foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
บ่ทันใด๋กะสิฮอดออกพรรษาแล้วน้อ ทางอีสานบ้านเฮากะมีบุญใหญ่หลายหม่อง สกลนคร เพิ่นกะมีแห่ผาสาทเผิ้ง นครพนมกับจังหวัดใกล้แม่น้ำใหญ่กะมีไหลเฮือไฟ ตามริมแม่น้ำโขงหลายหม่องหลายบ่อนกะสิมีปรากฏการณ์ลูกไฟ (บั้งไฟพญานาค) ให้ได้ไปเฝ้าชมความมหัศจรรย์นี้ ชาวบ้านกะได้ทำบุญตักบาตรพระกัน หลังจากนั้นไปตลอด ๑ เดือน กะสิแม่น งานบุญกฐิน ในทุกแดนดินไทย สาธุๆ นำเด้อครับ

Our Sponsor

adv200x300 1

adv200x300 2

Facebook Likebox

IsanGate Radio Online

radio online banner

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
isangate net200x75
paya header

ju ju  เห็นของกินอยากบวช เห็นหีสวดอยากสิก

     ## อย่าเป็นคนโลเล เห็นของกินอยู่วัดมากมายก็อยากบวช พอเห็นหญิงงามก็อยากสึก ##

isan governance

ระบอบการปกครองบ้านเมือง อันเป็นกติกาควบคุมสังคมสมัยเก่านั้น คนไทยทางภาคกลาง หรือทางใต้ ได้รับอิทธิพลจากทางตะวันตกมาก เพราะยึดถือหลักจากคัมภีร์พระมนู พระธรรมศาสตร์ ของสังคมชาวอินเดีย โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่มาจากทางด้านนี้ มักจะโน้มไปในทางจิตนิยม หรือเชื่อในสิ่งที่สมมติกันขึ้นมา เช่น นรก สวรรค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไม่เคยเห็น

ส่วนระบอบการปกครองของชาวลาว และชาวอีสานสมัยเก่านั้น ยังมีอิทธิพลของความเชื่อดั้งเดิม ตกทอดมาจากทางเหนืออยู่มาก โดยเฉพาะอิทธิพลแบบจีน ซึ่งมักจะโน้มไปในทางวัตถุนิยม หรือเชื่อในสิ่งที่เคยเห็นคุณเห็นโทษมาแล้ว เช่น บิดา มารดา บรรพบุรุษ วีรบุรุษ ผู้ที่ล่วงลับ ตายเป็นผีไปแล้ว ได้รับการยกย่องเชิดชูมาก จนมีการเซ่นไหว้บวงสรวงกันหลายระดับ

(จารุบุตร เรืองสุวรรณ. ของดีอีสาน : หน้า 147)

isan people 1

ถึงแม้คนไทยทางใต้กับทางอีสาน จะเป็นศิษย์ของชาวชมพูทวีปด้วยกัน แต่ลักษณะการปกครองของคนไทยใต้นั้น ค่อนไปในแบบที่ใช้ประมวลกฎหมายคล้ายฝรั่งเศส เช่น การใช้กฎหมายตราสามดวง ส่วนชาวอีสานนั้นไม่ปรากฏว่า มีประมวลกฎหมาย ข้อบังคับหรือกติกาของสังคมส่วนใหญ่ ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีคล้ายแบบของอังกฤษ เผ่าชนซึ่งอาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำโขงสมัยเก่า ใช้ศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นเครื่องมือ หรือวิธีการปกครองบ้านเมือง มากกว่าเผ่าชนทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกประเทศในสมัยเก่านั้นปกครองแบบราชาธิปไตย ซึ่งมีโครงสร้างหรือองค์กรฝ่ายปกครองดังนี้

bulletตำแหน่งในเมืองหลวง

เมืองหลวง ซึ่งเป็นเอกราชหรือเป็นประเทศราช จะมีตำแหน่งต่างๆ เรียกตามลำดับดังนี้

  1. ประมุขของรัฐ มีฐานะเป็นกษัตริย์ ดังนั้นจึงใช้คำนำหน้าว่า "พระเจ้า"
  2. อุปหลาด (อุปราช) เป็นตำแหน่งรองของกษัตริย์
  3. ราชวงศ์ เป็นตำแหน่งอันดับสาม
  4. ราชบุตร เป็นตำแหน่งอันดับสี่
    ตำแหน่งในอันดับ 2 - 3 - 4 นี้เป็นเชื้อพระวงศ์มีคำนำหน้าว่า "เจ้า"
  5. เมืองแสน
  6. เมืองจันทน์
    สองตำแหน่งนี้ส่วนมากทำหน้าที่เกี่ยวกับต่างประเทศหรือต่างเมือง และกิจการสำคัญ เช่น การรักษาความสงบตลอดจนตุลาการ
  7. เมืองขวา
  8. เมืองกลาง
  9. เมืองซ้าย
    สามตำแหน่งนี้ รักษาบัญชีกำกับการสักเลข (เกณฑ์ไพร่พล) ดูแลวัดวาอาราม ออกคำสั่งให้กักขัง - ปล่อยนักโทษ
  10. เมืองคุก
  11. เมืองฮาม
    สองตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่พัสดีเรือนจำ
  12. นาเหนือ
  13. นาใต้
    สองตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่ฝ่ายพลาธิการ เก็บส่วยภาษีอากร
  14. ซาเนตร
  15. ซานนท์
    สองตำแหน่งนี้ ทำหน้าที่เลขานุการของเมืองแสน เมืองจันทน์
  16. ซาบัณฑิต ทำหน้าที่อ่านโองการ ท้องตราและประการอื่นๆ รวบรวมบัญชีรายงาน คำนวณศักราชปีเดือน
    ตำแหน่งในอันดับ 5 - 16 นี้ ถือว่าเป็นขุนนางชั้นเสนาบดีหรือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ มีคำ นำหน้าว่า "พญา" (พระยา)

bulletตำแหน่งในหัวเมืองต่างๆ

มีโครงสร้างหรือองค์การแบบเดียวกับในเมืองหลวง แต่อาจจะเรียกชื่อต่างกันไปบ้าง คือ ประมุข หรือ หัวหน้า เรียกว่า เจ้าเมือง อุปหลาด เรียกว่า อุปฮาด ตำแหน่งในอันดับ 1 ถึง 4 ดังกล่าวข้างต้นมักจะเป็นเชื้อสายหรือวงศ์ญาติของเจ้าเมืองเอง ตำแหน่งในอันดับ 5 ถึง 16 เป็น ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของเมือง เป็นคณะกรรมการเมือง หรือ ตำแหน่งประจำ มีคำนำหน้าว่า "เพีย" (ไม่ใช่เพี้ย) คำว่า พญา คือ เพีย นี้ก็คงมีที่มาจากคำว่า เพียร และ พีระ ตรงกับคำว่า พระยา ของคนทางใต้

ถ้าหากเมืองใดมีงานมาก อาจจะแต่งตั้งตำแหน่งพิเศษเพิ่มขึ้นได้อีก ซึ่งจะมีคำนำหน้า ชื่อว่า เพีย ทั้งนั้น เช่น เพียนามเสนา เพียมหาเสนา เพียจันทรยศ เพียซามาตย์ เพียซานุชิต เพีย แก้วดวงดี เพียสุวรรณไมตรี เพียอรรควงศ์ เพียเนตรวงษ์ เพียวุฒิพงษ์ เป็นต้น

isan people 3

bulletตำแหน่งในชุมชนเล็ก

  1. ท้าวฝ่าย หรือ นายเส้น เทียบกับตำแหน่งนายอำเภอ
  2. ตาแสง คือ นายแขวง เทียบกับตำแหน่งกำนัน
  3. นายบ้าน หรือ กวนบ้าน เทียบกับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน
  4. จ่าบ้าน เป็น ผู้ใหญ่บ้าน อาจจะมีหลายคนก็ได้
ขอขอบคุณ : ผศ. สุระ อุณวงศ์ ให้ข้อมูล

isan people 4 

การปกครองบ้านเมืองให้สงบสุข ร่มเย็นเป็นสุข นั้น ผู้ปกครองบ้านเมืองที่มีอำนาจ พระสงฆ์ และประชาชนทั่วไปจะต้องมีความสามัคคีกัน ยึดเหนี่ยวในจารีตประเภณีอันดีงาม ที่เรียกว่า "ฮีต 12 คอง 14" นอกจากนั้นยังปฏิบัติตามข้อห้าม "คะลำ" หรือ "ขะลำ" ซึ่งถือว่าเป็นข้อห้ามไม่ให้ประพฤติปฏิบัติ เพราะถ้าใครปฏิบัติฝ่าฝืนข้อห้ามนั้นจะเป็นอันตรายหรืออัปมงคลแก่ผู้ฝ่าฝืน แต่ข้อห้าม (คะลำ, ขะลำ) ดังกล่าว หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามไม่ถือว่าผิดกฎของสังคม เพราะการจะปฏิบัติตามหรือไม่นั้น ผลย่อมตกอยู่กับผู้ไม่ปฏิบัติตามนั่นเอง เช่น นั่งขวางประตูบ้าน บันได ขะลำ หรือ สามีไม่อยู่บ้าน ภรรยาใส่เสื้อแดง คะลำ เป็นต้น

การปฏิบัติตามข้อบัญญัติหรือข้อกำหนดของสังคม หรือที่เรียกว่า "กฎหมายบ้านเมือง" ซึ่งถือว่าเป็นข้อบังคับที่ทุกคนในสังคมต้องปฏิบัติ หากฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษหรือปรับไหม การลงโทษจะมีหลายลักษณะ เช่น การเสียค่าผี หรือเสียค่าปรับตามระบิลเมือง การชดใช้ค่าเสียหายทั้งนี้เพื่อทำให้การดำเนินชีวิตของคนในสังคมเป็นไปอย่างสงบสุข ซึ่งข้อปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวนี้จะออกมาในรูปลักษณะขนบธรรมเนียมประเพณี จึงไม่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่เป็นข้อตกลงที่คนในสังคมยอมรับร่วมกัน ผู้อาวุโสในสังคมจะเป็นผู้ตัดสิน หากตกลงกันไม่ได้ก็ให้นายบ้าน (ผู้ใหญ่บ้าน) ตาแสง (กำนัน) หรือเจ้าเมืองกรมการ เป็นผู้ตัดสิน

ซึ่งข้อบัญญัติดังกล่าวมีปรากฏในลักษณะกฎหมายของหัวเมืองลาวตะวันออก เกี่ยวกับเรื่อง "สัตวารักษกิจ" ดังนี้คือ

สัตวารักษกิจ  ผู้ใดมิได้ผูกช้าง ม้า โค กระบือ ในเวลากลางคืนหรือผูกแล้วแต่หลุดหลักแหล่งไป  ในเทศกาลที่ราษฎรลงมือตกกล้า ดำนา กำหนดแต่เดือน ๖ ข้างแรมไปถึงเดือนอ้ายข้างขึ้น

  • ถ้าช้าง ม้า โค กระบือ ไปกินข้าวกล้าของผู้ใดในเวลากลางคืน ต้องปรับของใช้ข้าวกล้าคืนตามจำนวน
  • ถ้าไปกินข้าวกล้าที่มีท้อง หรือออกรวง ต้องปรับเป็นเม็ดหรือฟ่อนตามมากหรือน้อย
  • ถ้าไปเหยียบย่ำลานข้าวหรือกินเมล็ดข้าวหรือพังและชนกองข้าว ต้องปรับให้เสียข้าวตามมากและน้อยที่เสียไป และปรับทำขวัญข้าว คือ ไก่ ๑ ตัว เหล้า ๑ แก้ว เป็นเครื่องบายศรีสู่ขวัญข้าว
  • หากวัว โค กระบือ ช้าง ไปกินกล้า เรือกสวน เจ้าของสวน นาจับไว้ก็ดี เจ้าของไม่ได้ติดตามภายใน ๗ วันก็ดี ๑ เดือนก็ดี หรือ ๓ เดือนก็ดี ช้าง ม้า โค กระบือ นั้นถือว่า "จำพลัด" ต้องตกเป็นของเจ้าเมืองกรมการทั้งสิ้น
  • ถ้าช้าง ม้า โค กระบือ ผู้ใดไปชนโค กระบือ ผู้อื่นที่ผูกไว้ ถ้าตายให้ใช้ค่าโค กระบือนั้นเต็มราคา
  • ถ้าขาหัก ตาบอด ให้แบ่งราคาโค กระบือ เป็นสามส่วน ให้ใช้เสีย ๑ ส่วน และให้รักษาพยาบาลจนหาย
  • ถ้าสุนัขใครดุเที่ยวกัดลูกโค ลูกกระบือนั้นตายให้ใช้ตามราคาเต็มของลูกโค ลูกกระบือ หากไม่ตายให้เสีย ๑ ใน ๓ ส่วน และให้รักษาพยาบาลให้จนหาย แต่ถ้าหากเป็นสุนัขไม่มีเจ้าของพลัดหลงมาไม่มีความผิดอะไร... "

("มณฑลอีสานและความสำคัญทางประวัติศาสตร์" ของ นางสาวอุราลักษณ์ สิถิรบุตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๒๖.)

สำหรับการยึดถือและปฏิบัติตาม "ฮีต 12 คอง 14" มีรายละเอียดดังนี้

ฮีตสิบสอง | คองสิบสี่ | ระบบการปกครองของชาวอีสานโบราณ

 

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1