foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
บ่ทันพอได๋หันใจถิ่มกะฮอดปลายปีแล้วเด้อพี่น้อง ทั้งบักพยาธิโควิด-19 ที่บ่ทันจางไป แถวบ้านอาวทิดหมูยังติดอันดับ 10 ของประเทศอยู่เลย หลังจากหมดพายุฟ้าฝนผ่านไปแล้ว ตอนนี้กะฮอดยามหนาววอยๆ มาอีกปี นอนผู้เดียวเปลี่ยวอุราคือเก่า สาวๆ สำใหญ่ส่ำน้อยเพิ่นกะแนมกายอาวทิดหมูคนผู้ฮ้ายไปเบิด แม่ฮ้างแม่หม้ายเพิ่นกะว่าแต่ผู้ข้าสิตั๋วสิต้ม กะเลยบ่ชายตามาหา กะคือสิได้นอนหนาวกอดผ้าห่มอยู่กระท่อมน้อยฮิมมูล หาปูปลาเลี้ยงปากเจ้าของผู้เดียวนี่หล่ะ สู้ๆๆ ต่อไปเด้ออาว!

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juทุกข์บ่มีเสื้อผ้า ฝาเฮือนเพกะพออยู่ ทุกข์บ่มีข้าวอยู่ท้อง นอนลี้อยู่บ่เป็น

        ## ความทุกข์เพราะขาดแคลนเสื้อผ้าที่อาศัยพอทนได้ แต่ท้องกิ่วนี่นอนหลับไม่ได้จริงๆ @ความจนทนไม่ไหว ##

baisri sukwan

การทำพิธีเชิญขวัญมาสู่เฮือน เรียก สู่ขวัญเฮือน เรือนเป็นสถานที่พักผ่อนหลับนอน วันหนึ่งๆ เราจะต้องพักผ่อนหลับอยู่ในเรือนหลายชั่วโมง คนที่เราถือว่ามีความสุขกายสบายใจ ก็คือคนที่มีเรือนชานบ้านช่องห้องหอ หากขาดเรือนอย่างเดียว ถึงจะมีเงินทองเป็นเรือนล้านเรือนแสนก็ไม่มีความสุข เรือนมีความจำเป็นแก่ทุกคน

พระพุทธเจ้าจึงยกย่องคนที่สร้างที่อยู่อาศัยถวายแก่พระสงฆ์ว่า เป็นคนฉลาด เป็นทานอันเลิศประเสริฐกว่าอามิสทานทุกชนิด เพราะเรือนเป็นที่รวมความสุขทุกชนิดบรรดามี การสู่ขวัญเรือนนอกจากการเชิญขวัญมาอยู่ในเรือนแล้ว ผู้สูตรขวัญยังพรรณาถึงการปลูกเรือนว่า ทำอย่างไรจึงจะประสบความสุขสวัสดิ์ อยู่เย็นเป็นสุข การสู่ขวัญเรือนจึงเป็นการทำที่ฉลาดหลักแหลมอีกอย่างหนึ่ง

baisri sukwan 19

รี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี มื้อเศรษฐีอันมีนกเอี้ยง จั่งได้เสี่ยงหาขวัญมา ภริยาเมียมิ่ง แก้ม ปิ่งสิ่งหาเอาของ ทั้งแจ่วบองและมีดพร้า ได้เตรียมพร้าขวานคม สิไปชมป่าไม้ โบราณว่าเอาไม้แข็ง มีไม้แดงและไม้แต้ กิ่งก้านแผ่ในไพร แบกขวานไปสิปล้ำถาก หาบ่ยากไม้เสาเฮือน ไปเป็นเดือนยาม ออกใหม่ เอาลำใหญ่ยูงยาง เอามีดถางเบิ่งฮอดเหง้า จั่งบอกเจ้ารุกขา หมู่เทวดาเฝ้าอยู่ เฮ็ดนำปู่ ตามครูสอน ต้นมันงอนคดก่ง เผิ่นให้จ่งอย่าตัดมา บ่งามตาเอาไว้ก่อน หาเอาบ่อนลำสื่อปานเทียน เอาลำเหมือนเสาเมรุราช เอาเสาอาจดั่งโฮงอินทรา จั่งเอามาเป็นเสาเฮือนอยู่ ดีกว่าหมู่ไม้จิกไม้ฮัง จั่งมายังเสาเฮือนและเสาแฮก เจ้าจั่งแบกมาหา คันได้มาเก้ากำเก้าศอก เจ้าจั่งบอกเทพา ขอเผิ่น มาเป็นโฮงนอนแผ่ ขอมาปลูกให้แม่นอนเย็น นอนกลางเว็นได้เงินหมื่น นอนตื่นให้ได้เงินแสน ทั้งได้ แก้วได้แหวนหลายหลาก

เจ้าจั่งเอาขวานถากตัดฮอน ตัดเป็นตอนฮอนหง่า ต้นเผิ่นว่าเป็นโกน ต้นเทิงโพนเผิ่น ห้าม ต้นเป็นง่ามปลายตาย บ่ดีหลายอย่าไปต้อง อย่าไปข้องเอามา ผิดตำราพ่อแม่ พวกเถ้าแก่ โบราณ มาปลูกเฮือนปลูกซานบ่ราบรื่น บ่สดชื่นมีแฮง เป็นเฮือนแข็งเข็ดขนาด อย่ามาพาดเฮือน นอน มันเป็นหนอนเจาะปู่ บ่ได้อยู่สุขสันต์ เอาขวานฟันเป็นเสนียด มันจักเดือดตอมตาม หา ความงามบ่ได้ เป็นคนไฮ้อนาถา อย่าเอามาบ่ถืกโสก หาเลาะโคกตัดเอา ตัดเอาเสาสิบสองต้น อย่าให้ค่นขวางทาง อย่าให้วางกลางไฮ่ ต้นไม้ใหญ่ไฟลน อย่าไปขนไปแก่ ต้นแก่แด่มันตาย อินทร์พรหมหมายเผิ่นบ่ชอบ บ่ประกอบเป็นเฮือนชาน ปลุกไปนานเกิดเสนียด คนบังเบียดโจรา อย่าเอามาเป็นกะทอด อย่ามาจอดเป็นขาง อย่ามาวางเป็นขื่อ

ว่ามาเยอขวัญเอย เขาได้ตัดเจ้าล้ม เจ้าอย่าจ่มโมหัง ให้เจ้าฟังอย่าด่วน ว่ามาเยอขวัญ เอย ขวัญเสาแฮกอย่าได้หนี ขวัญเสาขวัญอย่าได้แล่น ให้เจ้าใสคือแว่นพระอินทรา ให้ขวัญเจ้า แล่นมาอยู่ลีล้ายลีล้าย ขวัญเจ้าย้ายทั้งขางตง ขวัญเจ้าลงทั้งขางขื่อ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเสา นางอย่าหลงทางป่องท้าง ให้เจ้ายาวไวๆ เสียงเรไรแมงง้วง เจ้าอย่าห่วงกลางดง ให้เจ้าลงมาสู่ ให้มาอยู่นำหลาน ทั้งขวัญซานติดต่อ ให้เจ้าก่อกองคำ ให้เจ้านำกองแก้ว มาฮอดแล้วอย่าไปใส

ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญไม้จิกให้เจ้ามาอยู่ ขวัญไม้ดู่ให้เจ้ามาเวียน ขวัญไม้ตะเคียนให้ เจ้ามาใหญ่ มาตุ้มไพร่ลูกหลานมีแฮง ขวัญไม้แดงมาเฮียงไม้แต้ มาเป็นแม่กะได มาเป็นคิงไฟให้ นึ่งข้าว ให้มาเฝ้าอยู่ชายคา ยามเจ้ามาเอาเป็นเงินล้าน มาอยู่บ้านนำหลาน มาอยู่ซานวางแอ่ง ห้อยต่องแต่งกระบวยนำ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าอย่าได้หนีไปอยู่ไฮ่ ขวัญเจ้าอย่าไปไล่กวาง ฟาน มาอยู่ซานบ่เหงี่ยง ให้เจ้าเที่ยงคือพระยาแถน ว่ามาเยอขวัญเอย แป้นแอ้มใหม่คือไม้แดง ตงขางแข็งคือไม้แต้ เอามาแต่เมืองสาละวัน ไม้จันทันและหน้าต่าง วิสุกรรมเป็นซ่างป่อนมาหา ไม้สะยัวหลังคาพระอินทราตกแต่ง เผิ่นจัดแจ่งตงขาง เอามาวางพิงพาด ดูสะอาดโฮงหลวง คนทั้ง ปวงมาโฮมแห่ พวกเฒ่าแก่มาออนวอน มาเฮือนนอนเย็นซุ่ม ใต้เมืองหลุ่มงามหลาย ปานเดือน หงายใสส่อง บ่มีป่องฮูฮอย

ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเสาแฮกไปหลงอยู่กลางทาง ขวัญเสากลางไปหลงอยู่ป่า ไปอยู่ ท่านอนเซา ขวัญเสาเหนือและเสาใต้ กะให้มาสามื้อนี้วันนี้ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญขื่อขวัญขาง ขวัญแขนนางและกระทอด ให้ออดหลอดออดหลอดมาไวๆ ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญจงมาพลัน อย่าช้า ให้เจ้ามาพร้อมหน้าพาขวัญ สิ่งสมควรขุนแต่งไว้บ่ห่อนไฮ้สวัสดี จำเริญศรีเหลือหลาก มีมวลมากสถาพร สุขทั้งนั่งสุขทั้งนอนบ่คลาดแคล้ว ปลุกเฮือนแก้วให้ผาบแพ้ข้าศึกศัตรู ชัยยะตุ ภะวัง ชัยยัมังคะลัง มหามุงคุล จงมีแก่ฝูงข้าทั้งหลายก็ข้าเทอญ

เสกน้ำรดเฮือนหลังสูตรขวัญแล้ว

นะโม เม พุทธะเตชะสา ธัมโม เม ธัมมะ เตชะสา สังโฆ เม สังฆะเตชะสา ระตะนัตตะยะ ธัมมิกา เตชะ ปะสิทธิปะสีเทวา สัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุ มา กิญจิ ปาปะมาคะมา ชะยะสิทธิธะนัง ลาภัง สัพพะทุกขา สัพพะภะยา สัพพะโรคา วินาสันตุ สะทา โสตถี ภะวันตุ เตฯ

 baisri sukwan 20

line

 backled1

baisri sukwan

การทำพิธีเชิญขวัญข้าว เรียก สู่ขวัญเข้า ข้าวเป็นอาหารหลักของคนอีสาน คนอีสานถึงจะได้กินขนมนมเนยก็ไม่ลืมข้าวเหนียวนึ่ง กินข้าวเหนียวนึ่งลงไปรู้สึกมันอิ่มท้อง ดังนั้นชาวอีสานจึงนิยมทำนามาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบัน แม้อาชีพอื่นจะดีกว่าก็ไม่ลืมนา พ่อแม่อีสานสอนลูกหลานว่า สิบพ่อค้ากะมาไหว้พ่อนา พ่อค้าถึงเขาจะมีเงินทองเขาก็กินเงินทองไม่ได้ ถ้าเรานัดเล่นงานพ่อค้าเพียงไม่ขายข้าวอย่างเดียว พ่อค้าต้องหมูบกะแต จริงหรือไม่ไม่ทราบ (เพราะสมัย พ.ศ. 2557 นี้ ชาวนาเป็นหนี้พ่อค้า กู้หนี้ยืมสิน ขอสินเชื่อปุ๋ยเขามา เอิ้นว่า ขายเข้าเขียว คือ จำนองข้าวล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ยังไม่ออกรวง แถมยังถืกรัฐบาลขี้โกงรับจำนำเข้าให้กระดาษแผ่นเดียว ขึ้นเงินบ่ได้อีก)

baisri sukwan 05

ชาวนาอีสานเมื่อทำนาเสร็จก็มีพิธีสู่ขวัญข้าว การสู่ขวัญข้าวเป็นพิธีการสอนชาวนาให้เฉลียวฉลาด เป็นการประกาศให้ชาวโลกเห็นว่า ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของโลก ชาวโลกควรจะคิดถึงบุญคุณชาวนา เม็ดข้าวที่ได้มาแต่ละเมล็ดนั้น มาจากหยาดเหงื่ออันเข้มแข็ง หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ใช้เวลาเกือบหกเดือน ทุกคนจึงควรเห็นคุณของชาวนาและเมล็ดข้าว บทสูตรขวัญข้าวมีว่าดังนี้...

รี ศรี วันนี้แม่นวันดี วันเศรษฐีอมุตโชค วันชาวโลกชื่นชม วันพระบรมกุกุสันโธทนะ ลงมาเกิด ลงมาเปิดโลกา พระสัตถาผู้ก่อ ตั้งแต่หน่ออรหันต์ มารวมกันอยู่ในโลก จั่งเป็นโชคปฐพี ท่านเศรษฐีปลูกข้าว เอาใส่เล้าในฉาง ยังมีนางหน่อนารถ ผู้ฉลาดเมืองคน ชื่อว่าสาวหน้ามนคิ้วก่อง คิงกลมค่องนางแมน เป็นลูกแถนลงป่อน มาอยู่บ่อนพาราณสี เป็นนารีผุดผาด อยู่ปราสาทสามหลัง ไผได้ฟังชมชื่น ดีล้นหลื่นคนทั้งหลาย ปานเดือนหงายผิวผ่อง คิงกะค่องงามงอน ตาออนซอนนวย นาด ผิวพรรณคาดเครื่องไพฑูรย์ คนมีบุญมาสู่ มีนามอยู่ว่าโภสพ คอคางจบคิ่วก่อง แขนขาค่อง ปานมะที สาวเศรษฐีหยาดย้อย คิดค้อยๆ อยู่ในใจ ไผสิไปนำเอาข้าว พระพ่อเจ้าโกรธา ตามไปหา บ่พ้อ จั่งให้น้อยหน่อนารี ไปขอพรพระฤาษีอยู่ในถ้ำ จั่งลุก้ามในผา จั่งได้มาเมล็ดข้าว จั่งได้เว้าต่อ กันมา มีผญาปัญญาล้ำเลิศ คนจั่งเกิดมาหลาย คนบ่ตายเพราะมีข้าว จั่งได้เป็นพระพุทะเจ้ากุกุ เพราะบุญชูถวายบาท จั่งฉลาดคนเฮา

ว่ามาเยอขวัญเอย ทั้งข้าวจ้าวและข้าวเหนียว เจ้าอย่าเหลียวไปทางอื่น เจ้าอย่าตื่นไปไส อย่าไปไกลจากต่า เจ้าอย่าว่าคนมายี เจ้าอย่าว่าคนมาสีมาตำมาเหยียบ เจ้าอย่าเปรียบเป็นดิน ดอน คนออนซอนบ่อึดอยาก คนเหลือหลากในโลกา เชิญเจ้ามาอยู่ในเล้า คนกินเจ้าโภชนา แม่น มีผลากะบ่แล้ว แม่นมีแก้วกะบ่เอา คนมาเซาช้องส่อ ออนซอนหน่อโภชนัง กินอี่หยังบ่ท่อเจ้า บ่ท่อ ข้าวขาวๆ ใหญ่เป็นสาวและเป็นบ่าว เขาบอกกล่าวกันมา ข้าวอยู่นาเอาใส่เล้า เขาเอาเจ้ามานอน เฮือน เป็นปีเดือนได้เลี้ยงลูก เอาข้าวปลูกฮอดข้าวปัดลาน เป็นข้าวสารอยู่ในต่า เอามาหม่านึ่งหวด ลายสอง หอมฮองๆ หื่นเฮ้า จั่งเอาเจ้าเลี้ยงพระเถรา จั่งเอามาทำบุญตักบาตร บ่ได้ขาดพระตะถา คะตา มีปัญญาคนได้กินข้าว คุณของเจ้าเหลือแผ่นสุธา เหลือธาราสมุทรแม่น้ำ

คนทุกก้ำจึงแข็งแรง คนมีแฮงกินข้าวท่านบอก ของอยู่นอกบ่แม่นคนเฮา เขากะเอาหมู หมาเป็ดไก่ เขาเอาใส่ฮำแกลบโฮยดิน สัตว์เก็บกินตามมีตามเกิด แสนประเสริฐกว่าสิ่งทั้งปวง ยาม เป็นฮวงเขาเก็บเขาเกี่ยว ยามเจ้าเหี่ยวเป็นเฟืองใบเหลือง เอามาเถียงมัดไว้บ่แตก บ่ได้แจกไปใส มาใส คือดั่งใจมุงเฮือนกะได้ เถียงหลังใหญ่มุงเฟืองเกินหนา อยู่เถียงนาอาศัยบ่ขาด บ่ประมาท คุณโภชะนัง เอามาวางใส่เล้าเต็มอั่ง จั่งได้นั่งว่ามุมะมูลมา ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้านอนอยู่ท่ง นำเขียดจานา ขวัญบ่มาไปนำเขียดโม้ อย่าอ้าวโอ่นำหมู่ปูทาม ว่ามาเยอขวัญเอย นางข้าวจ้าวทั้ง นางข้าวเหนียว ก็ให้มาสามื้อนี้วันนี้ ต้นเขียวๆ ข้าวก่ำต้นบ่ต่ำข้าวดอ เกินงามนอนั้นเป็นข้าวงวง ช้าง ดำสับหว่างนั้นแม่นข้าวมันปู งามปูลูนั้นแม่นข้าวใหญ่ เขาดำใส่นาทาม เกินเผิ่นงามดำเลาะ ฮ่อง ฮวงเผิ่นก่องเป็นพวง

ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้านอนอยู่ท่งนำฮู นอนนำปูทั้งจี่หล่อ เชิญน้อยหน่อมาอยู่ฉาง เชิญคำนางมาอยู่เล้า เจ้าอย่าเศร้าเสียศรี ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าตกอยู่น้ำในตม ขวัญเจ้าชม อยู่ไฮ่ ขวัญข้าวใหญ่ข้าวปลาเข็ง อย่าไปเส็งนำหมู่ อย่าไปอยู่นำปลา อย่าอยู่นาแดดฮ้อน ให้เจ้า ย้อนโงมา ให้เจ้าหวิดปากปลา ให้เจ้ามาไวว่อง อย่าอยู่ฮ่องนำทาม ให้เจ้างามมาอยู่ มารวมหมู่ นำกัน ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปทางก้ำดินดำน้ำก่ำ ขวัญเจ้านำหมู่ม้า กุลาพุ้นให้ต่าวมา ว่า มาเยอขวัญเอย นกกะจิบเขาสิตอด พวกนกขอดสิคาบหนี ถึงเดือนปีจั่งออกจากเล้า สิเอาเจ้าหว่าน นาทาม เจ้าสิงามกว่าเก่า เอาไปไว้นาเหล่าดงดอน คนออนซอนต้นก่อง เอาไปใส่นาฮ่องปลายทาง เอาเจ้ามาเป็นข้าวเปลือก ให้เจ้าได้เลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน ได้กินทานสืบต่อ เป็นน้อยหน่อศาสนา ให้ เจ้ามามื้อนี้วันนี้ มาอยู่ในฉางมาอยู่ทางเล้าใหญ่ เบิ่งคางไก่สูตรแล้วงามหลาย คางไก่หวายโตลาย โค้งโน้ง คางมันก่งคือเกี่ยวเหล็กแหลม ตาเฮาแนมฝนดีปีหน้า หมอสูตรว่าพราหมณ์สวดขวัญมา เป็นราคาข้าวเหนียวข้าวจ้าว จั่งบอก กล่าว อุอะ มูล มา โภชะนา พิชาคะมัง สาธุ

baisri sukwan 18

เสกน้ำประพรมข้าวหลังสู่ขวัญ

อมแม่เจ้าโภสพผู้เป็นขวัญข้าว เก็บมาใส่เล้าใส่เยีย ลูกหลานกินทานเสียบ่ขาด บ่ได้ ประมาทคุณแม่โภสพ เผิ่นเสกมนต์เรียกข้าว เผิ่นเอิ้นแม่เจ้าไปอยู่เล้าอยู่เยีย ให้แม่เจ้าอุดหูไว้ อย่าฟังเสียง อย่าได้ฟังสำเนียงของโจรลักข้าว ให้แม่เจ้าขับไล่มันหนี ขอให้ข้าวเฮาอยู่สวัสดี กินอย่าได้บก จกบ่ให้ลง ด้วยบาทพระคาถาว่า มา ขะโย มา วะโย สัพพะกาลัง นะขียันติ สาธุ

line

 backled1

baisri sukwan

รี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี มื้อแม่ธรณีแจ่มเจ้า แม่ได้เว้าต่อฝูงคน หมดหน้าฝนลมเป่า เบิด เดือนเก้าวนมา ออกพรรษาลมหวี่ๆ ลมของปี่ข้าวดอและข้าวใหม่ เกี่ยวมาใส่ในลาน บ่ทันเป็นข้าว- สารบ่ทันฟาด ฮวงอาดหลาดมัดเป็นกำ ชาวนาทำทุกหมู่ เอามาสู่ปวงชน ของคนกินแม่นข้าว แม่ แจ่มเจ้าจั่งให้อนุญาโต องค์พุทโธก่อนสิฮู้ ก่อนสิตรัสรู้เห็นธรรม กะกินข้าวเป็นคำมะธุปายาส จั่ง ฉลาดเป็นมา สุชาดาถวายบาท เอาใส่ถาดทองคำ จั่งเห็นธรรมตรัสส่อง จั่งเห็นป่องอริยสัจสี่ จั่งได้ ออกจากที่สอนศาสนา มีปัญญาล้ำเลิศ จั่งได้เกิดเป็นคำสอน พระบวรองค์ประเสริฐ แม่ธรณีจั่งได้ เกิดส่อยนำมา พสุธาพื้นแผ่นใสปานแว่นพสุธา พวกชาวนาจั่งได้ขุด พวกชาวนาจั่งได้ก่น แม่บ่บ่น จักคำ ชาวนาทำปัดกวาด สิได้นวดได้ตี สิได้วีข้าวสะนุ ดังก้องกว่าเสียงพุเสียงปืน ตีกลางคืนฟาด ข้าว ฟาดข้าวจ้าวและข้าวเหนียว ย่างเที่ยวไปและเที่ยวมา เอาตีนขาเหยียบย้ำตั้งแต่เช้าฮอดค่ำ วนเวียน

sukwan lan

อยู่เป็นเดือนแสนยาก แสนลำบากแม่ธรณี ขออย่ามีคำโกรธ ขอยกโทษนำชาวนา ขอ ขมานำเจ้าแม่ จงเห็นแก่กินทาน เป็นข้าวสารตักบาตร ชาวนาหยาดวารี อุทิศกุศลให้แม่ธรณี ผู้อยู่ต่ำ ผู้หลิงหล่ำฝูงคน ฮู้อยู่บนพื้นแผ่น ขอจอมแก่นจงปราณี ขอแม่เจ้าธรณีอย่าได้ปาก ลูกจัก เอาจอบถากเสียลาน เฮ็ดบ่นานข้าวขึ้นเล้า ขอแม่เจ้าจ่งอภัย บ่ไปใสให้ได้เบิ่ง ให้ได้เพิ่งบารมี ขอ แม่ธรณีจ่งปกป้อง ในแห่งห้องปริมณฑล พวกฝูงคนจั่งบอก พวกอยู่นอกชาวนา อย่าถือสาลูกช้าง บ่ได้ม้างเพพัง บ่เอาหยังมาข่ม อย่าได้จ่มซังหลาน บ่อยู่นานดอกแม่ เสร็จแล้วแก่หนีลาน ไปเฮือน ซานสู่เล้า ข้าจั่งขอปากเว้าสมมา หมากสองคำยาสองกอก ผู้ข้าบอกพาหวาน เต็มพาพานบ๋าแม่ จงเห็นแก่ชาวนา อย่าถือสาเสียงสั่น เสียงสนั่นสะเทือนองค์ ผู้ข้าปลงมื้อนี้ออกจากที่จักคราว

พวกหนุ่มสาวมาชมชื่น แม่อย่าตื่นตกใจ ศรีนงค์วัยไวอย่ากริ้วกราด อย่าอาฆาตหลาน เหลน อย่าจองเวรพวกผู้ข้า ยามวางต่าครุแคง เขาวางแฮงตึ้งตั้ง บางคนนั่งชันขา บางคนมาเต้นไต่ บางคนไล่จับกัน เสียงโฮงันกินเหล้า พระแม่เจ้าจงอภัย จ่งหยับไปอยู่ขอก ผู้ข้าบอกจักคราว แม่ผม ยาวเก้าโยชน์ งามเหลือโพดมวยผม พระบรมได้ไทรเผิ่ง ให้คึดเผิ่งพระโคดม พระบรมตรัสรู้ พระนั่ง อยู่โพธิ์ศรี พระขันติตั้งหมั้น พระบ่ย้านกลัวมาร เขาอาจหาญมาก่อ เขามาต่อสงคราม ยกพลหลาม แหนแห่ อันได้แก่แหลนหลาว กองทัพยาวพอโยชน์ กุมภัณฑ์โกรธโกรธา เขายกมาว่าสิฆ่า มารเขา ว่าของเขา พระโคเอาแท่นแก้ว เขาบ่อแล้วยิงธนู มาฟันตรูพอหมื่น เสียงคีคื่นคับเวหน มาประจญ มีทั้งช้าง เขามาม้างชิงบัลลังก์ เขาบ่อฟังคำบอกเล่า เป็นของเก่าขานไขมา เสียงมารจาหยาบช้า เสียงมารดาพระจอมธรรม เอามานำหอกดาบ เอามาปราบขับหนี ยกมาตียิ่งผ่า พระบ่ว่าบารมี เอา ขันตีนั่งแท่น พระบ่แล้นไปใส สมดั่งใจเป็นวัตร

สามสิบทัศบารมี จั่งได้ฮอดแม่ธรณีผู้อยู่ใต้ ขึ้นมาไหว้พระโคดม ยกมวยผมขึ้นฟ้า จั่งได้ ว่าอธิษฐาน น้ำไหลท่วมพระยามารโตบังอาจ เป็นน้ำพาดไหลนองมา มีมัจฉาทั้งหมู่แข้ ลากคาบแก่ กุมภัณฑ์ หนีบ่ทันช้างม้า เผิ่นจั่งว่าแม่ธรณี แสนพันปีตุ้มไพร่ฟ้า พวกผู้ข้าบ๋าบน พวกฝูงคนใต้หลุ่ม คนหลายกลุ่มได้อาศัย แม่ศีไวแขนอ่อน จงผันผ่อนปราณี ขอแม่เจ้าจ่งมีเผยแผ่ จ่งเห็นแก่หลาน เหลน ยามกลางเว็นและยามเช้า ขอแม่เจ้าจงอย่าฝืน ยามกลางคืนเขาฟาด เขาบังอาจเหยียบไปมา ขอวันทากราบบาท อนุญาตคูณลาน พวกลูกหลานสิกองข้าว มีข้าวจ้าวและข้าวเหนียว มีคนเทียว มาแหว่ ขอเจ้าแม่จ่งอวยพร ตามคำสอนพระพุทธบาท อย่าให้เขินเป็นหาด อย่าได้ขาดเป็นวัง

ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญลานพวกลุกหลานขออนุญาต ข้าวไหลมาอย่าขาดเป็นกะบุง ให้ กองสูงเพียงปลายไผ่ ให้ข้าวกุ้มใหญ่ท่อภูผา ให้นำมาอั่งแน่นให้เต็มแผ่นลานคำ ให้จอมธรรมได้นั่ง เม็ดข้าวอั่งเหลือลาน ได้กินทานตักบาตร อย่าได้ขาดทานัง ให้เข้ายังคือเก่า ผู้ข้าเหล่าสามที แม่ ธรณีกะมาช่วย ตะถาคะโต สิทธิเตโช ชะโยนิจจัง สัพพะกัมมัง ประสิทธิ เมโอมธัญญะ สวาหุมฯ

เสกน้ำประพรมข้าวหลังสู่ขวัญ

 สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง
สุหุฏฐิตัง สุขะโณฯ สุมุหุตโต จะ
สุยิฏฐัง พรหมจาริสุ ปะทักขิณัง
ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธีเต
ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัตตะวานะ
ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ มา ขะโย
มา วะโย มัยหัง มา จะ โกจิ
อุปัททะโว ธัญญะธะนานิ เม ปะวัสสันตุ สะวาหุมฯ

 

baisri sukwan 05

line

 backled1

baisri sukwan

สู่ขวัญงัวควาย

การทำนาสมัยโบราณนั้นใช้แรงงานจากวัวควาย ในภาคอีสานนิยมใช้ควายมากกว่าวัวในการคราดไถ ส่วนวัวนิยมใช้ในการเทียมเกวียน วัวควายจึงเป็นเหมือนเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากของชาวอีสาน ชาวนาอีสานใช้ควายในการลากไถ ไม่ว่าจะตัวใหญ่ผอมหรือพี เมื่อจับเข้าเทียมไถแล้ว ขอให้ลากไถไป ไปได้ไวเท่าไรยิ่งดี หากมันหยุดยืนกัดกินหญ้า เจ้าของจะตี คิดดูแล้วน่าสมเพทเวทนา บางตัวกัดกินใบข้าวที่เกิดจากแรงงานของมัน เจ้าของตีจนเขาหักก็มี เจ้าของน่าจะคิดว่า "มึงก็อยากเหมือนกู กินซะใบของมัน กูจะกินเม็ด" น่าจะพูดให้ควายฟังอย่างนี้

baisri sukwan 17

มีข้อที่น่าสังเกตุอยู่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องควาย ควายรักภาคอีสานและคนอีสาน ถึงจะลำบากตรากตรำก็เฉพาะเวลาทำไร่ไถนา เมื่อเสร็จหน้านาแล้วมันจะหากินตามประสาของมัน ชาวอีสานเป็นพ่อค้าควาย หมดฤดูทำนาก็ต้อนควายไปขายที่ภาคกลาง (ตำนาน "นายฮ้อยทมิฬ" นั่นเอง) ก่อนจะออกเดินทาง พ่อค้าก็จะหาหญ้า หาน้ำมาให้ควายกินอย่างอุดมสมบูรณ์ และจัดการสู่ขวัญให้ แทนที่ควายจะดีใจมันกลับน้ำตาไหลคลอเบ้าตา ต้อนไปมันก็ไม่อยากจะไป แสดงว่ามันรักและคิดถึงดินแดนถิ่นอีสานบ้านเกิด ที่มันเป็นเช่นนั้นมันคงจะได้ยินระแคะระคายว่าดินแดนที่มันจะไปนั้น มันจะประสบทุกข์ทรมานแสนเข็ญ (คุณพ่อปรีชา พิณทอง เล่าให้ฟัง)

การที่คนอีสานทำพิธีสู่ขวัญควายเป็นการแสดงให้เห็นว่า ควายเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีบุญคุณมาก ข้าวทุกเม็ดที่เราได้กินเกิดจากกำลังของควาย และอีกอย่างหนึ่ง เป็นการประกาศให้ชาวโลกรับรู้ว่า ควายมีประโยชน์ต่อคนและชาวโลก ไม่สมควรที่ชาวโลกจะตั้งโรงงานฆ่ามัน น่าจะทนุถนอมมันไว้ใช้งานต่อไปนั่นเอง บทสูตรขวัญงัวควายมีดังนี้...

รี ศรี มื้อนี้เป็นวันดี วันเศรษฐี วันขัติยะราช มีอำนาจพลังเหลือหลาย มีความหมาย เหลือหลาก บ่ทุกข์ยากอันใด สมดังใจมวลหมู่ จั่งได้สู่เอาขวัญ จั่งได้ชวนทั้งทวยเทพเมืองแมน พระยาแถนผู้ปั้นหล่อ ผู้เค้าก่อไถนา จั่งเอามายังมหิงสาตัวอาจ ตัวสามารถมีพลัง เอามายังเคหา มาอยู่นาบักเขาแก้ว ให้ชื่อแล้วว่าบักคูณ เอามาหนุนเกื้อก่อ มาเป็นหน่อทองคำ ไถนาดำแลนา หว่าน ตัวเคยผ่านไถนา เป็นพระยาฤทธิ์เดช อยู่ในเขตปฐพี เป็นควายดีมีอำนาจ งามองอาจกว่า มหิงสา จั่งเอามาผูกเชือก จั่งได้เลือกเอามา อยู่ชายคาหลังใหญ่ โตมันไล่พาลี โตมันตีสังครีบ โตมันถีบทรพี มันบ่หนีบักเขาแก้ว เอามาแล้วทรัพย์มาโฮม เสียงทมๆ เขาโล้งโค้ง ปล่อยลงท่งอยู่ กลางนา งามแต่หางฮอดส้นหน่อง เกินงานค่องเจ้ามหิงสา ยามไถนาบ่มีขาด ยามเฮาคลาดมีกำลัง บ่ถอยหลังตกต่ำ ฮอดยามค่ำขี่เข้าไปเฮือน ไถเป็นเดือนกะบ่จ่อย เก่งบ่ค่อยกาสร

สองเขางอนงามยิ่ง แขวนกระดิ่งอยู่ในคอ ฟังเสียงขอดังสนั่น เกินกล้ากลั่นอ้ายทุยทอง สีบ่หมองเหลืองหล่า ไล่ลงท่าไปนอนซำ เจ้าของนำดึงเชือก นอนดมเกลือกเซามีแฮง บึกบึนแข็ง องอาจ พอปานนาคราชดึงเขาพระสุเมรุ ผู้ใด๋เห็นกะอยากได้ โตเจ้าใหญ่เพียงตา ยาวเป็นวาหลัง บ่แอ่น ไถนาแก่นแห่งข้าวงาม ไถนาทามและนาโคก เจ้าถึกโสกกาสร คนออนซอนอย่างอาดๆ เจ้าฉลาดไถนาดี บ่เคยตีไปตามห่อง ไปตามป่องบ่สับสน พอปานคนเจ้าองอาจ เอาใส่คราดบ่มี ถอย ย่างตามฮอยฮู้ฮ่อม ไปหล่อมๆ ทำนา มีปูปลามาอยู่ดีกว่าหมู่นาทาม ข้าวกะงามแตกหน่อ นามูลพ่อต้นข้าวสีเขียว เฮ็ดข้าวเหนียวและข้าวจ้าว พันลาวอ้าวฮวงดียามเฮาตีฟาดตุ้ม ข้าวขึ้น กุ้มเต็มลาน เฮ็ดนาหมานคูณค้ำ พอเฒ่าจ้ำว่าบ่ขาย ราคาหลายเป็นหมื่น เจ้าดีหลื่นมาอยู่นำ ปานทองคำฮักห่อ

ลูกของพ่อกาสร ตาออนซอนเจ้าไถคราด เจ้าฉลาดพอปานคน เจ้าอดทนเหลือหลาก หญ้าเต็มปากนำคันนา ไปเอามาให้เจ้าอยู่ เอามาสู่เต็มกะทอ กินให้พออย่าอึดหยาก มีหลายหลาก ในนามหิงสา ลากแก่ข้าวกะแผ่เป็นฮวง ท่วมหลังกวางและช้างม้า อยู่นาท่าข้าวกะงาม อยู่นาทาม ข้าวแตกหน่อ ปานคนก่อแบ่งเอา เขียวปานเทาบ่อเหลืองหล่า ได้พันต่าแสนกระบุง กินเต็มพุงบ่ อึดอยาก บ่ทุกข์ยากอันใด๋ ปลดจากไถเจ้าพักผ่อน หยุดก่อนหมดเวลา เจ้าไถนาเหนือและนาใต้ ทั้งนาใกล้และนาไกล อย่าไปใสให้เจ้าอยู่ ไปนำหมู่หาเล็ม

ว่ามาเยอขวัญเอย ถึงยามค่ำให้เจ้าเข้ามาเฮือน เดือนดำตกมืดซ้าวล้าว ให้เจ้าฟ้าวมา เฮือนหา เข้าชายคาอยู่ในคอก ฟังข่อยบอกจื่อจำเสียง ฟังสำเนียงให้เจ้าแหล่น ให้เจ้าแก่นนอน เฮือน อย่าได้เหมือนกะฮอก ผู้ใด๋บอกให้จำเอา อย่ามัวเมานำโตแม่ อย่าไปแว่สวนมอน อย่าไปซอน สวนเผิ่น เจ้าอย่าเปิ่นหลงทาง ว่ามาเยอขวัญเอย ให้มาสามื้อนี้วันนี้ มาอยู่ที่ตะหล่างเฮือนสูง เขาบ่ จูงเจ้าไปฆ่า เขาบ่ด่าเจ้าโตดี เขาบ่ตีเอาเชือกถาบ เขาบ่หาบมังสัง เขาบ่ซังกดขี่ ให้เจ้ามาอยู่ที่เคย นอน บ่มีหมอนให้เอาโล้งโค้ง คือกะด้งมาหมูน ว่ามาเยอขวัญเอย ให้เจ้าคูณเจ้าค้ำ ยามมืดค่ำให้ โงมา ยามไปนาให้เจ้าต่าว อย่ากินข่าวเชือกไถ อย่าจัญไรชนฮั้ว อย่าไปกั้วสวนแตง เจ้าของฮักฮ่อ ลูกของพ่อคูณเฮือน

ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปวังน้ำ นอนตมบ่อนมันหล่ม ขวัญเจ้าไปเที่ยวพ้อกาสร โตแม่ เจ้าอย่าแวส่องเล่นเห็นแล้วให้ต่าวมา ว่ามาเยอขวัญเอย มาตั้งขวัญเขาพร้อมขวัญหูทั้งคู่ จตุบาทอย่าได้ช้าให้มาพร้อมพร่ำกัน ว่ามาเยอขวัญเอย นังคัลพั่วฟอยหางกวัดแกว่ง ให้เจ้ามาไล่ ฮิ้นยุงพร้อมเหลือบนำ ขวัญตาก้ำทั้งสองมองอยู่ ขวัญปากคิ้วหัวพ้อมสู่แนว มาฮอดแล้วหลักเก่า เสาเฮือน นอนสีคีงฮ่มเย็นหายฮ้อน อย่าไปเชยซมซ้อนหนีไปนอนเฮือนเผิ่น ให้เจ้ามาตะหล่าง กว้างๆ เฮาพี้อย่าสิหนี เอหิ มะหิส สะกะฆะเร ปะติฏฐาหิ สาธุ

 

baisri sukwan 06

คำกล่าวผูกเขาควาย

ศรี สรี ฝ้ายเส้นนี้แม่นฝ้ายดี ฝ้ายอันมีฤทธี ส่งมาแต่เมืองฟ้า พระนารายณ์เป็นเจ้าส่งลง มา ให้ผูกเขามหิงสาตัวประเสริฐ เพื่อให้เกิดค้ำคูณ ขวัญผิดที่ก็ให้หาย ขวัญจัญไรก็ให้จืด มีแต่ที่ ประเสริฐทั่วตัวควาย โรคปากเปื่อยอย่าให้มี โรคบ่ดีอย่าให้พ้อ ให้เจ้าเป็นตั้งต่อคูณเฮือน ทุกปี เดือนอย่าให้เจ้าของอึดอยาก ให้ได้ดังคำมักคำปรารถนา ว่า อุ อะ มุ มะ มุนมา มะหามูลมัง สวาหุมฯ

baisri sukwan 39

line

 backled1

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)