foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
สงสัยว่า "พญาแถน" จะรับทราบจากบั้งไฟที่จุดไปบอกแล้ว หลายๆ พื้นที่ฝนเลยตกลงมาให้ได้คลายร้อนกันบ้าง แต่อย่าพึ่งนิ่งนอนใจเพราะทางฝั่งวิทยาศาสตร์บอกมาว่า "ปรากฏการณ์เอลนิญโญ่" นั้นยังมีอิทธิพลต่อโลกเรา ที่จะทำให้เกิดฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วงได้ในเร็ววัน แม้พระโคเสี่ยงทายกินหญ้าทำนายว่า น้ำท่าจะมีความอุดมสมบูรณ์นั้นก็ไม่แน่เด้อพี่น้อง เตรียมใจเผื่อไว้แหน่ ขุดลอกหนอง สระน้ำให้มีความลึกเก็บกักน้ำฝนไว้ มั่นใจกว่าครับ พันธุ์ข้าวปลูกกะจ่งไว้แหน่ล่ะ เผื่อได้ตกกล้าใหม่...

Our Sponsor

adv200x300 2

Facebook Likebox

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
isangate net200x75

Number of Page View

04660244
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
3806
8331
30655
3496015
183352
306530
4660244

Your IP: 34.235.143.190
2019-06-20 11:37
paya header

ju juเก้าสิฆ่าสิบสิฆ่าให้เอาแก่นคะยูงตี อย่าได้เอาบาลีต่อยตีตางฆ้อน

     ## จะฆ่าให้ตายก็ฟาดด้วยท่อนไม้เนื้อแข็ง อย่าตีด้วยวิชาความรู้เลย   ##

thai isan language

ภาษาอีสาน เป็นภาษาที่มีความเป็นมาเป็นของตนเองโดยแนบแน่นมากับภาษาลาว มีตัวอักษร อักขรวิธี คำ และความหมายของคำเป็นของตัวเอง มีรูปแบบการเขียน การพูด การเล่า การร้อง การลำเป็นของตนเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูปแบบ การพูด การเล่า การร้อง การลำนั้น นับว่าแพร่หลายมากในห้วงเวลาที่คนอ่านออกเขียนได้มีจำนวนจำกัด การสื่อความหมาย การถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้คนในหัวเมืองลาวเหล่านี้ ก่อนที่ระบบการศึกษาแบบสมัยใหม่ของกรุงเทพฯ จะเข้ามานั้น ส่วนใหญ่จะสื่อความหมายกันทางปาก นั่นคือ การพูด การเล่า การร้อง การลำในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เล่านิทาน ลำตำนานประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผญา นิทานก้อม เป็นต้น

kwai 01

ถายหลังการเข้าจัดการปกครองหัวเมืองลาวโดยกรุงเทพฯ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ระบบการศึกษาแบบใหม่ของกรุงเทพฯ ก็เข้ามาเผยแพร่ในหัวเมืองเหล่านี้ การระบาดของภาษาตามแบบกรุงเทพฯ ดำเนินไปอย่างเข้มข้น พร้อมกับการขยายการศึกษาภาคบังคับ การขยายตัวของเส้นทางคมนาคมขนส่ง (ทางรถไฟ) และการขยายตัวของระบบสื่อสารมวลชน แม้ว่าจะมีความพยายามอย่างมากที่จะแทนที่ภาษาท้องถิ่นหัวเมืองลาวด้วยภาษาไทยกลาง แต่ความพยายามดังกล่าวก็ยังไม่บรรลุผลสมบูรณ์แบบ ความปนเปกันระหว่างภาษาไทยกลางกับภาษาอีสานนั้นมีนัยะให้น่าศึกษาอยู่

ด้วยความจำกัดในด้านความรู้และด้านเวลาของผู้เขียน จึงขอนำเสนอลักษณะความปนเปหรือความเกี่ยวพันสัก 2 ลักษณะ

tum kaopoon

การตำแป้งขนมจีนด้วยครกกระเดื่อง ภาษาอีสานเรียก ตำเข้าปุ้นด้วยครกมอง

“บักลาอิ่มข้าวหลาม”

1. คำที่เขียนอย่างเดียวกัน อ่านออกเสียงอย่างเดียวกัน แต่มีความหมายทั้งที่เหมือนกันและต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น

คำว่า “อิ่ม” ในความหมายภาษาไทยกลาง หมายถึง การได้กระทำในสิ่งที่ต้องการทำอย่างเพียงพอ การได้ดูอย่างเพียงพอ การได้พูดอย่างเพียงพอ การได้ฟังอย่างเพียงพอ คือได้กระทำอย่างจุใจก็เรียกว่า “อิ่ม” เช่น กินจนอิ่ม ดูจนอิ่ม พูดจนอิ่ม ฟังจนอิ่ม เป็นความสมหวังตามสิ่งที่ต้องการอยากทำ มีความหมายในเชิงบวก

ส่วนคำว่า “อิ่ม” ในภาษาอีสานนั้น นอกจากจะมีความหมายอย่างเดียวกันกับภาษาไทยกลางแล้ว ยังมีความหมายที่ลึกลงไปกว่านั้นอีก คือมีความหมายยิ่งกว่าเบื่อหน่าย ยิ่งกสว่าเอือมระอา ยิ่งกว่าคำว่า “เซ็ง” เป็นความหมายในเชิงลบ

มีเรื่องเล่าของชาวอีสารอยู่เรื่องหนึ่ง คือเรื่อง “บักลาอิ่มข้าวหลาม” (บัก หมายถึง นาย เป็นคำนำหน้านามเพศชาย) หากจะพูดและหมายความตามภาษาไทย (กลาง) ก็คือ “นายลาอิ่มข้าวหลาม” จะต้องหมายความว่า "นายลารับประทานข้าวหลามมากจนอิ่ม และไม่อยากรับประทานข้าวหลามอีก" แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่

bug la im kaolam

เรื่องมีอยู่ว่า

นายลาไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ พอเก็บเงินได้บ้างเล็กน้อยก็เดินทางกลับบ้านโดยขบวนรถไฟ มาถึงสถานีรถไฟโคราช นายลารู้สึกหิวข้าวมาก จึงตัดสินใจซื้อข้าวหลามในขณะที่รถไฟกำลังเคลื่อนออกจากสถานีอย่างช้าๆ นายลาไม่มีเงินย่อยจึงเอาธนบัตรใบละร้อยบาทซื้อ (เงินร้อยบาทในสมัยนั้นเป็นจำนวนที่สูงมาก) ปรากฏว่า คนขายข้าวหลามไม่ยอมเดินตามรถไฟเพื่อทอนเงินให้นายลา นายลาต้องซื้อข้าวหลามราคาท่อนละร้อยบาท

ปรากฏว่านายลาไม่ยอมแตะต้องข้าวหลามนั้นเลย (แม้จะหิวมาก) นายลากินข้าวหลามไม่ลง นายลาอิ่มข้าวหลาม แม้เมื่อนายลากลับมาถึงบ้านนายลาก็ไม่ยอมกินข้าวหลามเลยตลอดชีวิตของนายลา เมื่อมีคนเรียกนายลากินข้าวหลาม นายลาจะบอกปฏิเสธ พร้อมกับบอกว่า “อิ่ม”

บ้างก็ว่า ความอิ่มของบักลานี้มากถึงขั้นเดินทางผ่านป่าไผ่ แล้วมองเห็นยอดไผ่ไหวโอนไปมาทำเอา "บักลาฮากแตกย้อนคึดฮอดข้าวหลามบั้งนั้น"

คำว่าอิ่มตามความหมายของนายลานั้น มากกว่าเบื่อ มากกว่าแหนงหน่าย มากกว่าเอือมระอา มากกว่าเซ็ง ความรู้สึก “อิ่ม” ไม่เกิดเฉพาะกับอาหารหรือสิ่งของอื่นๆ เท่านั้น แต่อาจจะเป็นความรู้สึกที่บุคคลมีต่อบุคคลก็ได้ เช่น สามีที่เจ้าชู้ ชอบมีความสัมพันธ์กับหญิงอื่น นอกใจภรรยาอยู่เสมอก็อาจจะถูกภรรยา “อิ่ม” ได้เช่นเดียวกัน

บักลาอิ่มบั้งข้าวหลาม ลำโดย สังวาล ดาวเหนือ

“นายอำเภอหัวฆวยมาก” 

2. คำที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่มีความหมายต่างกัน ซึ่งบางครั้งอาจจะทำให้การสื่อความหมายผิด ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้เรื่องของความกระด้างกระเดื่อง อวดดี จองหอง ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เช่น

คำว่า “ฆวย” คำที่ออกเสียงอย่างนี้ในภาษาอีสานมี 2 ความหมาย คือ

  1. เป็นคำนาม หมายถึง กระบือที่เลี้ยงไว้ไถนา
  2. เป็นคำกริยา หมายถึง สั่น, คลอน, สั่นคลอน เช่น หลักที่ตอกหรือฝังไม่แน่นสามารถโยกได้คลอนได้ ภาษาอีสานจะบอกว่าหลักนั้น “ฆวย” หรือฟันที่กำลังจะหลุดซึ่งเรียกว่าฟันโยก ภาษาอีสานก็เรียกว่าฟันฆวย

มีเรื่องเล่าว่า

ครั้งหนึ่ง ท่านนายอำเภอเดินทางไปตรวจราชการในหมู่บ้านชนบทอีสาน แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก หนทางเป็นหลุมบ่อมาก กำนันจึงให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเอาเกวียนเทียมโคเป็นพาหนะไปรับท่านนายอำเภอ ปรากฏว่า จากสภาพหนทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อมาก ทำให้ท่านนายอำเภอนั่งหัวสั่นหัวคลอนมาตลอดทาง พอเดินทางมาถึงหมู่บ้าน กำนันก็รีบถามด้วยความเป็นห่วงท่านนายอำเภอกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่า "การเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง"

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตอบเสียงดังฟังชัดว่า “การเดินทางแย่ เพราะนายอำเภอหัวฆวยมาก”

kwian 01

(คัดลอกส่วนหนึ่งจากบทความ “ภาษาไทย (กลาง) ในภาษาอีสาน” เขียนโดย ชุมพล แนวจำปา ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ธันวาคม ๒๕๓๓)

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1