|
คะลำ ข้อห้ามทางสังคม
คะลำ เป็นทั้งข้อห้ามและข้อมีให้ปฏิบัติ เพื่อเป็นสิ่งที่ควบคุมความประพฤติของสมาชิกใน
สังคมให้ร้อยประสานประพฤติปฏิบัติอยู่ในกรอบอันเดียวกัน และมีบทลงโทษ ซึ่งบางส่วนอาจเป็นกฎหมาย แต่บางส่วนเป็นบทลงโทษทางสังคม คือถ้าผู้ใดละเมิดลงไปสังคมจะไม่ยอมรับ ค่อนแคะ
ดูถูก และถึงขั้นคว่ำบาตรเลยทีเดียว แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นใหญ่ ดังนี้คือ
บทคะลำ คือบทที่กำหนดขึ้นไว้ห้ามไม่ให้สมาชิกล่วงละเมิดในลักษณาการต่างๆ ที่เห็นว่า ขัดต่อ
ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของสังคม ชุมชน มีบทกล่าวถึงตั้งแต่การปฏิบัติตัว การครองชีวิตคู่ และการมีส่วนร่วมในสังคม (Social Interaction)
- คะลำเกี่ยวกับชีวิตคู่ (การครองเรือน) การอยู่กินกันเป็นครอบครัว จะให้สงบสุขนั้น คู่สมรสจะต้องมีจิตใจร่วมรักและเสียสละ
อภัยต่อกันและกัน ที่สำคัญทั้งคู่จะต้องมี ศีลธรรมในการครองรัก ให้เกียรติและไว้ใจกันได้ ดังคำพระที่สอนเรื่องไม่ให้ผิดลูกผิด เมียผู้อื่น ในศีลข้อกาเม มีคำกล่าวว่า
"กินข้าวก่อนผัว เป็นวัวเขาตู้ นอนก่อนผัวคะลำ" ในที่นี้หมายถึงการให้เกียรติและการสมัครสมานสามัคคีของคู่ผัวเมียด้วย
แม้นยามจะนอนก็ให้พร้อมเพรียงกัน
"ผัวไปทางไกล เมียอยู่บ้านดัดผมทัดดอกไม้ - คะลำ"
"ผัวไปล่าสัตว์ใหญ่ เมียอยู่บ้านนุ่งซิ่นแดง - คะลำ"
ข้อคะลำทั้งสองนี้มุ่งประเด็นเรื่องการประพฤติปฏิบัติของฝ่ายหญิงที่มักจะถูกนินทาว่าร้ายจากสายตาของสังคมอยู่เสมอๆ
เช่น หญิงสาว พอสามีไม่อยู่ไปทางไกล หรือไปทำงานต่างประเทศ ไปทำงานต่างจังหวัด หลายคืนหลายวันเหล่านี้ ถ้าอยู่บ้านเพียงตัวคนเดียวชอบแต่งเนื้อแต่งตัวประดับด้วยเครื่องอาภรณ์หลายหลากสี
ชาวบ้านก็มักจะค่อนแคะว่า "อีนี่กำลังจะหาผัวใหม่" ซึ่งเรื่องอาจไม่ได้เป็นไปตามคำพูดของ ชาวบ้านแต่เพื่อป้องกันการนินทาว่าร้าย
และการอ่อนไหวง่ายของฝ่ายหญิง (ซึ่งผู้ชาย มักดูถูกเธออย่างนั้นเสมอ) โบราณจึงไม่ให้แต่งตัวเป็นพิเศษในขณะที่สามีไม่อยู่
คะลำข้อนี้ฟังดูแล้วมีเหตุผลมาก โดยเฉพาะเรื่องการไปเสียนา มาเสียเมียของ หนุ่มซาอุทั้งหลาย เป็นอุทาหรณ์ในเรื่องนี้เป็นอย่างดียิ่ง
เรื่องของเรื่องมันอยู่ตรงที่คน ไปทำงานต่างประเทศอย่างหนุ่มซาอุนั้น ส่วนมากเป็นคนวัยฉกรรจ์เพิ่งแต่งงานใหม่ ลางคนส่งตัวตอนเช้าตอนเย็นก็บ้ายบ๊ายขึ้นเครื่องเสียแล้ว ยังงี้ก็เกิดอารมณ์ค้างอยู่
นั่นเอง นอกจากนั้นการที่สามีส่งเงินมาให้เป็นกอบเป็นกำ ก็ทำให้ภรรยาอยู่ข้างหลังเพลิดเพลินใจ เที่ยวเตร่ได้อย่างสนุกสนาน รายที่ยั้งใจไม่อยู่ก็เป็นอันแน่นอนว่า จะถูกชายโฉดเข้าตีสนิท
เชิดเงินและตัวไปจนหมดสิ้น เรื่องแดงขึ้นก็ต่อเมื่อตอน "บักทิด" กลับมาจากซาอุนั่นแหละ
- ปลูกเฮือนขวางตาเว็น ในประเด็นนี้ หมายถึง การสร้างบ้านเรือน ถ้าสร้างไม่ถูก สุขลักษณะ และทิศทางลม แสงแดด อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ อย่างน้อยๆ
ก็ร้อนตับแลบทีเดียว นอกจากนั้นยังมีการผูกโยงไปถึงอุปกรณ์ที่นำมาใช้สร้างบ้านอีกด้วย ดังนี้
| |
อันหนึ่งไม้ |
ใกล้เสื้อหลักเมือง |
| ก็บ่ |
ควรไปถาง |
ถากฟันเพม้าง |
| บ่ควร |
เอามาสร้าง |
เฮือนซานแปงอยู่ |
| อันนี้ |
ขวงขนาดแท้ |
คำไฮ้บ่เฮือดคีง |
ความหมาย ไม้ที่เกิดบริเวณหลักเมืองจะถากถางตัดทอนไม่สมควร รวมทั้งจะเอาไปทำเป็นอุปกรณ์สร้างที่อยู่อาศัย โบราณห้ามไว้ โดยเน้นว่าหากไม่เชื่อจะมี
ความเป็นเสนียดจัญไรตลอดชีวิตเลยทีเดียว
คติจากคะลำ เป็นมาตรการอันลึกล้ำในการปกครองชุมชนให้ช่วยกันพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และ ธรรมชาติ เป็นการนำเอาเรื่องราวความเชื่อในอำนาจลึกลับ
ภูตผีปีศาจ มาตั้งเป็นข้อห้ามกระทำ คือ คะลำ แทนการใช้ตัวบทกฎหมายของบ้านเมือง ที่เห็นชัดเจนเช่น กรณีของดอนปู่ตาในหมู่บ้าน จะเป็นสถานที่ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้เพื่อส่วนรวมของหมู่บ้าน
อุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เป็น แหล่งอาหารของหมู่บ้านเช่น หน่อไม้ เห็ด และ พืชพันธุ์อย่างอื่น ไม่มีใครกล้าบุกรุกทำลาย เพียง แต่ได้อาศัยใช้ประโยชน์ร่วมกัน ผลปรากฏว่า ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องในสิ่งหวงห้ามเหล่านั้น
เพราะกลัวผีปู่ตาจะมาหักคอ
แต่เมื่อคนมีการศึกษาดีขึ้น รู้เรื่องราวต่างๆ มากขึ้น ความศักดิ์สิทธิ์ของเทพและภูตผีปีศาจน้อยลง มนุษย์เกรงใจผีน้อยลง บางทีผีก็กลายเป็นลูกน้องของผู้มีอำนาจไปเสียแล้ว
กรณีเช่น มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งนำไม้ขะยุงจากดอนปู่ตามาสร้างบ้านทั้งหลัง ราคาประมาณค่ามิได้ ชาวบ้านทั่วไปต่างงุนงงที่ผีศาลปู่ตาไม่หักคอคนนั้น ทราบภายหลังว่าผีเฝ้าศาลกับท่านผู้นั้นเป็นเพื่อนกัน
"อ้ายผีหัวโล้น... ไม้ขะยุงในป่านี้มีมากกว่า 10 ต้น มึงอาศัยอยู่มานานหลายปีแล้ว ต่อแต่นี้ ข้าฯ ขอมึงว๊ะ ข้ายากจนมากจะเอาต้นขะยุงไปสร้างบ้านให้ลูกเมียข้าฯ
อยู่ แล้วเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจอันดีของลื้อ อั๊วจะสร้างศาลไว้ให้ลื้ออยู่อีกต่างหาก"
เจอลูกนี้เข้าผีก็บ่นอึดอัด กลุ้มใจกันทั้งป่าทีเดียว นี่คือข้อคะลำในอดีต แต่ปัจจุบันข้อคะลำ เกี่ยวกับการสร้างบ้านดูเหมือนจะมีมากกว่าอดีตเป็นไหนๆ เช่น
"เงินเดือนน้อย อยากอยู่คอนโดริมแม่น้ำเจ้าพระยา" นี่ก็คะลำ
"ยืมเงินออมทรัพย์อ้างจะไปดาวน์ทาวเฮาส์ แต่ดันเอา ไปให้ภรรยาบุญธรรม" นี่ก็คะลำ
การประพฤติปฏิบัติตนในสังคมของชาวอีสานนั้นมี ฮีต 12 คอง 14 คอยกำกับดูแลอยู่ส่วนหนึ่ง แต่เพราะกลัวว่ามนุษย์เราจะละเมิดหรือกระทำการใดๆ
ที่ไม่เข้าท่า โบราณอีสานจึงได้ กำหนดข้อห้ามหรือคะลำไว้อีกโสดหนึ่ง ดังนี้
- "ไปเอาบุญก่ายบ้าน บ่ฮู้จักแลงจักงาย" คะลำ ความหมายคือการไปช่วยงานบุญหรือไปร่วม พิธีบุญต่างบ้านแล้วไม่รู้จักเวลากลับ เถลไถล ถือว่าคะลำ เป็นเรื่องไม่ดี
เพราะการเอาแต่เที่ยวเตร่ไม่สนใจการทำงานประกอบอาชีพ พระท่านว่าเป็นทางเสื่อมโดยแท้
- "นั่งขวางบันได ขวางธรณีประตู" คะลำ ความหมายคือการนั่งเกะกะขวางทางที่ขั้นบันได หรือขวางประตูทางเข้าออก เป็นสิ่งต้องห้ามโดยเหตุผลง่ายๆ เป็นการกีดขวางการจราจร
- "หญิงนั่งบ่เอาตีนซิ่น" คะลำ และ "ย่างกายผู้เฒ่าบ่เบิ่งตีนซิ่น" ก็คะลำ นัยแห่งปรัชญาข้อห้าม นี้คือ การเป็นสตรีนั้น
ต้องระมัดระวังกิริยามารยาทให้มาก เรื่องนั่งเดินต้องเรียบร้อย ในภาคอีสานส่วนมากสตรีนุ่งผ้าถุง (ซิ่น) ดังนั้นเวลานั่งต้องดูชายผ้าให้ดีว่า ได้ปิดส่วนที่ไม่ควรเปิด หรือไม่
| บ่ทันได้ต่อนชิ้นอย่าฟ้าวอ่าวหาแกง |
| กินบ่ทันลงคออย่าจาคำสิแค้น |
| กินเหมิดแล้ว ภายลุนอย่าได้จ่ม |
| บาดห่าลงฮอดท้องแสนสิฮ้องกะบ่คืนได้แล้ว |
|