foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้อากาศวิปริตแปรปรวนนะครับ ทั้งพายุฝนฤดูแล้ง มีฝนฟ้าคะนอง ให้ระมัดระวังโตกันแหน่เด้อ อยู่กลางแจ้งให้ระวังฟ้าผ่า บ่ต้องสาบานกับไผกะอาจจะถูกแจ็คพอตได้ บ่ว่าคนหรือสัตว์เลี้ยง อย่าสิไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่เด้อบ่อนนี้แหละฟ้ามักลง หลายๆ ที่มีลูกเห็บตกกะมี แต่บ้านอาวทิดหมูคือมิดสี่หลี่แท้ล่ะ แห้งแล้งหลายหลูโตนกกไม้ใบเหี่ยวเบิดแล้ว ตักน้ำมาหดตอนเช้าบ่ทันพอเพลกะแห้งคือเก่า เทวดากะอย่าสิเฮ็ดบาปผู้ข้าหลาย หยอดมาทางนี้แหน่เด้อ ...😭🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juใจบ่โสดาด้วยเว้าแม่นกะเป็นผิด ใจบ่โสดาดอมเว้าดีกะเป็นฮ้าย

        ## แม้นไม่สบอารมณแล้วจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทางถูกใจได้ @อย่าทำร้ายจิตใจกันเลย ##

looktung morlum artists

ae pojana 01เอ๋ พจนา

เอ๋ พจนา มีชื่อ-นามสกุลจริงว่า นายทำนอง คำใบ มีชื่อเล่น เอ๋ ชื่อในวงการ เอ๋ พจนา ฉายา "ลูกทุ่งเสียงเสน่ห์" เกิดเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ. 2512 มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ แต่อพยพตัวเองไปอยู่ที่เมืองกาญจนบุรี จนหลายคนเข้าใจว่าเป็นคนเมืองกาญจน์ไปแล้ว ในครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นลูกชายคนโต เรียนหนังสือน้อย จบแค่ประถมศึกษาปีที่ 4 เท่านั้น เพราะความที่เป็นพี่คนโตจึงมีภาระต้องดูแลน้องๆ อีก 4 คน อาชีพก่อนได้เป็นนักร้อง เคยขึ้นสังเวียนเป็นนักมวยไทยอยู่ 2-3 ปี โดยใช้ชื่อว่า “เด่นชัย สายสุรินทร์”

ด้วยการที่มีความรักในการร้องเพลง หลงไหลการขับร้องใช้เสียง จึงไปเรียนไปฝึกเป็น "หมอลำ" มาก่อน จนสามารถเล่นหมอลำได้ เข้าสู่วงการบันเทิง เมื่อ พ.ศ. 2531 ด้วยการเป็นหมอลำ "ลำเรื่องต่อกลอน" หรือที่เมื่อก่อนทางแถบสุรินทร์ บุรีรัมย์ เรียกกันว่า "ลิเกลาว" ก็แสดงเป็น ตัวพระเอก

จนได้มาเจอกับ อาจารย์กิ่ง กรกช ซึ่งได้รับไว้เป็นศิษย์และเขียนเพลงให้ร้อง โดยชุดแรกเป็นหมอลำชื่อชุด "สงครามรัก" ไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนัก อยู่ในราวๆ ปี พ.ศ.2532 ถัดจากนั้นอีกไม่นาน ก็ได้ออกอัลบั้มเพลงในแนวลูกทุ่งมาอีก นั่นคือชุด "เราหรือคือทางผ่าน" โด่งดังจนตั้งตัวรับแทบไม่ทันเลยทีเดียว

เราหรือคือทางผ่าน - เอ๋ พจนา

อาจารย์กิ่ง กรกช เป็นคนให้โอกาสผมได้มาเป็นนักร้อง ตอนนั้นอาจารย์แกจัดรายการวิทยุอยู่ที่ สถานีวิทยุยานเกราะ บางกระบือ ผมฟังรายการแกอยู่ เลยโทรหาแกว่า ผมอยากเป็นนักร้อง แล้วเอาเสียงร้องที่ผมบันทึกไว้มาให้แกฟัง ก็อยู่กับอาจารย์กิ่งมาประมาณ 4-5 ปีถึงได้อัดเพลงชุดแรก เป็นแนวหมอลำชื่อชุด "สงครามรัก" ตอนนั้นผมยังใช้ชื่อ "อัมพร พจนา" อยู่ พอชุดต่อมาแกไม่มีทุนจะทำ เลยฝากผมมาอยู่กับพ่อคำเกิ่ง ทองจันทร์" เอ๋ พจนา ย้อนเล่าถึงอาจารย์ที่สร้างชีวิตใหม่ให้

ae pojana 02

นอกจาก อาจารย์กิ่ง กรกช แล้วเขายังได้รับการดูแลจาก อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ อดีตนักร้องหมอลำลือชื่อ จนต่อมาได้เข้ามาอยู่ในสังกัด ทองจันทร์โปรโมชั่น มีผลงานโด่งดังไม่น้อย อาทิ แท็กซี่ใจลอย, หนุ่มลาวสาวจีน, แหวนทองสองสลึง ฯลฯ นักร้องดังร่วมสมัยด้วยกันในสังกัด ทองจันทร์โปรโมชั่น ประกอบด้วย เสียงพิณ ถิ่นอีสาน, สาธิต ทองจันทร์, เดือนเพ็ญ อำนวยพร, ชาญชัย จาตุรงค์ และเอ๋ พจนา

satit thongchan 04

อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ได้ตั้งวงดนตรีให้ และออกตระเวนสร้างความสุขให้ผู้คนมานานพอควร แต่ที่สุดก็ยุบวงแล้วหันมาเป็นนักร้องรับเชิญแทน เป็นนักร้องที่มีมารยาทดีเยี่ยม สุภาพอ่อนน้อม พูดจาดี จนหลายคนตั้งฉายาให้ว่า "ไอ้หนุ่มเสียงเสน่ห์ เอ๋ พจนา"

ae pojana 03

ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ขยันคิด ขยันทำตลอดนอกจากร้องเพลงเก่งแล้ว ยังมีหัวสมองทางงานด้านเกษตร เคยทำฟาร์มเลี้ยงแย้ เคยทำฟาร์มไก่ชน เลี้ยงแย้ แย้ก็คลานหนีเข้าป่าไปเรียบ เลี้ยงไก่ก็เจอไข้หวัดนก ทำบาปไม่ขึ้น สวรรค์สั่งมาให้ร้องเพลงอย่างเดียว รักน้องชายมาก ส่งเสริมน้องจนเป็นนักร้องได้อีกคนคือ "ทอง ดวงอารีย์" หรือ "โอ๋ พจนา" นั่นเอง อาชีพปัจจุบัน เปิดฟาร์มเลี้ยงไก่ชนกับน้องชาย ทำค่ายเพลง "พจนา เรคคอร์ด" กับทำเครื่องสำอางชื่อ เอมุก

ae pojana 04

ไม่ได้หายไปไหน “เอ๋ พจนา” ลูกทุ่งอีสานคนดัง ยังมีงานคอนเสิร์ตแทบทุกวันแถบอีสาน แถมผุดค่าย พจนา เรคคอร์ด ลงทุนเอง ไม่เท่านั้นรุกขายเครื่องสำอางแบรนด์ เอมุก ขายดีบุกตลาดฮ่องกง ใกล้เป็นเสี่ยเต็มที “เอ๋ พจนา” เผยว่า “ตอนนี้คอนเสิร์ตมีตลอดเกือบทุกวัน ไปทุกภาค อีสานจะเยอะครับ ซิงเกิ้ลล่าสุดก็ เสียแรงไว้ใจ หมอลำทางช่องยูทูป เอ๋ พจนา อีกเพลงสไตล์รถแห่ ม่วนกุ๊ปทีป ได้นักแต่งรุ่นใหม่ เพลงแบบนี้เราแต่งไม่ถนัด ร้องได้ ให้พล็อตเรื่องน้องไป และผมเปิดค่าย "พจนา เรคคอร์ด" เพิ่งทำครับ นักร้องจะมีน้องชายคือ "โอ๋ พจนา" และมีนักร้องเด็ก 8-9 ขวบ 3 คน ไข่มุก, แต๊งกิ้ว ลูกต๋อง ชวนชื่น อีกคน "จริงจัง ไมค์ทองคำ" ชื่อเพลง จริงๆ ตะลิงจริงจัง สนุกสไตล์น่ารักๆ ครับ”

เสียแรงไว้ใจ : เอ๋ พจนา

ทำค่ายเองต้องดูแลหมด? “ครับผมดูหมด คัดเพลง โปรดิวซ์ ดนตรี และตอนนี้ทำบริษัทเครื่องสำอาง ชื่อ เอมุก ขายสบู่ส้ม สบู่องุ่น สครับใบหน้า ครีมกันแดด ครีมหน้าใสพวกนี้ ทำมาหลายปี ขายออนไลน์ ตามร้าน และไปขายฮ่องกง มา 2 ปีแล้ว โอเค.แล้วใช้ดีครับ มีอย. ไม่มีไขมันสัตว์เจือปนครับ”

ae pojana 05

ยอดขายดีไหม? “ยอดขายพอไปได้ ผมทำคนเดียว หน้าเวทีก็ขายดี ขายไม่ทันเลย ร้องไปขายไปราคากันเองครับ แรกอาจจะเป็นอาชีพเสริม ต่อไปอาจจะเป็นอาชีพหลักแล้วล่ะ มีคนถามเป็นเสี่ยรึยัง ผมบอกสาธุขอให้สมพรปากครับ” เอ๋ พจนา เจ้าของเพลงดัง “แท็กซี่ใจลอย” กล่าวปิดท้าย

รายการ เพชร 300 : เอ๋ พจนา นำทีม

ติดตามข่าวคราวของ เอ๋ พจนา ผ่านทาง facebook : เอ๋ พจนา

redline

backled1

looktung morlum artists

somjit bortong 02สมจิต ทองบ่อ

เจ้าของฉายา “หนุ่มหมอลำนาฏศิลป์ยอดฮิต”

นายสมจิต ทองบ่อ หรือชื่อในวงการว่า “สมจิตร บ่อทอง” เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พุทธศักราช 2507 ที่บ้านคำเตย ตำบลส้มผ่อ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดอุบลราชธธานี (ปัจจุบันคือตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร) เป็นบุตรคนที่ 7 จากพี่น้องทั้งหมด 9 คน ของนายบุญทัน และนางจันทร์ ทองบ่อ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนกุดชุมวิทยา อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร

นายสมจิต ทองบ่อ เป็นผู้ที่มีความกตัญญู ช่วยเหลือครอบครัวตั้งแต่เยาว์วัย เมื่อว่างเว้นจากการทำการเกษตร ก็มักใช้พรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ช่วยเหลือสังคมโดยการขับร้องเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ในงานบุญ และงานกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนและชุมชนเสมอมา แต่ด้วยความที่ครอบครัวมีฐานะยากจน จึงขาดโอกาสในการเรียนต่อ จึงต้องออกมาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวโดยการทำนา และในยามที่ว่างเว้นจากฤดูกาลทำนา สมจิต ทองบ่อ ก็ไม่ได้ปิดกั้นความสามารถของตน แต่กลับมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะทำตามฝันของตนให้เป็นจริง

กล่าวเฉพาะด้านศิลปะการแสดง นายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) ได้ศึกษานาฏศิลป์ไทยจาก อาจารย์บรรจง บุญทวี และอาจารย์เพ็ญศรี เพิ่มพูน แห่งโรงเรียนบ้านคำเตย ได้รับความรู้ด้านหมอลำจากครูผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เป็นต้นว่า อาจารย์บุญเลิศ พรมชาติ แห่งคณะหมอลำรุ่งตะวันสีทอง อาจารย์ดาว บ้านดอน แห่งบริษัทชัวร์ออดิโอ จำกัด อาจารย์สมจิตต์ เพชรสังหาร แห่งคณะหมอลำเรื่องต่อกลอนทำนองขอนแก่น คณะแก่นนครบันเทิงศิลป์ อาจารย์เทพพร เพชรอุบล อาจารย์เฉลิมพล มาลาคำ อาจารย์สุดโก้ เจียระไน และอาจารย์ก้อง บ้องตื้น แห่งบริษัท เอ็มดี จำกัด จนนายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) สามารถแต่งเพลง เขียนกลอนลำ และเขียนบทละครหมอลำเรื่องต่อกลอนเป็นเรื่องหลายเรื่องได้ด้วยตนเอง

somjit bortong 05

การเข้าสู่วงการบันเทิง

สมจิต บ่อทอง ได้ไปสมัครเป็นหมอลำกับ "คณะรุ่งตะวันสีทอง" ในฐานะตัวแสดงประกอบ ต่อมาหัวหน้าคณะ (คุณครูบุญเลิศ พรมชาติ) เห็นแววความสามารถ จึงให้เล่นบทพระเอก โดยใช้ชื่อว่า “สมจิตร แสงชัย” และในปีพุทธศักราช 2532 ดาว บ้านดอน ได้ชักชวนสมจิตรให้เข้าเป็นศิลปินสังกัด ชัวร์ออดิโอ แต่ยังคงรับงานในคณะหมอลำรุ่งตะวันสีทอง และเปลี่ยนชื่อจาก สมจิตร แสงชัย เป็น “สมจิตร บ่อทอง”

ในปี 2533 ได้ทำให้วงการเพลงลูกทุ่งหมอลำสะท้านสะเทือนไปทั่ววงการ ด้วยการออกอัลบั้มชุดแรก “กุหลาบแดง” จนเป็นที่โด่งดัง กับค่ายชัวร์ออดิโอ และสร้างชื่อเสียงให้ผู้คนได้รู้จัก สมจิตร บ่อทอง อีกทั้งบทเพลง "กุหลาบแดง" ในทำนองลำเพลิน ก็ยังมีศิลปิน นักร้อง ชื่อดังมากมายนำมาขับร้องจนถึงปัจจุบัน เป็นเพลงที่นักร้องคนไหนนำไปร้องโชว์ก็เพราะทุกคน

กุหลาบแดง - สมจิตร บ่อทอง

"เพลงนี้ได้แต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2529 คือ แต่งตอนอยู่ในนากำลังเกี่ยวข้าวอยู่ แต่งจากความรู้สึกของตัวเองจริงๆ เพราะตอนนั้นเริ่มมีความรักใหม่ๆ ซึ่งกลอนลำนี้เขียนง่าย และเขียนเสร็จเร็ว นึกออกก็มาเขียนเอาไว้ เพลงนี้เป็นแนวกลอนลำเพลิน ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวผมเองที่กำลังมีความรักอยู่อินมาก เป็นความรักแบบลูกทุ่งๆ พอดีช่วงนั้นเพลงของพี่เป้ากำลังดัง ผมเลยเอาตรงนั้นมาแต่งแล้วใส่ทำนองหมอลำเข้าไป ต่อมา อาจารย์ดาว บ้านดอน มาเปลี่ยนเป็นจังหวะหมอลำทั้งหมด เพราะเขาอยากให้แฟนเพลงเต้นได้แบบต่อเนื่อง มันเป็นเพลงที่อยู่คู่กับหมอลำมานาน ตอนนั้นไม่คิดว่ามันจะดังขนาดนี้ พูดง่ายๆ เลยว่าดังจนเหลือเชื่อสุดๆ เพราะมีคนเอาไปร้องตามร้านอาหาร ตามวงหมอลำ พูดได้ว่าแทบทุกวงเอาไปร้อง ไม่ว่าจะเป็นลำกลอน ลำซิ่ง ลำเรื่องต่อกลอน และไม่ว่าใครจะเอาไปร้องมันก็ฟังแล้วม่วนสุดๆ" สมจิตร เล่าถึงที่มาของเพลง "กุหลาบแดง" ซึ่งกลายเป็นเพลงประจำตัวของเขา และเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หลังจากที่อยู่ในสังกัดชัวร์ออดิโอมาเป็นเวลา 8 ปี ในปี พ.ศ. 2541 จึงได้ย้ายมาอยู่สังกัด เอ็มดีเทป

ปี พ.ศ.2540 ได้ร่วมงานกับคณะแก่นนครบันเทิงศิลป์ จนถึงปีพ.ศ.2552 เป็นเวลา 14 ปี

พ.ศ. 2553 ได้แยกตัวออกมาจากคณะแก่นนครบันเทิงศิลป์ เพื่อทำคณะหมอลำเรื่องต่อกลอนทำนองขอนแก่นของตนเอง ชื่อ “คณะสมจิตร บ่อทอง” เดินสายแสดงคอนเสิร์ตทั่วประเทศ ปัจจุบันเป็นศิลปินสังกัดท็อปไลน์ ไดมอนด์

สมจิตร บ่อทอง ฤดูกาลใหม่ 2559 ที่กำลังจะมาถึงเปลี่ยนชื่อคณะใหม่ เวทีปกติป้ายจะเป็น "คณะสมจิตร บ่อทอง" ปีนี้ป้ายบนเวทีจะเป็นคณะ ''ศิลปินกุหลาบแดง'' ตามชื่อกลอนลำดังของตัวเองที่แฟนเพลงรู้จักกันดี เปลี่ยนชื่อครั้งนี้ยังแซวไปถึงคณะ ''ศิลปินภูไท'' อย่าหาว่าเลียนแบบนะเพื่อน

somjit bortong 06

ด้วยเป็นคนกตัญญูรู้คุณ มีจิตสาธารณะ มีความสามารถเฉพาะตัว รักและฝักใฝ่ในการเรียนรู้จากครูเพลงทั้งลูกทุ่งและหมอลำ รวมถึงมีคติในการดำเนินชีวิตว่า “การมีความมั่นใจในตนเองสูง จะทำสิ่งที่ชอบได้สำเร็จ” จึงนำจิตวิญญาณการต่อสู้ชีวิตของความเป็นลูกอีสาน มาหลอมรวมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยน้ำเสียงในการขับร้อง และกลอนลำที่ไพเราะหาใครเทียบไม่ได้ ประกอบกับท่ารำ 32 ท่า โดยใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ประกอบกับลีลาการแสดงอย่างอ่อนช้อย เรียบง่าย สวยงาม ตามจังหวะก้าวย่างของดนตรี ซึ่งเป็นท่วงท่าที่เลียนแบบ และดัดแปลงมาจากพฤติกรรมตามธรรมชาติของคน สัตว์และสิ่งแวดล้อมรอบตัวในท้องทุ่งแดนอีสาน จนได้ฉายา “หนุ่มหมอลำนาฏศิลป์ยอดฮิต”

นายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) ยังได้รับรางวัลเกียรติยศรางวัลโล่เชิดชูเกียรติประกาศเกียรติคุณ “นาคราช” ประเภทศิลปินพื้นบ้านอีสาน สาขาดนตรีและนาฏกรรม ประจำปี 2557 จาก สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

somjit bortong 04

การทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับศิลปะการแสดงหมอลำอันทรงคุณค่า เพื่อให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้ จึงหมายมั่นปั้นใจอนุรักษ์ สานต่อและส่งเสริม มรดกทางวัฒนธรรมนี้ไว้ตราบนานเท่านาน นายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) จึงสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง (ลูกทุ่งหมอลำ) ประจำปีพุทธศักราช 2558 จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป

ศิลปินมรดกอีสาน - สมจิตร บ่อทอง

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่นประจำปี 2559 ให้แก่ นายสมจิต ทองบ่อ (สมจิตร บ่อทอง) ซึ่งถือเป็นบุคคลที่สร้างคุณงามความดี ทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ สมควรได้รับพระราชทานรางวัล "พระธาตุนาดูนทองคำ" ประเภทบุคคลดีเด่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาขาทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

somjit bortong 01

ปัจจุบัน สมจิตร บ่อทอง นอกจากจะนำคณะไปแสดงให้ประชาชนได้ชมแล้ว ยังรับเชิญไปให้ความรู้ในสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น สอนนักศึกษาภาควิชาศิลปะการแสดงและนาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รวมทั้งแต่งเพลง และกลอนลำ สนับสนุนทางราชการ หน่วยงานต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ

การติดต่อและที่อยู่ปัจจุบัน

somjit bortong 03

สมจิตร บ่อทอง - เยือนรายการ ไมค์ทองคำหมอลำฝังเพชร"

สมจิตร บ่ทอง - ซุปเปอร์หม่ำ

redline

backled1

looktung morlum artists

duenpen 01เดือนเพ็ญ อำนวยพร

เดือนเพ็ญ อำนวยพร ชื่อ-นามสกุลจริงคือ อำนวย จันโทสี มีชื่อเล่นว่า น้อย เกิดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2510 ภูมิลำเนาเป็นชาวอำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากทางครอบครัวมีอาชีพทำนา มีฐานะยากจนมาก จึงไม่มีโอกาสใด้เรียนต่อ ด้วยความที่เป็นลูกคนโต พอจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พ่อแม่จึงส่งไปทำงานกับญาติที่กรุงเทพฯ เป็นสาวโรงงานทำงานเกี่ยวกับช่างทอง ใด้ประมาณ 2 ปีก็กลับมาทำนาช่วยพ่อแม่

ใด้มีโอกาสไปเล่นกับหมอลำคณะเล็กๆ ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน จนอาจารย์ คำเกิ่ง ทองจันทร์ รู้ข่าวว่าเสียงดีใช้ได้ เลยชักชวนมาอยู่กับวงที่ จังหวัดร้อยเอ็ดด้วย คิดว่าจะเอาไปอัดเสียงคู่กับสาธิต ทองจันทร์ ซึ่งสมัยนั้น ตัวสาธิตเองยังไม่มีชื่อเสียง แต่กว่าจะใด้อัดเสียงต้องทำงานทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่ ตักน้ำ นึ่งข้าว ซักผ้า ล้างถ้วยชาม

เข้าสู่วงการเริ่มแรกด้วยการเป็น "หางเครื่อง" ของวงดนตรี สาธิต ทองจันทร์ ได้ออกอัลบั้มชุดแรกคือ น้ำตาจากใจ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากเป็นแนว "ลำเดิน" ต่อมา อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ให้หันมาเปลี่ยนแนวเป็น "ลำเดินกาฬสินธุ์" ชุด สาวนาขาดรัก เจ็บแล้วบ่จื่อ ประสบความสำเร็จพอสมควร เป็นนักร้องในวงดนตรี สาธิต ทองจันทร์ อยู่หลายปี ก็เริ่มมีชื่อเสียง จึงใด้อัดเสียงคู่กันในชุด คู่รักคู่ชื่น ก็เริ่มมีคนรู้จัก

satit thongchan 04

ต่อมาก็เป็นอัลบั๊มเดี่ยว ชุด พื้นเมืองอีสาน มีกลอน คนหลังยังคอย ปีใหม่ใกลแฟน อย่าสะกิดแผลใจ เธอคือฆาตกร ก็ใด้รับการตอบรับจากแฟนเพลง แฟนหมอลำจนมีชื่อเสียงพอสมควร อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ก็เลยตั้งวงดนตรีให้พร้อมทั้งบันทึกเสียง ชุดใหม่ออกมาเรื่อยๆ เช่น ชุด น้ำตาสาวเย็บผ้า ชุดสาวนาหน้าแล้ง

พื้นเมืองอีสาน อัลบั้มเดี๋ยวชุดแรกของ เดือนเพ็ญ อำนวยพร

จนมาถึงชุด หัวอกสาวก่อสร้าง ซึ่งเป็นชุดที่ใด้รับ "รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน" จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี พ ศ 2540 ซึ่งเป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิตการเป็นนักร้องหมอลำ ต่อมาก็มีชุด ขอเป็นแรงใจ คานทองห้องแอร์ และอีกหลายๆชุด ซึ่งอยู่กับ บริษัทกรุงไทยมาตลอด พอปี พ.ศ. 2544 ก็เลยมาลงทุนตั้งวงหมอลำเป็นของตัวเอง จนประมาณปี พ.ศ. 2553 ก็หมดสัญญากับบริษัทกรุงไทย แต่ก็ยังทำวงดนตรีอยู่ต่อมาจนถึงปัจจุบัน

 duenpen 02

ผลงานชุดนี้เป็นแม่แบบให้หมอลำสมัยนั้นหันมาลำทำนองนี้กันมากมาย เช่น พิมพ์ใจ เพชรพลาญชัย จินตหรา พูนลาภ ศิริพร อำไพพงษ์ (สมัยอยู่ที่กรุงไทยออดิโอ) สาธิต ทองจันทร์ เช่น ชุด พี่นิดคนเดิม แด่หญิงชายคู่นั้น ต่อมา เดือนเพ็ญก็ดังเปรี้ยงปร้างในชุด พื้นเมืองอิสาน คนหลังยังคอย เธอคือฆาตกร แนวดนตรีที่วงลำเพลินยุคนั้นชอบนำมาเล่นกันหน้าเวที และในชุดต่อๆ มาก็ประสบความสำเร็จ เกือบทุกชุด เช่น เดือนเพ็ญลำเพลิน สาวนาหน้าแล้ง ชาติหน้าค่อยพบกัน ชุดน้ำตาสาวเย็บผ้า (ดังมาก) จนนำมาทำเป็นลำเรื่องต่อกลอนทำนองลำล่อง มี สาธิต ทองจันทร์ เป็นพระเอก เดือนเพ็ญ อำนวยพร เป็นนางเอก สุระกานตร์ แสงคำ กับ หงษ์หยก วิไลวรรณ เป็นตัวโกง ศิริพร อำไพพงษ์ เป็นเพื่อนนางเอก อีกหลายชุด และมาดังเปรียงปร้างอีกทีก็คือ คานทองห้องแอร์

duenpen 05

และมาเปรี้ยงปร้างสุดๆ อีกครังในปัจจุบันคือเพลง เมื่อไหร่จะพอ ปัจจุบัน เดือนเพ็ญ อำนวยพร มีวงหมอลำใหญ่เอาการ มี ชาญชัย จตุรงค์ (เปเล่) ร่วมแสดงด้วย

รางวัลคนคอย - สาธิต ทองจันทร์ - เดือนเพ็ญ อำนวยพร

เดือนเพ็ญ อำนวยพร ให้สัมภาษณ์ในรายการ ตำนานพิณแคนซอ ว่าแท้จริงชื่อเล่นของเธอชื่อ "จ่อง, สาวจ่อง" ส่วนชื่อ "น้อย" นั้นเป็นชื่อของแม่ของเธอ หลายๆ เหตุผลเธอจึงได้ชื่อ "น้อย" ไปโดยปริยาย และเพื่อให้ชื่อคล้องกับชื่อเล่นของ สาธิต ทองจันทร์ ก็คือ "นิด" มาคู่กับ "น้อย" เดือนเพ็ญ อำนวยพร

  • พ.ศ. 2540 อัลบั้ม หัวอกสาวก่อสร้าง ได้รับ "รางวัลพระพิฆเนศทองพระราชทาน" จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • พ.ศ. 2557 เข้ามาเป็นศิลปินใน สังกัดอาร์ สยาม ออกอัลบั้ม อีสานตลาดแตก 3 และ เมื่อไหร่จะพอ

duenpen 03

แม้จะกลับมาโด่งดังอีกครั้งจากการออกซิงเกิ้ลใหม่กับ สังกัดอาร์สยาม จนกลายเป็นตัวแทน "ผู้หญิงรักเดียวใจเดียว" ไปแล้ว แต่กลับมีคนเห็นหมอลำสาว ดาวค้างฟ้า เดือนเพ็ญ อำนวยพร อาร์สยาม (อำนวย จันโทสี) เปิดร้านขายกาแฟชื่อ เดือนเพ็ญนมนัว อยู่ย่านวงเวียนหมู่บ้านเอื้ออาทร ในตัวเมือง จังหวัดมหาสารคาม พร้อมกระแสว่าเป็นหมอลำตกอับเสียแล้ว

งานนี้ พี่น้อย - เดือนเพ็ญ อำนวยพร ของเราจะว่าอย่างไร

“ไม่ว่าอะไรเลยค่ะ (หัวเราะ) คือพี่น้อยตั้งใจจะหาอาชีพเสริมอยู่แล้ว นอกเหนือจากงานร้องเพลงหมอลำ ที่เป็นงานที่เรารัก และทำมาทั้งชีวิต ส่วนใครจะมาว่าเป็นหมอลำตกอับ ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราถือว่าเราไม่อายทำกิน เพราะเราก็มีภาระต้องกินต้องใช้ทุกวัน ร้านที่เปิดก็เล็กๆ ค่ะ ขายกาแฟ นมสด ขนมปังปิ้ง กับอาหารจานเดียว

duenpen 04

ฝากแฟนเพลงผ่านไปผ่านมาแวะอุดหนุน ถ่ายรูปกับพี่น้อยได้นะคะ อยู่โซนวงเวียนหมู่บ้านเอื้ออาทร ซอยหมู่บ้านเสริมไทย ในมหาสารคามนี่แหละค่ะ ส่วนงานคอนเสิร์ต พี่น้อยก็ยังรับปกตินะคะ เจ้าภาพติดต่อได้เหมือนเดิมค่ะ นี่ก็มีทำสัญญารับงานไปถึง ปี 61 – 62 ไว้แล้ว และช่วงหน้าฝนนี้ก็มีแผนจะไปรับงานทางยุโรปด้วยค่ะ ฝากแฟนเพลงที่อยู่ใกล้มาให้กำลังกันได้นะคะ”

รักแท้แพ้ลับหลัง - เดือนเพ็ญ อำนวยพร

redline

backled1

looktung morlum artists

satit thongchan 01สาธิต ทองจันทร์

สาธิต ทองจันทร์ มีชื่อจริงตามบัตรประชาชนว่า นายสานิต ไชยทองศรี เกิดเมื่อ 10 มิถุนายน 2500 เป็นคนบ้านหนองหูลิง ตำบลบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพี่น้อง 6 คน เป็นลูกชาวนา แต่ว่าบิดาชอบเป่าแคน เสียงแคนเสียงลำเลยฝังใจ "เด็กชายนิด" มาตั้งแต่เล็ก เรียนจบแค่การศึกษาภาคบังคับ ป.4 จากโรงเรียนบ้านหนองหูลิง ที่บ้านเกิด เลยได้บวชเณรร่ำเรียนนักธรรมจนสอบได้นักธรรมตรี สึกออกมาทำนาที่บ้าน แต่ใจรักอยากเป็นหมอลำ เคยขอพ่อ-แม่ว่าอยากไปสมัครเป็นหมอลำ แต่ก็ถูกทักท้วงห้ามปราม

สาธิต ทองจันทร์ ในวัยหนุ่มมีความใฝ่ฝันบนเส้นทางแห่งเสียงเพลงอย่างมุ่งมั่น จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านเพื่อเสี่ยงดวงเข้าวงการ (ด้วยการแอบขายข้าวเปลือกของพ่อ เอาไปเป็นค่ารถ ที่มาของเพลงชุด มือสังหาร) มาเผชิญโชคที่จังหวัดมหาสารคาม ด้วยการไปสมัครอยู่กับ วงดนตรีศักดิ์สยาม เพชรชมพู ในตำแหน่ง "คอนวอย" ที่ต้องคอยแบก คอยขนเครื่องดนตรีจิปาถะ นานๆ ทีจะได้ร้องสักเพลงหนึ่ง ด้วยการขึ้นร้องเพลงแทนนักร้องประจำในวงขัดตาทัพเป็นบางช่วง เคยได้อัดแผ่นครั้งเดียวชื่อเพลง "ตำแหน่งชาวนา" แต่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร หัวหน้าไม่ยอมตัดแผ่นให้นำไปแจกเสนอกับโฆษกรายการในสถานีวิทยุ

จากนั้น สาธิต ทองจันทร์ จึงย้ายมาประจำอยู่ที่วงชอง “สุภาพ ดาวดวงเด่น” และมีโอกาสบันทึกเสียงคู่กันกับหัวหน้าวงอยู่เสมอ แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมจากแฟนเพลงเท่าที่ควร แต่แรงใจยังไม่สิ้นสู้ต่อไป สักวันคงจะประสบความสำเร็จบนเส้นทางสายถนนดนตรี

satit thongchan 02

ภายหลังจากที่ สุภาพ ดาวดวงเด่น ได้หยุดวงลง จึงได้เข้าร่วมงานกับ “วิฑูรย์ วงษ์ไกร” แห่งคณะ “เงาฟ้าอัศวิน A-100“ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับคณะ “ร. รุ่งเรืองศิลป์” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อคณะ “คณะลูกอีสาน 100 เปอร์เซนต์“ รับงานในรูปแบบวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ

ที่วงนี่เองได้รู้จัก อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ซึ่งตอนเป็นนักร้องลูกวงสุภาพ ดาวดวงเด่น เคยพบอาจารย์อยู่ที่บ้านหนองกุง ตำบลภูเงิน อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด พอช่วงสุภาพหยุดวงทั้งหมด เลยย้ายตัวมาอยู่คณะลูกอีสาน 100% และได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ที่นี่

satit thongchan 03

จนในที่สุดความฝันก็เป็นจริงจนเมื่อ อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ แห่งคณะทองจันทร์โปรโมชั่น ได้เขียนกลอนลำให้กับสาธิต ทองจันทร์ พามาฝากอยู่กับ "นายห้างกรุงไทย" ที่ให้การสนับสนุนนำมาบันทึกเสียง จนมีชื่อเสียงโด่งดังหลายกลอน เช่น ปากโกรธใจคิดถึง, ผิดหรือพี่จน, สมน้ำหน้าตนเอง, ความรักเหมือนควันบุหรี่, มือสังหาร ล้วนแต่เป็นกลอนลำที่ได้รับความนิยมและครองใจแฟนเพลงมาจนถึงปัจจุบัน

ปากโกรธใจคิดถึง - สาธิต ทองจันทร์

สาธิต ทองจันทร์ ได้ชื่อว่าเป็นหมอลำที่มีผลงานการอัดเสียงมากที่สุด (มากกว่า 30 ชุด) และทุกชุดได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ถึงขนาดขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ทว่าขายหมดขายสิ้นทำยอดจำหน่ายสูงๆ ทุกชุด

เป็นลูกศิษย์กตัญญูอยู่กับ อาจารย์คำเกิ่ง ทองจันทร์ ไม่เคยไปไหน ร้องเพลงแรกที่อาจารย์แต่งให้คือ หยุดน้ำตาเถิดน้อง และชุดอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิ ฝากใจไว้กับดิน, สวรรค์ให้มา, รักแท้คือแม่ฉัน, แก้วหลงกรุง, ปากโกรธใจคิดถึง ฯลฯ

satit thongchan 04

เป็นเจ้าของฉายา หมอลำสวมแว่น เป็นคนเดียวที่สวมแว่นสีชาร้องเพลงทุกครั้งทุกเวที อ่อนน้อม ร้องไปเรื่อยๆ ไม่หวือหวา ไม่โยก ไม่เต้น ไม่ส่ายเอว แต่เพลงของเขากลับครองจิตใจนักฟังเพลงหมอลำอย่างเหนียวแน่นมาเป็นเวลาช้านาน

เคยมีผลงานเพลงฮิตๆ มามากมายอาทิ “มือสังหาร” “รักแท้คือแม่ผม” “หยุดน้ำตาเถิดน้อง” สาธิต ทองจันทร์ หมอลำดัง ไม่ยอมตกยุค ออกเพลงเนื้อหาทันสมัย “ผู้เฒ่าหลงไลน์” มากระชากใจคนวัยเดียวกัน พ่วงลงละคร ”ข้ามาคนเดียว” และทำธุรกิจน้ำดื่มให้ลูกๆ ได้มีงานทำ

satit thongchan 05

สาธิต ทองจันทร์ ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2559 นี้ว่า “สำหรับเพลงยังอัดเสียงไม่เสร็จ อยู่บรัษัทเดียวกับ สิทธิพร สุนทรพจน์ เพราะตอนนี้ผมถ่ายละครช่อง 7 เรื่อง “ข้ามาคนเดียว” เล่นเป็นดาว ด่านเกวียน เป็นหัวหน้าวงหมอลำซิ่ง มีลูกสาว คือ แก้ม แก้ม กวินตรา ผมเล่นละครเป็นเรื่องแรกกับค่ายดาราวีดีโอ เมื่อก่อนนั้นไม่เคยเล่นเลย เคยมีหนังเรื่อง ”ผีแม่ม่าย” ที่เขาไปถ่ายที่เวทีที่ผมแสดง

สำหรับการทำวงดนตรีผมไม่ได้ทำแล้ว แต่รับเชิญทุกวง เขาจ้างไปก็ขึ้นทุกที่ เขาจ้างมาหานักดนตรี หางเครื่องเวที ก็ไปกับเขา สุขภาพของผมก็แข็งแรงดี ยังทำนาอยู่ที่ อำเภอกุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ บ้านเกิด (ให้สัมภาษณ์ไปพร้อมกับร้องเพลงที่เกี่ยวกับประวัติตัวเองให้ฟังด้วย) และผมทำธุรกิจขายน้ำดื่มชื่อยี่ห้อ พี่นิด สาธิต ทองจันทร์ มี 2 สาขา ที่ อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม กับที่อำเภอกุฉินารายณ์ มีรูปพี่นิดอยู่ที่ถังด้วย ถังใหญ่เกือบ 20 ลิตร ขายแค่ 10 บาท

ธุรกิจน้ำดื่มก็ดี ทำให้ลูกๆ 4 คนได้มีงานทำกัน อาทิตย์นึงก็ได้เงินเขาว่า ดีกว่าทำงานกรรมกร และเปิดร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ให้ลูกสาว มีรับเติมน้ำมัน ที่กุฉินารายณ์ กับอำเภอนาเชือก สำหรับลูกที่สืบทอดอาชีพผม มีอยู่คนหนึ่งร้องเพลงใช้ชื่อ "สาธุ ทองจันทร์” ทำเพลงกับวิลาศ เมืองอุบลครับ ตอนนี้มีเพลง "ผัวปัจจุบัน" (ค่ายเพลงนาทามเร็คคอร์ด) เนื้อหาแบบว่า ขอเป็นผัวปัจจุบัน ในยูทูป มีคนดูเป็น 190,000 ครั้งแล้ว

ผู้เฒ่าหลงไลน์ - สาธิต ทองจันทร์

และยัง มีเพลง “ผู้เฒ่าหลงไลน์” ซึ่งชีวิตจริง ผมเล่นไลน์ด้วยใช้ชื่อว่า “พี่นิดคนเดิม" เดือนหน้านี้ผมกับทีมงานกำลังจะบุญมหากฐินให้พ่อคำเกิ่ง ทองจันทร์ ในวันที่ 21 ตุลาคม 2559 ที่วัดบ้านหนองกุง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีงานฉลองกฐินด้วย ฝากบอกบุญกับแฟนเพลงด้วยครับ” พี่นิด ขวัญใจคนเดิมกล่าวทิ้งท้าย

satit thongchan 06

ปัจจุบัน สาธิต ทองจันทร์ ยังคงรับงานการร้องเพลง ร้องลำเหมือนเดิม ขับกล่อมให้แฟนเพลงได้หายคิดถึง ติดต่อและติดตามความเคลื่อนไหว การแสดงต่างๆ ได้ทาง Facebook สาธิตทองจันทร์ และ Facebook Fanpage : สาธิต ทองจันทร์ - พี่นิดคนเดิมแฟนเพจ ได้เลยครับ

คึดฮอดคราวลงรัก - สาธิต ทองจันทร์

redline

backled1

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)