเฮาเนอ”

คุณบรรจง... เล่าเรื่องไทดำไว้ว่า พิธีการก่อนตาย... ไทดำ ในไทย ในลาว หรือทุกแห่งหนในโลก จะถูกสั่งสอนให้ให้รู้จักพิธีบอกวิญญาณ ให้รู้จักเส้นทาง... กลับสู่แผ่นดินแม่ ไทดำที่อยู่ในสหรัฐฯ หรืออิตาลี... จะถูกบอกให้ขึ้นเครื่องบินมาลงสนามบินดอนเมือง ประเทศไทย หารถต่อไปถึงวัดเนินพระเนาว์ ข้ามฝั่งโขงเมืองหนองคาย... แล้วก็ลัดเลาะแต่ละเมืองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึง เมืองลอ

สภาพของเมืองลอ น่าจะเป็นเมืองในเนื้อเพลงไทดำท่อน 3 รำพันว่า

เฮือนเคยอยู่ อู่เคยนอน ต้องจรจำลา ปะไฮ ปะนา น้ำตาไทไหล”

คุณบรรจง ทิ้งท้ายให้คิด เพราะไทดำ ไทขาว ไร้รักสามัคคี แตกแยกกันเอง เป็นเหยื่อคำหลอกล่อของฝรั่งเศสและญวน เป็นเหตุแห่งการสิ้นชาติสิ้นแผ่นดิน

 

เพลงนี้น่าจะเป็นต้นฉบับภาษาไตดำแท้ๆ อักษรคาราโอเกะ "อักษรธรรม" ที่ไทดำใช้

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

siripon sipasert

กะถินคืนถิ่น : สิริพร ศรีประเสริฐ

ກະຖິນຄືນຖິ່ນ : ສິລິພອນ ສີປະເສີດ

ผู้แต่ง : คูนทะวี ศรีโคตะบูน

         ลมเอ๋ยลม ลมหนาวพัดฮวงเข้า ลมเหนือพัดมาเบาๆ ได้ควมเหงาเข้าเต็มห้องใจ จากนามาเกือบสองปี อยู่ราชธานีเมืองไทย แดนดินถิ่นสะตอฝักใหญ่ แต่หัวใจห่วงหาบ้านเฮา

         ลมวอยวอย ใจน้องลอยว้าเหว่ คิดฮอดบ้านเฮาแท้เด คิดเดคิดฮอดผู้บ่าว จากกันงานออกพรรษา สัญญาว่าสิคืนบ้านเฮา ไปนั่งเบิ่งบุญส่วงเฮือหม่องเก่า หม่องสองเฮานัดกันมั่นหมาย

       * คำอ้ายสั่ง ดังก้องอยู่ว่อนวอน วอนว่อนวอน หัวใจสั่งห่วงหาอาวรณ์ ยามนอนก็กอดหมอนแทนอ้าย บ่เคยลืมหมากกะถิน เถิงกินสะตอฝักใหญ่ ยามกินหมากสะตอเทื่อใด ก็คิดไกลหมากกระถินบ้านเฮา

      ** คนเอ๋ยคน คนหูเบาเอาง่าย ทั้งที่รอคงบ่ถึงตาย สิโวยวายหยังเด้ผู้บ่าว อดใจน้ออีกจักปี เถิงปีนี้นัดกันแล้วฟ่าว ปีสิมาจึงพ้อกันน้อเฮา น้องสิต่าวคืนถิ่นกะถิน..

(ซ้ำ * และ **)

         มีคำภาษาลาว (ซึ่งคล้ายๆ กับภาษาอีสาน) ที่น่าสนใจดันี้

ฮวงเข้า = รวงข้าว
บ้านเฮา = บ้านเรา
คิดฮอด = คิดถึง
คิดเด = คิดนะ
สิคืน = จะกลับ
ส่วงเฮือ = แข่งเรือ
สองเฮา = สองเรา
ว่อนวอน = เสียงที่ก้องอยู่ในหัว
เถิง = ถึง
เทื่อใด = ครั้งใด
บ่ถึง = ไม่ถึง
หยังเด้ = ทำไม
ฟ่าว = ไม่สำเร็จ
สิต่าว = จะกลับ (คืนบ้าน)
ควมเหงา = ความเหงา
ลมวอยวอย = ลมพัดเอื่อยๆ (ในฤดูหนาว)
แท้เด = มากๆ นะ
ผู้บ่าว = ผู้ชาย (แฟน)
เบิ่ง = มอง, เฝ้าดู
หม่อง = ที่ (สถานที่)
อ้าย = พี่
หมากกะถิน = ฝักกระถิน
หมากสะตอ = ฝักสะตอ
คิดไกล = คิดถึง (ไปไกล)
สิโวยวาย = จะโวยวาย
จักปี = สักปี
พ้อกัน = พบกัน
ถิ่นกะถิน = ดินแดนกระถิน (เมืองลาว)

 

 

redline

backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

isangate com 345x250