ภาษาอีสานวันละคำ
Line

คะลำ ข้อห้ามทางสังคม

         ะลำ เป็นทั้งข้อห้ามและข้อมีให้ปฏิบัติ เพื่อเป็นสิ่งที่ควบคุมความประพฤติของสมาชิกใน สังคมให้ร้อยประสานประพฤติปฏิบัติอยู่ในกรอบอันเดียวกัน และมีบทลงโทษ ซึ่งบางส่วนอาจเป็นกฎหมาย แต่บางส่วนเป็นบทลงโทษทางสังคม คือถ้าผู้ใดละเมิดลงไปสังคมจะไม่ยอมรับ ค่อนแคะ ดูถูก และถึงขั้นคว่ำบาตรเลยทีเดียว แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นใหญ่ ดังนี้คือ

        บทคะลำ คือบทที่กำหนดขึ้นไว้ห้ามไม่ให้สมาชิกล่วงละเมิดในลักษณาการต่างๆ ที่เห็นว่า ขัดต่อ ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของสังคม ชุมชน มีบทกล่าวถึงตั้งแต่การปฏิบัติตัว การครองชีวิตคู่ และการมีส่วนร่วมในสังคม (Social Interaction)

  1. คะลำเกี่ยวกับชีวิตคู่ (การครองเรือน) การอยู่กินกันเป็นครอบครัว จะให้สงบสุขนั้น คู่สมรสจะต้องมีจิตใจร่วมรักและเสียสละ อภัยต่อกันและกัน ที่สำคัญทั้งคู่จะต้องมี ศีลธรรมในการครองรัก ให้เกียรติและไว้ใจกันได้ ดังคำพระที่สอนเรื่องไม่ให้ผิดลูกผิด เมียผู้อื่น ในศีลข้อกาเม มีคำกล่าวว่า "กินข้าวก่อนผัว เป็นวัวเขาตู้ นอนก่อนผัวคะลำ" ในที่นี้หมายถึงการให้เกียรติและการสมัครสมานสามัคคีของคู่ผัวเมียด้วย แม้นยามจะนอนก็ให้พร้อมเพรียงกัน
    "ผัวไปทางไกล เมียอยู่บ้านดัดผมทัดดอกไม้ - คะลำ"
    "ผัวไปล่าสัตว์ใหญ่ เมียอยู่บ้านนุ่งซิ่นแดง - คะลำ"
             ข้อคะลำทั้งสองนี้มุ่งประเด็นเรื่องการประพฤติปฏิบัติของฝ่ายหญิงที่มักจะถูกนินทาว่าร้ายจากสายตาของสังคมอยู่เสมอๆ เช่น หญิงสาว พอสามีไม่อยู่ไปทางไกล หรือไปทำงานต่างประเทศ ไปทำงานต่างจังหวัด หลายคืนหลายวันเหล่านี้ ถ้าอยู่บ้านเพียงตัวคนเดียวชอบแต่งเนื้อแต่งตัวประดับด้วยเครื่องอาภรณ์หลายหลากสี ชาวบ้านก็มักจะค่อนแคะว่า "อีนี่กำลังจะหาผัวใหม่" ซึ่งเรื่องอาจไม่ได้เป็นไปตามคำพูดของ ชาวบ้านแต่เพื่อป้องกันการนินทาว่าร้าย และการอ่อนไหวง่ายของฝ่ายหญิง (ซึ่งผู้ชาย มักดูถูกเธออย่างนั้นเสมอ) โบราณจึงไม่ให้แต่งตัวเป็นพิเศษในขณะที่สามีไม่อยู่
             คะลำข้อนี้ฟังดูแล้วมีเหตุผลมาก โดยเฉพาะเรื่องการไปเสียนา มาเสียเมียของ หนุ่มซาอุทั้งหลาย เป็นอุทาหรณ์ในเรื่องนี้เป็นอย่างดียิ่ง เรื่องของเรื่องมันอยู่ตรงที่คน ไปทำงานต่างประเทศอย่างหนุ่มซาอุนั้น ส่วนมากเป็นคนวัยฉกรรจ์เพิ่งแต่งงานใหม่ ลางคนส่งตัวตอนเช้าตอนเย็นก็บ้ายบ๊ายขึ้นเครื่องเสียแล้ว ยังงี้ก็เกิดอารมณ์ค้างอยู่ นั่นเอง นอกจากนั้นการที่สามีส่งเงินมาให้เป็นกอบเป็นกำ ก็ทำให้ภรรยาอยู่ข้างหลังเพลิดเพลินใจ เที่ยวเตร่ได้อย่างสนุกสนาน รายที่ยั้งใจไม่อยู่ก็เป็นอันแน่นอนว่า จะถูกชายโฉดเข้าตีสนิท เชิดเงินและตัวไปจนหมดสิ้น เรื่องแดงขึ้นก็ต่อเมื่อตอน "บักทิด" กลับมาจากซาอุนั่นแหละ
  2. ปลูกเฮือนขวางตาเว็น ในประเด็นนี้ หมายถึง การสร้างบ้านเรือน ถ้าสร้างไม่ถูก สุขลักษณะ และทิศทางลม แสงแดด อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ อย่างน้อยๆ ก็ร้อนตับแลบทีเดียว นอกจากนั้นยังมีการผูกโยงไปถึงอุปกรณ์ที่นำมาใช้สร้างบ้านอีกด้วย ดังนี้
      อันหนึ่งไม้ ใกล้เสื้อหลักเมือง
    ก็บ่ ควรไปถาง ถากฟันเพม้าง
    บ่ควร เอามาสร้าง เฮือนซานแปงอยู่
    อันนี้ ขวงขนาดแท้ คำไฮ้บ่เฮือดคีง
             ความหมาย ไม้ที่เกิดบริเวณหลักเมืองจะถากถางตัดทอนไม่สมควร รวมทั้งจะเอาไปทำเป็นอุปกรณ์สร้างที่อยู่อาศัย โบราณห้ามไว้ โดยเน้นว่าหากไม่เชื่อจะมี ความเป็นเสนียดจัญไรตลอดชีวิตเลยทีเดียว

        คติจากคะลำ เป็นมาตรการอันลึกล้ำในการปกครองชุมชนให้ช่วยกันพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และ ธรรมชาติ เป็นการนำเอาเรื่องราวความเชื่อในอำนาจลึกลับ ภูตผีปีศาจ มาตั้งเป็นข้อห้ามกระทำ คือ คะลำ แทนการใช้ตัวบทกฎหมายของบ้านเมือง ที่เห็นชัดเจนเช่น กรณีของดอนปู่ตาในหมู่บ้าน จะเป็นสถานที่ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อส่วนรวมของหมู่บ้าน อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เป็น แหล่งอาหารของหมู่บ้านเช่น หน่อไม้ เห็ด และ พืชพันธุ์อย่างอื่น ไม่มีใครกล้าบุกรุกทำลาย เพียง แต่ได้อาศัยใช้ประโยชน์ร่วมกัน ผลปรากฏว่า ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องในสิ่งหวงห้ามเหล่านั้น เพราะกลัวผีปู่ตาจะมาหักคอ

         แต่เมื่อคนมีการศึกษาดีขึ้น รู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น ความศักดิ์สิทธิ์ของเทพและภูตผีปีศาจน้อยลง มนุษย์เกรงใจผีน้อยลง บางทีผีก็กลายเป็นลูกน้องของผู้มีอำนาจไปเสียแล้ว กรณีเช่น มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งนำไม้ขะยุงจากดอนปู่ตามาสร้างบ้านทั้งหลัง ราคาประมาณค่ามิได้ ชาวบ้านทั่วไปต่างงุนงงที่ผีศาลปู่ตาไม่หักคอคนนั้น ทราบภายหลังว่าผีเฝ้าศาลกับท่านผู้นั้นเป็นเพื่อนกัน
       "อ้ายผีหัวโล้น... ไม้ขะยุงในป่านี้มีมากกว่า 10 ต้น มึงอาศัยอยู่มานานหลายปีแล้ว ต่อแต่นี้ ข้าฯ ขอมึงว๊ะ ข้ายากจนมากจะเอาต้นขะยุงไปสร้างบ้านให้ลูกเมียข้าฯ อยู่  แล้วเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจอันดีของลื้อ อั๊วจะสร้างศาลไว้ให้ลื้ออยู่อีกต่างหาก"
        เจอลูกนี้เข้าผีก็บ่นอึดอัด กลุ้มใจกันทั้งป่าทีเดียว นี่คือข้อคะลำในอดีต แต่ปัจจุบันข้อคะลำ เกี่ยวกับการสร้างบ้านดูเหมือนจะมีมากกว่าอดีตเป็นไหนๆ เช่น
        "เงินเดือนน้อย อยากอยู่คอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา" นี่ก็คะลำ
        "ยืมเงินออมทรัพย์อ้างจะไปดาวน์ทาวเฮาส์ แต่ดันเอา ไปให้ภรรยาบุญธรรม" นี่ก็คะลำ

         การประพฤติปฏิบัติตนในสังคมของชาวอีสานนั้นมี ฮีต 12 คอง 14 คอยกำกับดูแลอยู่ส่วนหนึ่ง แต่เพราะกลัวว่ามนุษย์เราจะละเมิดหรือกระทำการใดๆ ที่ไม่เข้าท่า โบราณอีสานจึงได้ กำหนดข้อห้ามหรือคะลำไว้อีกโสดหนึ่ง ดังนี้

  1. "ไปเอาบุญก่ายบ้าน บ่ฮู้จักแลงจักงาย" คะลำ ความหมายคือการไปช่วยงานบุญหรือไปร่วม พิธีบุญต่างบ้านแล้วไม่รู้จักเวลากลับ เถลไถล ถือว่าคะลำ เป็นเรื่องไม่ดี เพราะการเอาแต่เที่ยวเตร่ไม่สนใจการทำงานประกอบอาชีพ พระท่านว่าเป็นทางเสื่อมโดยแท้
  2. "นั่งขวางบันได ขวางธรณีประตู" คะลำ ความหมายคือการนั่งเกะกะขวางทางที่ขั้นบันได หรือขวางประตูทางเข้าออก เป็นสิ่งต้องห้ามโดยเหตุผลง่ายๆ เป็นการกีดขวางการจราจร
  3. "หญิงนั่งบ่เอาตีนซิ่น" คะลำ และ "ย่างกายผู้เฒ่าบ่เบิ่งตีนซิ่น" ก็คะลำ นัยแห่งปรัชญาข้อห้าม นี้คือ การเป็นสตรีนั้น ต้องระมัดระวังกิริยามารยาทให้มาก เรื่องนั่งเดินต้องเรียบร้อย ในภาคอีสานส่วนมากสตรีนุ่งผ้าถุง (ซิ่น) ดังนั้นเวลานั่งต้องดูชายผ้าให้ดีว่า ได้ปิดส่วนที่ไม่ควรเปิด หรือไม่
            บ่ทันได้ต่อนชิ้นอย่าฟ้าวอ่าวหาแกง
กินบ่ทันลงคออย่าจาคำสิแค้น
กินเหมิดแล้ว ภายลุนอย่าได้จ่ม
บาดห่าลงฮอดท้องแสนสิฮ้องกะบ่คืนได้แล้ว

Back