ตกฤดูเดือนอ้าย สายลมมาหนาวหน่วง
เฮามาพากันค้ำ ทำบุญตักบาตร |
เดือนนี้ตกหว่างช่วง สังโฆเจ้าเพิ่นเข้ากรรม
ปริวาสซ่อยยู้ ซูค้ำศาสนา |
ฮอดเดือนสองอย่าฟ้าวซ้า ข้าวใหม่ปลามัน
เชิญเจ้ามาโฮมเต้า อย่าพากันขี้ถี่ |
ให้เฮามาโฮมกัน แต่งบุญประทายข้าว
บุญคุณลานตั้งแต่กี้ พากันให้ฮักษา |
ฮอดเดือนสามท้องฟ้า ปลอดโปร่งสดใส่
เหลียวเห็นซุมสาวน้อย พากันปั้นข้าวจี่
พ่องกะบีบข้าวปุ้น ตกแต่งอาหาร |
ไปทางใด๋เห็นแต่คนใจบุญ ซะแซวเป็นคุ้ม
เฮือนละสี่ห้าปั้น พอได้เข้าใส่บุญ
มีเทิงหวานและคาว หนุ่มสาวมาโฮมต้อม |
ให้คอยซอมไปทางหน้า เดือนสิมาเป็นเดือนสี่
ขวางเขตบ้าน ย่านถิ่นดินอีสาน
ตกหว่างตอนคนตั้ง ใจฟังวอนวี่
มีเพียงปีละครั้ง ให้เฮาซ่อยกันสาน |
หลังจากบุญข้าวจี่ สิมีบุญพระเวสเจ้าเฮาสิได้แต่งทาน
สุขสำราญเหลือหลาย ม่วนมิ่งกะเลยต้อน
ตอนกัณหาชาลี สิพากพ่อแม่แก้วคนสิให้นั่งฟัง
จัดเป็นงานประเพณี ให้คนรุ่นหลังฮู้ |
ตกฤดูเดือนห้า สายลมบ่มาผ่าน
เดือนนี้บ่ได้ช้า ปีใหม่มาเถิง
เต่าสิถามหาบุ้น คนบุญสิมาปล่อย
เดือนนี้ม่วนจ้นๆ คนกะหลั่งมาหลาย |
เห็นแต่ดอกจาน บานแย้มเต็มทั่วท่งนา
ให้พากันทำบุญ ปล่อยปลาลงน้ำ
นกสิงอย ง่ายไม้คอยถ้าตั้งแต่ฝน
เอาพระทรายมากอง ก่อเป็นเจดีย์ไว้ |
ฮอดเดือนหกเสียงฟ้า ไขบอกข่าวทางคน
สายตามองเห็นแล้ว ในใจกะให้ม่วน
เห็นปลาข่าว ปลาซิวปลานิลปลากะเดิด
เดือนนี้เหมิดโทษฮ้าย บ่มีเรื่องเลิงหลง
เห็นแต่สิใส่เน้น วันเพ็ญสิบห้าค่ำ
ไผกะยิ้มเป้ยๆ ลงวัดเวียนเทียน |
มีแต่ฝนกับลม ส่งเสียงกึกก้อง
ส่วนว่าเขียดอีโม้ ลำเกี้ยวใส่ผู้สาว
แล่นหยอกล้อ กันเล่นเหลือหลาย
อัศดงดวงอาทิตย์ ค่ำลงปลายไม้
วิสาขะเลิศล้ำ ชาวบ้านบ่อยู่เสย
ได้เวียนมาเถิง นพคุณคลองเค้า |
เดือนเจ็ดเผาความฮ้าย อันตรายบ่มาผ่าน
บุญสิมาซ่อยค้ำ ซูส่งราศรี
ตั้งแต่คนเฮาได้ เคยได้ยินแต่ปางก่อน |
นิมนต์พระขึ้นบ้าน เล็งเป้าเข้าสู่ธรรม
บารมีผลทาน สิไล่มารเลยพ้น
บุญชำฮะสละความเดือดฮ้อน เมืองบ้านสิซุมเย็น |
จันทร์เพ็ญแจ้ง ทอแสงใสสง่า
เดือนนี้สงฆ์เพิ่นยั้ง เข้าอยู่จำพรรษา
เฮามาพากันเข้า ทำบุญพร้อมพร่ำ
เดือนแปดคล้อย เห็นลมทั่งใบเสียว
กบเพิ่นนอนคอยถ้า ฝนลงมาสิได้ม่วน |
เดือนแปดมาฮอดแล้ว สิแววขึ้นลึ่นหลัง
ภาวนาอบรม ข่มใจสู่แลงเช้า
ถวายผ้าอาบน้ำ ให้ยาท่านเพิ่นใช้สอย
เหลืยวเห็นฝูงปลาขาว แล่นมาโฮมต้อม
ลงเล่นน้ำ โซะซะซัวแซว |
เดือนเก้ามาฮอดแล้ว บ้านป่าขาดอน
เถิงฤดูเดือนเก้า อีสานเฮาท้องถิ่น
พ้นจากมารหยาบฮ้าย พากันอยู่เป็นสุข
มีแต่สดใสจ้นๆ คนจนแสนม่วน
ขวางเขตบ้าน ย้านป่านาหวาย |
เห็นนกเขางอยคอน ส่งเสียงหาซู้
เคยได้ยินประดับดิน ทานฮอดทอดถวาย
โพยภัยทุกข์ อย่าผ่านผายมาใกล้
ต่างกะชวนพี่น้อง ลงโต้งแต่งทาน
|
เถิงเดือนสิบสิก่นมันมาต้ม
พ่องกะคนต่าน้อย ลงห้วยฮ่องนา
ข้าวสากลงไปวัด ให้หมู่สังโฆเจ้า
ซุบบักมี้ กะมาพร้อมพร่ำกัน |
พ่องกะงมกอข้าว หาเทากำลังอ่อน
เดือนนี้บ่ได้ช้า พากันแต่งทานถง
มีลาบเทา พร้อมหมกดักแด้ของดีคั่วกุดจี่
|
เดือนสิบเอ็ดว่านั้น หัวลมอ่วยโซยหนาวสาแล้ว
ได้ยินเสียงลมต้อง ปลายสำสาอยู่เวิ่นๆ
นกแจนแวนออกฮ้อง หาคู่ผสมพันธ์
ฝูงปลาขาวลงโฮมต้อน ผู้สาวนอนขึ้ค้านตื่น
ฟังเสียงฟ้าฮ้องตุ้ม เอิ้นสั่งฤดูฝน
เดิกออนซอนจันทร์ใสแจ้ง ทอแสงใสสง่า
บัดนี้แล้ววัดสิเป็นกำพร้า บ่มีพระสิมานอน
ได้ยินเสียงกลองโย้น วันเพ็ญสิบห้าค่ำ |
ยามผู้สาวสิขาลาย ผู้ชายสิขาเกลี้ยง
หมาจอกเอิ้นสั่งซู้ กะปูหม่นเข้าฝั่งหนอง
ควายบักเทิกตกมัน แล่ต่ำแต่ต่อพร้าว
ปลาดุกบื่นค่อนสิแจ้ง หันหน้าเข้าใส่หลุม
ฝูงหมู่คนลงเลาะ ไฮ่นาปลาข่อน
ออกพรรษาห่อข้าวต้ม ลมล่อแต่หมู่ปลา
มาออนซอนแต่ทายก ไล่แต่งัวเข้ามาเลี้ยง
พระสิลาแม่ออกค้ำ ไตรมาสสิสั่งลา |
เหลียวขึ้นเบิ่งท้องฟ้า เห็นแต่ว่าวเดือนสิบสอง
พอสมควรหาผ้า กฐินทานมาทอด |
ลมคะนองโชยพัด งายงมกะเลยมั่น
ตลอดเดือนหนึ่งพุ้น หาได้ดั่งประสงค์ |