foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
บ่ทันพอได๋หันใจถิ่มกะฮอดปลายปีแล้วเด้อพี่น้อง ทั้งบักพยาธิโควิด-19 ที่บ่ทันจางไป แถวบ้านอาวทิดหมูยังติดอันดับ 10 ของประเทศอยู่เลย หลังจากหมดพายุฟ้าฝนผ่านไปแล้ว ตอนนี้กะฮอดยามหนาววอยๆ มาอีกปี นอนผู้เดียวเปลี่ยวอุราคือเก่า สาวๆ สำใหญ่ส่ำน้อยเพิ่นกะแนมกายอาวทิดหมูคนผู้ฮ้ายไปเบิด แม่ฮ้างแม่หม้ายเพิ่นกะว่าแต่ผู้ข้าสิตั๋วสิต้ม กะเลยบ่ชายตามาหา กะคือสิได้นอนหนาวกอดผ้าห่มอยู่กระท่อมน้อยฮิมมูล หาปูปลาเลี้ยงปากเจ้าของผู้เดียวนี่หล่ะ สู้ๆๆ ต่อไปเด้ออาว!

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juทุกข์บ่มีเสื้อผ้า ฝาเฮือนเพกะพออยู่ ทุกข์บ่มีข้าวอยู่ท้อง นอนลี้อยู่บ่เป็น

        ## ความทุกข์เพราะขาดแคลนเสื้อผ้าที่อาศัยพอทนได้ แต่ท้องกิ่วนี่นอนหลับไม่ได้จริงๆ @ความจนทนไม่ไหว ##

paya kwam tuay

ความทวย โดย : อาจารย์สวิง บุญเติม ปธ.๙ M.A.

ลักษณะของความทวย

วามทวย เป็นปริศนาหรือปัญหาที่บรรพบุรุษชาวอีสานจินตนาการจากรูปลักษณ์ของสิ่งต่างๆ นั้น แล้วตั้งเป็นปริศนาหรือปัญหาขึ้น ด้วยภูมิปัญญาของตน เพื่อให้ลูกหลานคิดเทียบเคียงแล้วทาย เช่น

  1. ถ้าเขาจะเอาจอมปลวกเป็นความทวย (ปริศนา-ปัญหา) เขาก็จะตั้งปัญหาหรือความทวยนั้นให้มันเหมือนลักษณะของจอมปลวก เช่น
  • ความทวย "ไฟไหม้ป่า บ่ไหม้หมกเห็ด" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ ก็คือ "จอมปลวก" นั่นเอง เพราะไฟจะไหม้ป่าเท่าไร มันก็จะไม่ไหม้หมกเห็ดคือจอมปลวกเลย
  • ความทวย "ไฟไหม้ดัง บ่ไหม้ขี้มูก" เจ้าว่าแม่นหยัง?
    คำตอบ ก็คือ คนสูบบุหรี่เอาควันออกทางจมูก ควันออกจากจมูกมันก็เหมือนไฟไหม้จมูก แต่มันก็ไม่ไหม้ขี้มูก เพราะมันเป็นเพียงควันเฉยๆ

 

  1. ถ้าขณะนั้น บรรยากาศมันเครียดเกินไป ต่างคนต่างเมื่อยล้า เพราะฟังนิทานและคิดตอบความทวยมามากแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาเลิก ท่านก็จะคิดปัญหาที่ตลกๆ ชวนหัวเราะขึ้นมา ให้ลูกหลานพากันคิดหาคำตอบ ความทวยดังกล่าวนี้ พอได้ฟังเท่านั้นเด็กๆ ก็จะหัวเราะและคลายเครียดลงได้ เช่น
    • ความทวย "แข่วซากลาก ฮูดากหลมแขน" เจ้าว่าแม่นหยัง?
      คำตอบ ก็คือ "สุ่ม" สุ่มนั้นถ้าเป็นสุ่มใหญ่เขาจะใช้ขังไก่ ถ้าเป็นสุ่มเล็ก เขาจะนำไปสักหาปลา ลักษณะของสุ่ม ปากและฟันมันจะคว่ำลงข้างล่าง ส่วนก้นสุ่มจะหันขึ้นข้างบน เวลาขังไก่ก็จะคว่ำปากลง เอาไก่ลงทางฮูดาก (รูก้น) ของสุ่ม เวลาจะเอาไก่ก็ล้วงลงทางฮูดาก (รูก้น) ของสุ่มนี้ สุ่มเล็กเขาใช้สักหาปลา น้ำจะต้องลึกไม่เกินครึ่งแข้ง ถ้าลึกกว่านั้นใช้สุ่มสักหาปลาไม่ได้
              การใช้ ผู้ใช้จะจับทางก้นสุ่ม สักจ๊วบๆๆๆ ไปเรื่อยๆ ถ้าไปครอบหรือสักถูกปลา ปลามันจะวิ่งชนสุ่ม ถ้าตัวใหญ่สุ่มก็จะโยก เจ้าของสุ่มจะต้องขึ้นไปนั่งบนก้นสุ่ม ให้ปลามันวิ่งชนสุ่มจนมันเมื่อยล้าก่อน ค่อยเอามือล้วงลงไปจับเอาใส่ข้องที่ผูกติดไว้กับเอว
              พอเด็กได้ฟังความทวยหรือคำถามที่ตั้งขึ้นว่า "แข่วซากลาก ฮูดากหลมแขน" เท่านั้นเด็กก็จะหัวเราะกัน แล้วคิดหาคำตอบ
    • ความทวย ไก่อีดำงำดิน ไผว่าแม่นหยัง?
      คำตอบ ก็คือ ขี้ควาย

                เด็กจะแยกกันคิด และรวมกันคิดหาคำตอบอย่างสนุกสนาน จนได้เวลากินข้าวเย็น บางคนก้กินกับตายาย บางคนก็กลับไปกินบ้าน บางคนยังทายไม่เสร็จแต่อาหารเย็นบ้านเขาเสร็จ พ่อแม่ของเขาจะมาเรียกแล้วพากลับไปกินข้าว
             วันไหนคุณย่าคุณปู่ หรือคุณตาคุณยาย ผู้เป็นครูพิเศษมีอาหารมาก ท่านก็จะบอกพ่อแม่เด็กที่มาเรียกว่า "บ่ต้องเอิ้นมันดอก มื้อนี้กูสิเลี้ยงมันเอง" วัฒนธรรมเก่าของเรามันน่ารักอย่างนี้ แต่พอวิทยุ โทรทัศน์นำนวนิยายมาทำเป็นละครฮิต จนลูกหลานลุ่มหลงตั้งตารอดูและลุกลามไปจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่ก็ยังตั้งตาคอยด้วย วัฒนธรรมเหล่านี้ก็นับวันจะหดหายและไม่อาจหวนกลับมาอีก

จึงได้แต่เสียดายในการสูญหายของ ความทวย หนทางที่จะบันทึกไว้ให้ลูกหลานได้รู้ ได้ทราบเป็นตำนานสืบไปก็โดยการถ่ายทอดบนเว็บไซต์นี้

 kwam tuay

โอ๋ยน้อท่านเอ้ย

ข้าน้อยสิเด็ดดอกไม้สามดอกไว้ถวาย
ดอกหนึ่งเทียมกั่วกายสูงกั่วชายสองช่วง
บัดยามค่วงลงน้ำบ่สูงเพียงตุ้มหม่อง
ให้เจ้าทายไวว่องลองเบิ่งว่าดอกหยัง

ดอกสองต่ำสูงบ่ฮู้หมื่นพันแสนร้อย
ดอกสองนี่ดอกหน่อยมีหลายคนซุบ้าน
บัดยามบานเกินโพดตัดดอกหน่อยต้นบ่ตัด
ให้ลองวัดปัญญาทายท้าว่าดอกหยัง

ดอกสามยามเฮาเอิ้นดอกหน่วยว่าต่างกัน
บัดเอาผ้ามาปั้นบัดได้อยู่ในเฮือนนอน
อย่าสิว่าโพดถ่อนต้นเกิดฮอดนรก
สามดอกยกมาแล้วลองทายเบิ่งว่าดอกหยัง

เฉลย

ดอกแรกเพิ่นทวยไว้ว่าดอกได๋คิดไปแหน่
เห็นพ่อแก่เพิ่นตากไว้บัดยามหิ้วปลาค่อข่อง
แผ่ห้อยไว้เทิงจั่วเล้าหลังจากเซาขึ้นจากหนอง
ดอกนี่ว่าบ่ขัดข้อง ทวยเพิ่นว่าดอกแหนั่น แนวเอาไว้หากิน

ดอกสองเห็นอยู่หลายล้น หลายคนทวยบ่ผิด
คนบ่คิด เหมิดทางใจ จั่งค่อยได้ถามกู้
ร้อยละสิบซาวห้า สามสิบกะยอมอยู่
ตัดดอกกู้ ตรอมป่วยไข้ จ๊ะแม่นหลายน้อดอกเบี้ย

ดอกสามเฉลยออกดอกบักงิ้วหน่วยบักหนุ่น
มากหลายคุณประโยชน์เหลือจนล้นล้ำ
ผิดเมียลูก ตายตกนรก ชดใช้กรรม
ปีนงิ้วซ้ำ หนามแทงหน่อเนื้อ เจ็บปวดทรมาน ซั่นแหล้ววววววววววววว

ดอกแห
ดอกเบี้ย
ดอกงิ้ว

 


รู้จักความทวย | ลักษณะของความทวย | ประเภทของความทวย | ความทวยเรียงตามอักษร

redline

backled1

paya kwam tuay

ความทวย โดย : อาจารย์สวิง บุญเติม ปธ.๙ M.A.

คำว่า "ทวย" ในภาษาของคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือคนอีสาน มีความหมายเป็น 2 อย่าง ทั้งเป็นปริศนาหรือปัญหา และเป็นทั้งคำทำนายหรือคำแก้ ทั้งนี้แล้วแต่สถานะที่ใช้ เช่น

  1. ความหมายที่เป็นคำปริศนาหรือปัญหา เช่น นาย ก. เป็นเพื่อนรักกับ นาย ข. ตอบหรือแก้นาย ก. จะว่า
              "ข. กูสิทวยมึง (ฉันจะตั้งปัญหาถามแก) มึงสิแก้ได้บ่หมอ (เอ็งจะแก้ได้ไหมเพื่อน?)" นาย ข. ก็จะพูดว่า "มึงลองทวยมาเบิ่ง (เอ็งลองตั้งคำถามมาดู) กูสิแก้ (ฉันจะตอบ)"
              ให้พึงสังเกตให้ดีว่า คำว่า "ทวย" ที่เป็นลักษณะของปริศนาหรือปัญหานี้ ท่านจะใช้กับคำพูดที่ไม่มีสิ่งของให้ดู ถ้าจะเรียกว่า เล่นเชาว์ปัญญากันก็ไม่น่าจะผิด
              ตัวอย่าง ความหมาย ทวย ที่เป็นปริศนาหรือปัญหา
    • ผู้อยู่โคกปั้นถ้วย เจ้าว่าแม่นหยัง?
      คำตอบ มดลิ้น (มันทำรู มันขนดินมาวางไว้เรียงรายรอบรู มีขอบสูงเหมือนถ้วย แต่ความจริงไม่มีมดลิ้นทำรูในขณะที่ถามกัน
    • ผู้อยู่ห้วยสานมอง เจ้าว่าแม่นหยัง?
      คำตอบ แมงย่างชิ้น (แมงมุมป่าชนิดหนึ่ง ตัวใหญ่ยาวชอบทำตาข่ายขึงดักอาหารระหว่างต้นไม้กับต้นไม้) ในขณะที่ถามปัญหากันก็ไม่มีแมลงที่ว่านั้นเลย
  2. ความหมายที่เป็นการทำนายหรือไข ความหมายนี้จะใช้ในลักษณะที่ให้ทายสิ่งที่มีอยู่ในที่นั้น และในขณะนั้น แต่ได้ซ่อนไว้หรือปกปิดไว้ ตัวอย่าง เช่น
    • นาย ก. เป็นเพื่อนนาย ข. กำเม็ดมะขามไว้ในมือโดยที่นาย ข. ไม่เห็น แล้วถามนาย ข. ว่า "ข. มึงลองทวยเบิ่ง (เองลองทำนายหรือทายดูสิ) ว่าแม่นหยังที่กูกำไว้ในมือเดี๋ยวนี้ (อะไรที่ฉันกำไว้ในมือขณะนี้)" พอทายเสร็จ นาย ก. ก็แบมือออกให้ดู ให้เห็นได้ทันที นี่คือคำว่า ทวย มีความหมายเท่ากับคำว่า "ทายหรือทำนาย"
    • น.ส.มี ซ่อนลูกของนางมา เพื่อนกันไว้ในห้องนอน แล้ว น.ส.มี ก็ถามนางมาเพื่อนกันว่า "มา! โตลองทวยเบิ่งว่า เฮาเอาลูกโตไปไว้ไส" พอทายเสร็จก็พาเข้าไปดูได้

            คำว่า ทวย ในตัวอย่างทั้งสองข้อ จึงมีความหมายเท่ากับคำว่า ทำนายหรือไข

แต่คำว่า ความทวย ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้จะหมายถึง ปัญหา หรือ ปริศนา ตามความหมายที่หนึ่งเท่านั้น

 kwam tuay

 คำทวย

isan banhao 12


รู้จักความทวย | ลักษณะของความทวย | ประเภทของความทวย | ความทวยเรียงตามอักษร

redline

backled1

paya

ผญาปัญหาภาษิต

  • กากินปลิงไปคาคอแฮ้ง เฮือคาแก้งไปล่มเคิ่งวัง
  • กกบ่เตื้องติงตายตั้งแต่หง่า หง่าบ่เหลื่องไปเตื้องแต่ใบ
  • กรรมสังโอ้ โอทองสังมาแตก บาดกะโป๋หมากพร้าวสังมาหมั้นกว่าโอ
  • เก้าสิฆ่าสิบสิฆ่าให้เอาแก่นคะยูงตี อย่าได้เอาบาลีต่อยตีตางค้อน
  • เก็บเห็ดให้เจ้าแงงลงห้วย อยากได้ผักผีพวยให้เจ้าแงงลงบุ่ง
    อยากได้กุ้งพายข้องขึ้นหง่ายาง อยากเป็นขุนนางเกือกขี้หมิ่นหม้อ
    อยากเป็นคนชั่วให้เข้าวัดจำศีล
  • คึดเลิ้กๆ คือปลาซิวลอย คึดตื้นๆ คือบัวยื้อหยั่ง
    คึดให้มันถ่องถองบาลีให้มันแตก เคี้ยวแหลกๆ เสียแล้วจั่งค่อยกลืน
  • ไซหลังหล่าบ่หมานปลาถืกแต่เต่า ไปยามแต่เช้าคลำพ้อว่าแม่นโพน
  • ใดๆ มีแต่หญ้าทางหน้าไซมีแต่ยุ้งฮากไผ่ ทางในมีแต่ยุ่งคือกุ้งสิแก่นดี
  • ตาดีไปคล้องซ้างสามคืนมาเปล่า ตาบอดไปคล้องคราวมื้อขี่มา
  • บ้านเมืองข่อนขุนกวานยาดไพร่ เมืองขวาได้ไก่โจ้นเมืองซ้ายได้ไก่ยอง
    เมืองซองได้ไก่แจ้ คราวนี้แพ้ไพร่เมือง
  • เป็นสังพากันโตนลงน้ำหากินตั้งแต่เต่า สังบ่ขึ้นโคกกว้างหาช้างค่าแพง
  • ไปบ่กลับ หลับบ่ตื่น ฟื้นบ่มี หนีบ่ม้ม ก้มบ่หวิด
  • ผัดแต่เป็นมันอีอ้อนไผกะซอนเสียมใส่ ผัดแต่เป็นมันอีมู้ไผกะหิ้วกะต่ากาย
  • ผักหมเหี้ยนกลางทางเจ้าอย่าฟ้าวเหยียบย่ำ บาดห่าถอดยอดขึ้นยังสิได้ก่ายเกิน
  • ไม้ลำเดียวล้อมฮั้วบ่ข่วย ไพร่บ่พร้อมแปลงบ้านบ่เฮือง
  • สั้นข้อหล่อมือยื้อบ่เถิง สูงเจวเววชั่วสามวาฮี้น
  • สองเขือเฒ่าเฮ็ดนากลางโคก ปีบ่โชคได้สาม ปี่งามได้สี่ ปีบ่ได้ดี้ๆ ขายให้สู่คน
  • หาบบ่หนัก ตักบ่เต็ม เค็มบ่จืด มืดบ่แจ้ง
  • อัศจรรย์ใจแข้หางยาวบ่ได้ฮองนั่ง บาดกระต่ายหางก้อมๆ สั่งมาได้นั่งฮอง
  • ให้เอายาวไว้คือกาคาบเต่า อย่าได้เฮ็ดอุ้งปุ้งคือฮุ้งคาบงู
    ให้เอายาวไว้คือศิลป์ชัยฟันไฮ่ ปีนี้ป้ำ ปีหน้าจั่งฮอน
  • กำขี้ดีกว่ากำตด หำหดดีกว่าโคยเสียก
  • บ่เป็นนายอย่าเว้าการเมือง บ่ได้ตดใส่ผ้าเหลืองอย่าเว้าการวัด
  • สนุกในเมืองฟ้ามีแต่แดดกับฝน สนุกในเมืองคนมีแต่กินกับสี้

isan banhao 11

(อย่าถือว่า ผญาเหล่านี้ คือ คำหยาบ ขอให้ถือว่าเป็นวรรณกรรมท้องถิ่น)

 

สามัคคีกันไว้

คนเฮานี้ ต้องเผิ่งอาศัยกัน
                คือดังปลาอาศัยน้ำ น้ำกะเผิ่งวังปลา
                ปลาอาศัยวังเวิน จึ่งล่องลอยนาน้ำ
                ทามอาศัยห้วย งัวควยอาศัยแอก
                ตาแฮกอาศัยไก่ต้ม จึงโดนตุ้มจากคอน
                คือดังคอนอาศัยไม้ นกใส่อาศัยโกน
                คนกะอาศัยคน เผิ่งกันโดยด้าม
                คามอาศัยหม้อ หมอมออาศัยส่อง
                ฆ้องอาศัยไม้ฆ้อน ตีต้องจึงค่อยดัง
สามัคคีกันไว้ คือข้าวเหนียวนึ่งใหม่
                อย่าได้เพแตกม้าง คือน้ำถืกข้าวเหนียว
                สามัคคีกันไว้ คือฝนแสนห่า
                ตกลงมาจากฟ้า ไหลโฮมโห่งอยู่หนอง

ผญา ภาษิตอีสาน สืบฮอยตา..วาฮอยปู่ (ฮีตสิบสอง)

      ตกฤดูเดือนอ้าย สายลมมาหนาวหน่วง
เฮามาพากันค้ำ ทำบุญตักบาตร
เดือนนี้ตกหว่างช่วง สังโฆเจ้าเพิ่นเข้ากรรม
ปริวาสซ่อยยู้ ซูค้ำศาสนา
      ฮอดเดือนสองอย่าฟ้าวซ้า ข้าวใหม่ปลามัน
เชิญเจ้ามาโฮมเต้า อย่าพากันขี้ถี่
ให้เฮามาโฮมกัน แต่งบุญประทายข้าว
บุญคุณลานตั้งแต่กี้ พากันให้ฮักษา
      ฮอดเดือนสามท้องฟ้า ปลอดโปร่งสดใส่
เหลียวเห็นซุมสาวน้อย พากันปั้นข้าวจี่
พ่องกะบีบข้าวปุ้น ตกแต่งอาหาร
ไปทางใด๋เห็นแต่คนใจบุญ ซะแซวเป็นคุ้ม
เฮือนละสี่ห้าปั้น พอได้เข้าใส่บุญ
มีเทิงหวานและคาว หนุ่มสาวมาโฮมต้อม
      ให้คอยซอมไปทางหน้า เดือนสิมาเป็นเดือนสี่
ขวางเขตบ้าน ย่านถิ่นดินอีสาน
ตกหว่างตอนคนตั้ง ใจฟังวอนวี่
มีเพียงปีละครั้ง ให้เฮาซ่อยกันสาน
หลังจากบุญข้าวจี่ สิมีบุญพระเวสเจ้าเฮาสิได้แต่งทาน
สุขสำราญเหลือหลาย ม่วนมิ่งกะเลยต้อน
ตอนกัณหาชาลี สิพากพ่อแม่แก้วคนสิให้นั่งฟัง
จัดเป็นงานประเพณี ให้คนรุ่นหลังฮู้
      ตกฤดูเดือนห้า สายลมบ่มาผ่าน
เดือนนี้บ่ได้ช้า ปีใหม่มาเถิง
เต่าสิถามหาบุ้น คนบุญสิมาปล่อย
เดือนนี้ม่วนจ้นๆ คนกะหลั่งมาหลาย
เห็นแต่ดอกจาน บานแย้มเต็มทั่วท่งนา
ให้พากันทำบุญ ปล่อยปลาลงน้ำ
นกสิงอย ง่ายไม้คอยถ้าตั้งแต่ฝน
เอาพระทรายมากอง ก่อเป็นเจดีย์ไว้
      ฮอดเดือนหกเสียงฟ้า ไขบอกข่าวทางคน
สายตามองเห็นแล้ว ในใจกะให้ม่วน
เห็นปลาข่าว ปลาซิวปลานิลปลากะเดิด
เดือนนี้เหมิดโทษฮ้าย บ่มีเรื่องเลิงหลง
เห็นแต่สิใส่เน้น วันเพ็ญสิบห้าค่ำ
ไผกะยิ้มเป้ยๆ ลงวัดเวียนเทียน
มีแต่ฝนกับลม ส่งเสียงกึกก้อง
ส่วนว่าเขียดอีโม้ ลำเกี้ยวใส่ผู้สาว
แล่นหยอกล้อ กันเล่นเหลือหลาย
อัศดงดวงอาทิตย์ ค่ำลงปลายไม้
วิสาขะเลิศล้ำ ชาวบ้านบ่อยู่เสย
ได้เวียนมาเถิง นพคุณคลองเค้า
      เดือนเจ็ดเผาความฮ้าย อันตรายบ่มาผ่าน
บุญสิมาซ่อยค้ำ ซูส่งราศรี
ตั้งแต่คนเฮาได้ เคยได้ยินแต่ปางก่อน
นิมนต์พระขึ้นบ้าน เล็งเป้าเข้าสู่ธรรม
บารมีผลทาน สิไล่มารเลยพ้น
บุญชำฮะสละความเดือดฮ้อน เมืองบ้านสิซุมเย็น
      จันทร์เพ็ญแจ้ง ทอแสงใสสง่า
เดือนนี้สงฆ์เพิ่นยั้ง เข้าอยู่จำพรรษา
เฮามาพากันเข้า ทำบุญพร้อมพร่ำ
เดือนแปดคล้อย เห็นลมทั่งใบเสียว
กบเพิ่นนอนคอยถ้า ฝนลงมาสิได้ม่วน
เดือนแปดมาฮอดแล้ว สิแววขึ้นลึ่นหลัง
ภาวนาอบรม ข่มใจสู่แลงเช้า
ถวายผ้าอาบน้ำ ให้ยาท่านเพิ่นใช้สอย
เหลืยวเห็นฝูงปลาขาว แล่นมาโฮมต้อม
ลงเล่นน้ำ โซะซะซัวแซว
      เดือนเก้ามาฮอดแล้ว บ้านป่าขาดอน
เถิงฤดูเดือนเก้า อีสานเฮาท้องถิ่น
พ้นจากมารหยาบฮ้าย พากันอยู่เป็นสุข
มีแต่สดใสจ้นๆ คนจนแสนม่วน
ขวางเขตบ้าน ย้านป่านาหวาย
เห็นนกเขางอยคอน ส่งเสียงหาซู้
เคยได้ยินประดับดิน ทานฮอดทอดถวาย
โพยภัยทุกข์ อย่าผ่านผายมาใกล้
ต่างกะชวนพี่น้อง ลงโต้งแต่งทาน
      เถิงเดือนสิบสิก่นมันมาต้ม
พ่องกะคนต่าน้อย ลงห้วยฮ่องนา
ข้าวสากลงไปวัด ให้หมู่สังโฆเจ้า
ซุบบักมี้ กะมาพร้อมพร่ำกัน
พ่องกะงมกอข้าว หาเทากำลังอ่อน
เดือนนี้บ่ได้ช้า พากันแต่งทานถง
มีลาบเทา พร้อมหมกดักแด้ของดีคั่วกุดจี่
      เดือนสิบเอ็ดว่านั้น หัวลมอ่วยโซยหนาวสาแล้ว
ได้ยินเสียงลมต้อง ปลายสำสาอยู่เวิ่นๆ
นกแจนแวนออกฮ้อง หาคู่ผสมพันธ์
ฝูงปลาขาวลงโฮมต้อน ผู้สาวนอนขึ้ค้านตื่น
ฟังเสียงฟ้าฮ้องตุ้ม เอิ้นสั่งฤดูฝน
เดิกออนซอนจันทร์ใสแจ้ง ทอแสงใสสง่า
บัดนี้แล้ววัดสิเป็นกำพร้า บ่มีพระสิมานอน
ได้ยินเสียงกลองโย้น วันเพ็ญสิบห้าค่ำ
ยามผู้สาวสิขาลาย ผู้ชายสิขาเกลี้ยง
หมาจอกเอิ้นสั่งซู้ กะปูหม่นเข้าฝั่งหนอง
ควายบักเทิกตกมัน แล่ต่ำแต่ต่อพร้าว
ปลาดุกบื่นค่อนสิแจ้ง หันหน้าเข้าใส่หลุม
ฝูงหมู่คนลงเลาะ ไฮ่นาปลาข่อน
ออกพรรษาห่อข้าวต้ม ลมล่อแต่หมู่ปลา
มาออนซอนแต่ทายก ไล่แต่งัวเข้ามาเลี้ยง
พระสิลาแม่ออกค้ำ ไตรมาสสิสั่งลา
      เหลียวขึ้นเบิ่งท้องฟ้า เห็นแต่ว่าวเดือนสิบสอง
พอสมควรหาผ้า กฐินทานมาทอด
ลมคะนองโชยพัด งายงมกะเลยมั่น
ตลอดเดือนหนึ่งพุ้น หาได้ดั่งประสงค์

 

 next arrowsคลิกอ่านต่อ  ความทวย

redline

backled1

paya

  • มีเป็นคน จนเป็นหมา
  • ว่าโตกะคัก เพิ่นแห่งกะด้อ ว่าโตนั่งจ้อก้อ เขานั่นแห่งนั่งตอ
  • เฒ่าเสียดาย ตายเสียชื่อ
  • เห็นของกินอยากบวช เห็นหีสวดอยากสิก (อย่าเป็นคนโลเล)
  • นาสองเหมือง เมืองสองเจ้า เย้าสองเขยคะลำ
  • เสือตายเพราะหนัง ช้างตายเพราะงา พระยาตายเพราะสมบัติ
  • เสือกะว่าเสือดี หมีกะว่าหมีหาญ ฟานกะว่าฟานกล้า ม้ากะว่าม้าแล่นหัน
  • เห็นดงเป็นบ้าน เห็นเมืองเป็นป่า เห็นท่าน้ำเป็นด้าวด่านเสือ
  • นกอีเอี้ยงกินหมากโพธิ์ไทร แซวแซวเสียงบ่มีโตฮ้อง แซวแซวฮ้องโตเดียวเหมิดหมู่
  • สิบตำลึงอยู่ฟากน้ำ อย่าฟ้าวอ่าวคนิงหา สองสลึงมามือ ให้ฮีบกำมาเมี้ยน (อย่าหวังในสิ่งที่ไกลตัว)
  • แนวบักต้อง บ่ห่อนหล่นไกลกก แนวผมดกบ่ห่อนมีหัวล้าน (ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น)
  • เลือกผักถืกบ้ง เลือกขาจ้งถืกขามะเฮ็ง (เลือกนักมักได้แร่)
  • อย่าได้เก็บดอกหว่านบ้านเพิ่นมาชม ให้เจ้าอดสาดมดอกกระเจียวแคมฮั้ว (ให้รักสาวบ้านใกล้)
  • บ้านใกล้ป่าได้อยู่เฮือนเพ บ้านใกล้เซบ่ได้กินปลาแดก (ใกล้เกลือกินด่าง)
  • เดือนหกให้หว่านกล้า เดือนห้าให้แต่งไถ (ทำให้ถูกกาละเทศะ)
  • ยืนให้เหลียวเบิ่งป่อง นั่งย่องย่อให้เหลียวเบิ่งหว่างขา (ทำอะไรให้ระมัดระวัง)
  • ผักอีตู่เตี้ยต้นต่ำใบดก กกบ่ทันฝังแน่นสังมาจีจูมดอก ฮากบ่ทันหยั่งพื้น สั่งมาปิ้นป่งใบ
  • แนวนามเชื้อเสือจำศีลอย่าฟ้าวเชื่อ บาดห่าเห็นต่อนเนื้อศีลสิม้างแตกกระเด็น
  • คิดต่อนาไฮ่หล่ง ฝนตกลงน้ำบ่อยู่ คึดต่อเจ้าผู้ฮู้ คึดต่อชู้ผู้นี่ ย่านมีชู้หมื่นคน
  • ใจประสงค์ตั้งหวังชมแก้มอ่อนๆ ไผสิชมก่อนอ้ายคองถ้าเบิ่งมือ
    พี่สิเพพังบ้างฝาแดนกลางให้ขาดถ่อง พังทั้งอู๋แอ่งน้ำให้เป็นเฟื่องทั่วเฮือน
  • เจ้าผู้ซุปผักติ้วเพพังย่อนปลาแดก ครั้นเอาผัวแต่น้อยพาเจ้าให้หน้าดำ
  • เจ้าผู้เครือผักส้ม บ่สมเครือผักไส่ ข้อยผู้ฮ้ายบ่สมเจ้าผู้ดี
  • เจ้าอย่าป๋าข่อยไว้กลางไฮ่เป็นหมู่กา เจ้าอย่าป๋าข่อยไว้กลางนาเป็นหมู่ไก่
    เจ้าอย่าป๋าข่อยไว้ไลถิ่มให้เปลี่ยวพลอย
  • ชาติสิเป็นหงส์แล้วบ่ลดต่ำลงเป็นกา คำพาทีไขบ่หลอกลวงตั๋วเจ้า
    คำว่าเอาเอานั่นพระยาหงส์ผู้สูงสง่า บ่ลดความได้เว้าให้เขาเอิ้นว่ากา
  • ตกกะเทินว่าได้กำคอแข้บ่มีวางให้หางฟาด มีตั้งแต่สิเน้นคอแข้ใส่ตม
  • ตกกะเทินได้จ้ำสิเป็นแกงหรือป่นกะตามถ่อน มีตั้งแต่สิคุ้ยเหมิดถ้วยจั่งสิเซา
  • ตกลงว่าได้สู้บ่มีถอยให้เขาด่า นับแต่สิเดินหน้า ถอยก้นแหม่นบ่มี
  • ครั้นได้ลงเฮือแล้วสิพายไปให้เถิงฝั่ง ครั้นแหม่นฝั่งบ่กว้างตัวเจ้าให้ส่อยพาย
  • ครั้นว่าฮอดแล้วสิหมายฝากพระไมมิตร พันธะนังติดหมื่นปีบ่ไลเจ้า
    ว่าสิเอาใจข้อยความตายเกิดห่วม บ่ให้คลาดแล้วสิหมายมั่นใส่หมอน
  • ความใจถ้วยให้ตักแกงลงใส่ ครั้นแหม่นบ่วงบ่ซ้อนสิลงท้องได้จั่งได๋
  • ความใจอ้ายสิเป็นตายกะบ่ว่า ว่าแต่ทางอ้ายเลี้ยงตัวข้อยสิค่อยตาม
  • อย่ามาตี๋แถลงเล่นเห็นข้อยเป็นคนโง่ อย่ามาเฮ็ดอวดโอ้ โตนั้นเก่งหลาย
  • ทุกข์ง่อมหงอทุกข์ง่อมหง่อ ขอทานกินก้มซ่อมส่อ ใจดีเผิ่นกะให้ ใจฮ้างว่าบ่มี
  • ทุกข์ยากฮ้ายกายก่ำผอมโซ ยากนำโตบ่มีเงิน เผิ่นบ่ถามเถิงจ้อย
  • เห็นว่าดำขี่หลี่อย่าฟ้าวขี่เฮือกาย เห็นว่าดำคอยลอยอย่าฟ้าวพายเฮือเว้น
    บาดว่าเฮือแตกลำค่อยล่อยยังสิได้ยู้ส่อย ครั้นบ่เอิ้นใส่ข่อยสิไปเอิ้นใส่ไผ
  • ตกกะเทินได้เหล้น เหล้นสาให้มันม่วน ตกกะเทินได้กวน กวนสาให้มันขุ่น กวนขุ่นแล้วซิวกุ้งกะสิงอม
  • เป็นสาวจ้อยจ้อยควายตมบ่อยากขี่ บาดห่าได้ลูกน้อยบายขี่ก่อนงาย

Paya isan 05

  • ทุกข์เพิ่นบ่ว่าดี มีจั่งว่าพี่น้อง ลุงป้าเอิ้นว่าหลาน
  • ทุกข์คอบปาก ยากคอบท้อง เคยแล้วอยู่บ่เป็น
  • ทุกข์บ่มีเสื้อผ้า ฝาเฮือนเพกะพออยู่ ทุกข์บ่มีข้าวอยู่ท้อง นอนลี้อยู่บ่เป็น
  • ทุกข์กายอยู่ได้ ทุกข์ใจอยู่ยาก
  • ทุกข์ให้เลี้ยงม้า กำพร้าให้เลี้ยงหมู
  • บ่ทุกข์บ่ยาก บ่อึดบ่อยาก
  • มีเงินเว้าได้ มีไม้เฮ็ดเฮือนงาม
  • มีเงินให้เพิ่นกู้ มีซู้ให้เพิ่นเล่น (นี่กะทุกข์)
  • สุขเพราะมีข้าวกิน สุขเพราะมีดินอยู่
    สุขเพราะมีคู่นอนนำ สุขเพราะมีคำเต็มไถ่
    สุขเพราะมีเฮือนใหญ่มุงแป้นกระดาน สุขเพราะหลานหลายนั่งเฝ้า
  • อยากทุกข์ให้เป็นนายคน อยากสาละวนให้เอาเมียน้อย
  • อยากจนให้ขี้ถี่ อยากมีให้ทาน
  • อยากทุกข์ให้เป็นนาย อยากซำบายให้เป็นแหล่ง
  • อยากทุกข์ให้ค้าควย (ควาย) อยากรวยให้ค้าโบกค้าเบี้ย
  • อยากมีหลายมันไฮ้ อยากได้หลายมันตาย
  • อยากมีให้ยืมเงินเพิ่นไปค้า อยากขึ้นฟ้าให้ฆ่าเจ้าเอาของ
  • ทุกข์ยากฮ้าย ขอขอดแลงงายก็ดี อย่าได้ลืมคำสัตย์ เที่ยงจริงคำมั่น

  • สาวนมโต้นลงโพนอย่าสิแหล่น บาดเจ้าคาดลาดล้ม นมสิโต้นแต่หลัง
  • จู๋บู๋หน้านมตูมตั้งตุ่ม ลูกบ่ดูดผัวบ่งุ้มสิมีไว้เฮ็ดหยัง
  • ไม้ใหญ่หงำนา ขาใหญ่หงำหี
  • สาวงามแพ้หี งัวพีแพ้ป่า
  • ลูกสาวเดียวให้ไปซ้อนฮวก เต้นข้วมบวกหีฉีกคุงดาก
  • ยามไปไฮ่ผัดว่าเจ็บขา ยามไปนาผัดว่าเจ็บท้อง บาดฮอดยามเข้าห้องก่องแก่งปานลิง
(อย่าถือว่า ผญาเหล่านี้ คือ คำหยาบ ขอให้ถือว่าเป็นวรรณกรรมท้องถิ่น)

alert2การนับจอกเหล้าalert2

bulletการนับจอกเหล้าแบบที่ 1

  • จอกหนึ่งพอชิกริก (จอกแรกซู่ซ่า)
  • จอกสองพอแซกแรก (จอกสองเอามาอีก)
  • จอกสามพอแปลกความ (จอกสามเริ่มเสียงดัง)
  • จอกสี่หลงพี่หลงน้อง (จอกสี่ลืมพี่ลืมน้อง)
  • จอกห้าเห็นป้าว่าแม่นเมีย (จอกห้าเห็นป้านึกว่าเมีย)
  • จอกหกชกปากพ่อเถ้า (จอกหกชกปากพ่อตา)
  • จอกเจ็ดแกล้มเป็ดแกล้มไก่ (จอกเจ็ดหาเป็ดหาไก่มาแกล้ม)
  • จอกแปดฟ้อนตากแดดว่าแม่นฝนตกริน (จอกแปดรำกลางแดดนึกว่าฝน)
  • จอกเก้าเข้าอยู่เล้าคึดอยากขายเกวียนละบาทก็ขาย (จอกเก้าขายข้าวเกวียนละบาท)
  • จอกสิบหลิบพุ้นหลิบพี้ (จอกสิบเดินหน้าหนึ่งถอยหลังสาม)
  • จอกสิบเอ็ดตึงลึงตึง (จอกสิบเอ็ดยืนโงนเงนจนล้ม ครอกฟี้!)

bulletการนับจอกเหล้าแบบที่ 2

  • จอกหนึ่งเอ็นคอพึงบ่ทันปาก (จอกที่หนึ่งรินไม่ทัน)
  • จอกสองเสียงกระชากผิดสำนวน (จอกสองเสียงดังลั่นบ้าน)
  • จอกสามชวนพ่อเถ้าเป็นสหาย (จอกสามกอดคอพ่อตาเป็นสหาย)
  • จอกสี่ชวนนายลงเป็นมิตร (จอกสี่ดึงแขนนายให้เป็นเพื่อน)
  • จอกห้าคิดอยากด่าเมียตน (จอกห้าด่าเมียขโมง)
  • จอกหกเห็นคนมาฮ้องใส่ (จอกหกแกว่งปากหาตีน)
  • จอกเจ็ดเหลียวเห็นไก่ว่าแม่นหมู (จอกเจ็ดเห็นหนูเป็นแมว)
  • จอกแปดใบหูแดงหน้าเคร่ง (จอกแปดหูแดงหน้าตึง)
  • จอกเก้าเปล่งวาจาผู้ใดมาบ่ย้าน (จอกเก้าเสียงดังไม่กลัวใคร)
  • จอกสิบอ่าน กอ ขอ กอ กา นอนกับหมาเกือขี้ฝุ่น จักว่าอุ่นบ่อุ่นตากแดดจนสาย พิษสุรามันหายเหื่อไคลไหลย้าว (จอกสิบมีหมาเป็นเพื่อน อ๊วก!)

bulletการนับจอกเหล้าแบบที่ 3

  • จอกหนึ่งพุทธวาจา (จอกหนึ่งเสียงหวาน)
  • จอกสองหมากลางตลาด (จอกสองหมากลางตลาด)
  • จอกสามผ้าขาดบ่ฮู้จักตัว (จอกสามผ้าขาด หลุด ไม่รู้ตัว)
  • จอกสี่เห็นเจ้าหัวว่าแม่นจัวน้อย (จอกสี่เห็นสมภารนึกว่าเณรน้อย)
  • จอกห้าเห็นเห็นขี้ข้อยว่าแม่นเมียโต (จอกห้าเห็นนางแจ๋วนึกว่าเมีย)
  • จอกหกสายพังพานเพิ่นบ่พานโตพาน (จอกหกนักเลงโต อยากหาเรื่อง)

 

isan banhao 10

รวบรวมไว้ให้ลูกหลานได้รู้จักและชื่นชมในหนังสือ "ภาษิตโบราณอีสาน"
โดยปราชญ์อีสาน คุณพ่อ ดร. ปรีชา พิณทอง

 

next arrows คลิกอ่านต่อ  ผญาปัญหาภาษิต

redline

backled1

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)