- เสี่ยว หมายถึง สหาย, มิตร, เพื่อน, เกลอ (friend, buddy, comrade.) คนที่มีรูปร่างหรือ นิสัยใจคอเหมือนกันหรือเกิดไล่เลี่ยกัน
พ่อแม่ผูกให้เป็นมิตรกัน เรียกว่า "ผูกเสี่ยว" ซึ่งเขาทั้งสองจะผูกสมัครรักใคร่ คอยช่วยเหลือเกื้อกูลจนวันตาย หรือจะเรียกว่า "เป็นเพื่อนตาย" ก็ยังได้
ประเพณีผูกเสี่ยวเป็นงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทุกปีที่จังหวัดขอนแก่น
- คำว่า "บักเสี่ยว" ที่คนในภาคอื่นนำมาใช้เรียกคนอีสานอย่างดูแคลนจึงไม่ถูกต้อง เพราะ คำว่า "บัก"
เป็นคำที่ใช้เรียกชื่อชายที่มีอายุเสมอกัน หรือต่ำกว่ากันว่า บักสี บักสา บักมี บักมา (นายสี, นายสา, นายมี, นายมา) ถือเป็นคำพูดพื้นๆ ไม่หยาบคายแต่อย่างใด คำว่า "บักสี่ยว"
จึงหมายถึงการเรียกว่า ไอ้เพื่อนเกลอ เท่านั้นเอง
- ไท มีความหมายเป็น 2 นัย คือ
- อย่างแรกแปลว่า "ชาว" หรือ "ผู้ที่อยู่" คนในถิ่นที่เอ่ยนามหลังคำว่าไท เช่น ไทอุบลฯ ก็หมายถึง ชาวอุบลฯ ไทบ้าน
หมายถึง ชาวบ้าน ไทบ้านได๋ หมายถึง คนบ้านไหน ไทแขก หมายถึง ผู้ที่มาเยือน ซึ่งมักจะไม่ใช่ญาติพี่น้อง และมักจะเป็นบุคคลที่มาจากต่างถิ่น ไม่ได้หมายถึงคนที่เป็นลูกครึ่งไทยผสมอินเดีย
หรืออาหรับแต่อย่างใด
- อย่างที่สองหมายถึง ชนชาติไท เป็นชนชาติหนึ่งที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรอินโดจีน จีนตอนใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของพม่า (รัฐฉาน) รัฐอัสสัมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย (ไทอาหม)
เอกลักษณ์ของชนเผ่านี้คือ ผู้หญิงตั้งแต่วัยเริ่มเข้าเรียนจะนุ่งผ้าซิ่นแบบป้าย ผ้าซิ่นนี้จะเอาผ้าเป็นผืนมาเพลาะให้เป็นถุงที่ไม่มีก้นถุงก่อน แล้วจึงนุ่งป้ายทบไปเหน็บที่เอวข้างใดข้างหนึ่งของผู้นุ่ง
(ไม่ได้นุ่งแบบจีบหน้านางของนางรำละคร หรือพันเฉวียงตัวอย่างส่าหรีของอินเดีย)

- อ่านสมุดเยี่ยมวันนี้มีผู้ลงนามที่ใช้ชื่อ นางน้อย อยากทราบความหมายของคำว่า สุดสะแนน ก็เลยเอามาบอกกันครับ สุดสะแนน ชื่อทำนองเป่าแคนชนิดหนึ่ง เรียก ลายสุดสะแนน ทำนองเป่าแคนโบราณมีหลายชนิด (ทำนอง) แต่ละชนิดเรียก ลาย
เช่น ลายสุดสะแนน ลายโป้ซ้าย ลายส้อยใหญ่ ลายส้อยน้อย ลายยาว ดังนั้นเมื่อนำเอาคำนี้ไปใช้ จึงมีความหมายว่า มีความสนุกสนานอย่างยิ่ง (ม่วนหลาย)
แต่ถ้าเอาความหมายเฉพาะของคำว่า สะแนน จะแปลว่า เตียง เตียงสำหรับผัวเมียนอนเรียกว่า สะแนน หรือแคร่สำหรับนอนย่างไฟของแม่ลูกอ่อนอยู่กรรมก็เรียกว่า สะแนน เช่นเดียวกันครับ
- ม้ม เป็นคำของคนไทยเชื้อสายลาว และพี่น้องลาวหลุ่มใน สปป.ลาว และไทพวนในทั้งสอง ประเทศ (ไทยและสปป.ลาว) คำว่า "ม้ม" หมายถึง หลุด พ้น, ผ่านพ้น, รอดพ้น
เช่น ทุกคน เกิดมาก็ต้องม้มต่งซิ่น (เกิดมาก็ต้องพ้นชายผ้าถุงของมารดามาทุกคน ยกเว้น ผู้ที่คลอดโดยหมอผ่าตัดออกมา) สมัยก่อนแม่มาน (ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์)
จะคลอดในท่านั่งคุกเข่า แล้วใช้มือ ทั้งสองข้างโหนเหนี่ยวผ้าขาวม้าของสามีที่ผูกไว้อย่างแน่นหนากับขางเฮือน (ขื่อบ้าน) เผื่อ เวลามีลมเบ่งจะได้ใช้มือเหนี่ยวยึดผ้าเอาไว้
ม้มมื้อนี่แล้วไข้กะคือสิส่วง (พ้นวันนี้ไปแล้วไข้ก็คงจะสร่าง) หรืออย่างประโยคที่ว่า หั่นหว่าอยู่ หว่ามันสิบ่ม้มมือผ่อ
(ว่าแล้วไง ว่ามันจะไม่พ้นมือพ่อที่ต้องทำ) หรือ หนีบ่ม้ม (หนีไม่พ้น)
- ผ่านมาหลายปีแล้วครับ (จากปี 2000 นี่ก็เข้าปี 2007 แล้ว) แม้จะได้รับการนั่งยันนอนยันจากรัฐบาลว่า เศรษฐกิจฟื้นแล้ว ผมก็ยังอยากขอให้ทุกท่าน ม้มปีนี้ไปแบบหม่อนๆ นะครับ
(จงผ่านพ้นภัย เศรษฐกิจไปอย่างราบรื่นตลอดปีครับ อีกปีเถอะน่า)
- มีคำถามจากแฟนเพลงลูกทุ่งท่านหนึ่ง สอบถามถึงคำในเพลงของคุณฝน ธนสุนทร มาครับ ก็เลยนำมาแนะนำในที่นี้ครับ
- จ่างป่าง (ว.) สว่าง, โล่ง ท้องฟ้าที่ปราศจากเมฆหมอก มองไปทางไหนก็แจ้งสว่าง เรียก แจ้งจ่างป่าง bright,
clear (of clouds)
- แจ่งแป่ง เป็นสร้อยคำ ใช้คู่กับจ่างป่าง เช่น แจ่งแป่งจ่างป่าง
- จิ่งปิ่ง (ว.) รูขนาดเล็กเรียก ฮูจิ่งปิ่ง ถ้ารูขนาดใหญ่เรียก ฮูจึ่งปึ่ง small (hole)
- โจ่งโป่ง (ว.) ลักษณะของรูที่ใหญ่ มองเห็นทะลุตลอด เรียก ฮูโจ่งโป่ง gaping and penetrating (of hole)
- คะลำ ผิด บาป กรรม สิ่งใดที่ทำลงไปแล้วผิดจารีตประเพณี ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ผิดต่อ ศีลธรรม ในทางพระศาสนา จะมีโทษมาก โทษน้อย หรือไม่มีโทษ แต่สังคมรังเกียจสิ่งนั้น เรียก
คะลำ เช่น ของมันผิดอย่าได้กระทำ ของคะลำอย่าได้ไปต้อง ของพี่น้องอย่าได้ไปซูน เรื่องราวของคะลำยังมีอีกมาก
ลองคลิกไปดูกันครับ
|