|
ได้ยินเสียงแคนดังลอยแล่นมาจากแมนชั่น ไผน้อพักอยู่หม่องนั่นคนไกลบ้านคือเฮาบ่น้อ ทำนองลายล่องลายเศร้าฟังแล้วเหงาคึดฮอดแม่พ่อ สะกิดใจให้คึดพ้อหลายสิ่งที่รออยู่ในความจำ
นับแต่ความจนพาดิ้นรนเป็นคนไกลถิ่น ความทุกข์บีบให้ต้องดิ้นยากงานบ่เซาแต่เช้าฮอดค่ำ มาไกลหลายปีติดต่ออยู่ กทม. บ่ได้ฟังลำ คืนนี้เหมือนแคนไถ่ถามว่าลืมทางเมือบ้านแล้วไป่
แม่นผู้ใด๋เป็นคนเป่าแคนกะส่าง แต่คนหลอยฟังมันช่างมีแฮงใจหลาย คนอยู่แมนชั่นยังเป่าแคนหวานซ้ำบ่ย่านอาย ยืนยันว่าเจ้าของเป็นไผออนซอนน้ำใจเจ้าของเสียงแคน
* ลายสุดสะแนนเสียงแคนแล่นจากแมนชั่น หล่อเลี้ยงคนเหงาไกลบ้านสู้เพื่อฝันบนทางยากแสน ให้แน่นเหนียวคือปั้นข้าวคนบ้านเฮาฮักกันมั่นแก่น เป่าอีกแนเด้อหมอแคนช่วยเป็นตัวแทนกล่อมใจไกลบ้าน
ซ้ำ (*)
มีคำที่เป็นภาษาอีสานหลายคำที่น่าสนใจดังนี้
ลอยแล่น = ลอยลม
หม่องนั่น= ที่นั่น
คึดฮอด = คิดถึง
บ่เซา = ไม่หยุด (หย่อน)
ทางเมือบ้าน = ทางกลับบ้าน
ผู้ใด๋ = ใคร (ผู้ใด)
หลอยฟัง = แอบฟัง
บ่ย่านอาย = ไม่กลัวอาย
คนบ้านเฮาฮักกันมั่นแก่น = คนบ้านเรารักกันมั่นคง
|
ไผน้อ = ใครหนอ
คือเฮาบ่น้อ = เหมือนเราไหมหนอ
คึดพ้อ = คิดถึง (อดีต)
เช้าฮอดค่ำ = เช้ายันเย็น
แล้วไป่ = แล้วหรือ
กะส่าง = ก็ช่าง
มีแฮงใจ = มีกำลังใจ
ออนซอน = ยินดี (นิยม ชมชื่น)
อีกแนเด้อ = อีกหน่อยนะ
|
|