foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ลมหนาวมาวอยๆ แล้วครับ 2 มื้อมานี่จนได้หาเสื้อยืดหนาๆ มาใส่ แม้ว่าจะมีฝนสุดท้ายจากพายุดีเปรสชั่นที่พัดเข้าเวียดนามเข้ามาไทยแถวมุกดาหารก็ตาม แต่ก็สู้ความกดอากาศที่หอบเอาลมเย็นๆ พัดลงมาจากประเทศจีนปะทะจนพายุอ่อนกำลังลง มีฝนกระจายไปทางอีสานใต้หลายเติบ บ่มีน้ำท่วมใหญ่เป็นบริเวณกว้างแบบปีที่แล้วดอก จั่งได้กะพากันรักษาสุขภาพกันให้ดีเด้อครับอย่าให้เป็นไข้เป็นหนาว การ์ดอย่าตกเพราะโควิดบ่ทันเซาระบาด คาดหน้าด้วยหน้ากากอนามัยกันต่อไป

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

: Number of Page View ::

09486291
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
2046
7250
27700
8357897
169050
202722
9486291

Your IP: 3.235.85.115
2020-10-23 09:15
paya supasit

ju juเกลี้ยงแต่นอกทางในเป็นหมากเดื่อ หวานนอกเนื้อในส้มดั่งหมากนาว

        ## สวยแต่รูป จูบไม่หอม สิฮอดเลือกตั้งกะอย่าสิหลงนำเงินเขายื่นให้แลกเสียง @เลือกตั้งท้องถิ่น ##

attalak isan

ธรรมาสน์

ธรรมาสน์ คือ แท่นสำหรับพระสงฆ์นั่งแสดงธรรมเทศนา เป็นแท่นหรือเป็นหลัง รูปทรงคล้ายปราสาทมีการแกะสลักสวยงาม ถือเป็นสถาปัตยกรรมพุทธบูชาที่พุทธศาสนิกชนแต่ละท้องถิ่น แต่ละชุมชนสร้างไว้ประจำวัด ในจังหวัดอำนาจเจริญมีธรรมาสน์ฝีมือช่างพื้นเมืองที่เลื่องลือว่าสวยงามเป็นพิเศษ คือ ธรรมาสน์ที่วัดพระเหลาเทพนิมิต มีลักษณะคล้ายตั่งเตี้ยๆ มีพนักด้านหลังทำเป็นรูปซุ้มสลักลายวิจิตรบรรจงเป็นลายพรรณพฤกษา ที่ขอบทั้งสี่ด้านเขียนลายรดน้ำ ภาพนักรบ และกินรีร่ายรำ และจังหวัดอุบลราชธานีมีธรรมาสน์วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ ฝีมือช่างพื้นเมืองชาวญวณ ทำเป็นรูปสิงห์เทินบุษบก ก่ออิฐถือปูนประดับลายปูนปั้น เขียนภาพด้วยสีฝุ่น บุษบกหรือปราสาททรงมณฑปปิดทองประดับกระจก และมีการเขียนลวดลายประยุกต์แบบตะวันตกและตะวันออก ในจังหวัดมุกดาหารที่วัดพิจิตสังฆาราม เป็นธรรมาสน์เสาเดียวที่สร้างขึ้นตามคติความเชื่อเรื่องไตรภูมิ

ลักษณะเด่นเชิงรูปธรรม ธรรมาสน์มีรูปทรงเป็นซุ้มคล้ายปราสาททรงจตุรมุข หรือทรงปราสาทซ้อนชั้นยอดแหลมมีลวดลายและสัดส่วนสวยงาม ผิวไม้นูนเว้าจากการแกะสลักและประดับกระจก มีสีเกิดจากการระบายสีและลงรักปิดทอง

ลักษณะเด่นเชิงนามธรรม คติความเชื่อในการสร้างธรรมาสน์ที่มาจากพุทธประวัติตอนเสด็จไปเทศนาบนสวรรค์ กล่าวคือ ผู้สร้างธรรมาสน์ได้บุญมาก ส่งผลถึงนิพพาน

tham mas 01

ธรรมาสน์ คือ ที่สำหรับพระภิกษุสามเณรนั่งแสดงธรรม ในการประกอบศาสนกิจพิธีโ ดยเฉพาะการแสดงพระธรรมเทศนาต่อพุทธศาสนิกชน หรือไว้สำหรับพระภิกษุสงฆ์องค์ประธานของพิธีกรรมต่างๆ ภายในสิมของภาคอีสาน หรือเป็นศาสนกิจอย่างที่เรียกว่า การสวดปาติโมกข์ หรือ ปั่นปาติโมกข์ ซึ่งเป็นการทบทวนพระธรรมวินัยศีล 227 ข้อของพระสงฆ์ด้วยกันเอง

คำว่า “ธรรมาสน์” อ่านออกเสียงว่า “ทำ-มาด” หมายถึง ที่นั่งแสดงธรรม, แท่นที่สร้างขึ้นหรือจัดขึ้นสำหรับพระสงฆ์นั่งเทศนาโดยเฉพาะ เนื่องจากมีพระพุทธประสงค์ว่า พระธรรมเป็นที่เคารพสูงสุดของพุทธศาสนิกชน แม้พระพุทธองค์ก็ทรงเคารพพระธรรม ดังนั้น ผู้แสดงธรรมจึงต้องได้รับการเชิดชูเป็นพิเศษ ให้นั่งในที่สูงกว่าผู้ฟัง แม้ในที่ประชุมนั้นจะมีพระมหาเถระ หรือพระราชา ผู้แสดงธรรมก็ได้รับสิทธิพิเศษให้นั่งบนที่สูงกว่า ในครั้งพุทธกาลพระสาวกผู้แสดงธรรมก็นั่งบนที่สูงกว่าพระศาสดา

ความเป็นมาของ “ธรรมาสน์” ในพุทธกาล

หากสืบประวัติความเป็นมาของ "ธรรมาสน์" ในสมัยพุทธกาล ในตำนานพุทธประวัติในอดีตนั้นพบว่า ในอดีตกาลนั้นยังมีอินทะเศรษฐีคนหนึ่งมีจิตเลื่อมใสในพุทธศาสนา จึงได้สละทรัพย์และน้ำพักน้ำแรงก่อสร้างธรรมาสน์ถวายเป็นทานแก่พระพุทธเจ้าวิปัสสี เพื่อนั่งแสดงพระธรรมเทศนา และได้สร้างรูปแพะทองคำอีก 5 ตัว รองเป็นบันไดขึ้นเพื่อเสด็จไปเทศน์ได้โดยสะดวก เมื่อสร้างเสร็จจึงได้ถวาย พร้อมตั้งปณิธานว่า ขอให้สำเร็จด้วยฤทธิ์แพะทองคำที่สร้างนั้นด้วย

เมื่ออินทะเศรษฐีสิ้นอายุขัยจึงได้ไปเกิดบนสวรรค์ ชื่อว่าอินทกเทวบุตร มีวิมานทองสูง 10 โยชน์ ประกอบด้วยแก้ว 7 ประการ มีนางฟ้าเทพอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวาร ต่อมาได้มาบังเกิดในเมืองพาราณสีได้เป็นมหาเศรษฐีมีทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ครั้นสิ้นชีพอายุขัยก็ได้นำตนไปจุติในเทวโลกอันอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

tham mas 04

ต่อมาจนถึงศาสนาของพระพุทธเจ้า จึงได้จุติจากเทวโลกมาบังเกิดเป็นมณฑกเศรษฐี เมื่อเจริญวัยได้ 16 ปี จึงมีข้าวของเงินทองในท้องแพะไหลออกมาเป็นอันมาก และได้เสวยทรัพย์สมบัติเหล่านั้นจากการสร้างธรรมาสน์ถวาย เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณชน และได้รับอานิสงส์มาจนถึงปัจจุบัน

ธรรมาสน์นิยมสร้างให้สูงกว่าที่นั่งของผู้ฟังธรรม มีรูปร่างแตกต่างกันไปตามยุคสมัย และความนิยมของแต่ละท้องถิ่น โดยทั่วไปนั้นธรรมาสน์ทำด้วยไม้ แต่ธรรมาสน์ที่ทำด้วยศิลาก็มี รูปร่างของธรรมาสน์มีทั้งที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า หกเหลี่ยม และทรงกลม แต่ที่พบโดยทั่วไปมีรูปร่างคล้ายเก้าอี้สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ มีพนักไม้กั้น 3 ด้าน เปิดช่องด้านหน้าเป็นทางขึ้นลง ตัวธรรมาสน์มักแกะสลักเป็นลวดลาย ลงรักปิดทอง ประดับกระจก ตกแต่งให้สวยงาม ส่วนธรรมาสน์ที่มียอดอย่างบุษบกและทำด้วยไม้พบมากในวัดต่าง ๆ ทางภาคกลางและภาคใต้

ธรรมาสน์ไม้ที่ วัดพระเหลาเทพนิมิต อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ มีลักษณะคล้ายตั่งเตี้ย ๆ มีพนักด้านหลังทำเป็นรูปซุ้มสลักลายวิจิตรบรรจงเป็นลายพรรณพฤกษา ที่ของทั้งสี่ด้านเขียนลายรดน้ำภาพนักรบ และกินรีร่ายรำ

นอกจากนั้นก็ยังมี ธรรมาสน์บุษบก หรือบุษบกธรรมาสน์ ก่อด้วยอิฐถือปูน ประดับด้วยปูนปั้นซึ่งนิยมสร้างกันทางภาคเหนือและภาคอีสาน เช่น ธรรมาสน์ที่วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นตัวอย่างธรรมาสน์พื้นบ้านที่มีลักษณะน่าสนใจ

tham mas 02

ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก เป็นธรรมาสน์แห่งเดียวในประเทศไทย ที่มีรูปแบบแตกต่างจากธรรมาสน์โดยทั่วไป กล่าวคือ มีลักษณะเป็นรูปสิงห์ ยืนเทินปราสาท (ตัวธรรมาสน์) สร้างด้วยอิฐถือปูน ยอดปราสาทเป็นเครื่องไม้ทำเป็นชั้นซ้อนลดหลั่น ประดับตกแต่งลายปูนปั้น และลายเขียนสีแบบศิลปะญวนทั้งหลัง ตัวธรรมาสน์ ตั้งอยู่ในหอแจก (ศาลาการเปรียญ) ทรงไทยที่มีจิตรกรรมฝ้าเพดาน ศิลปะสกุลช่างเดียวกัน

ธรรมาสน์แห่งนี้ สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในปี 2468-2470 โดยช่างฝีมือไทยชีทวนกับช่างญวน ตามคติความเชื่อเรื่อง สิงหาสน์บัลลังก์ ลักษณะตัวสิงห์ ปราสาท หลังคาทรงมณฑป เป็นฝีมือผสมผสานของช่างญวนที่รับอิทธิพลฝรั่งเศส และที่เพดานหอแจก (ศาลาการเปรียญ) เหนือธรรมาสน์ มีฮูปแต้ม (ภาพเขียนสี) ที่งดงามฝีมือช่างญวน ถือเป็นประติมากรรมที่มีคุณค่ายิ่งทางด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

tham mas 03

ธรรมาสน์ที่พบในชุมชนอีสานนั้น เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นสถานที่นั่งแสดงพระธรรมเทศนาของพระสงฆ์ในงานประเพณีบุญมหาชาติ มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือ ส่วนฐาน เรือนธรรมาสน์ และส่วนหลังคา ฐานของธรรมาสน์จะเป็นเสาจำนวน 4 - 8 ต้น ตามความเหมาะสม บางแห่งจะมีเสาต้นเดียวเรียกว่า "ธรรมาสน์เสาเดียว" ตัวเรือนธรรมาสน์จะมีขนาดเหมาะสมกับการนั่งของพระภิกษุ จำนวน 1 รูป

โครงสร้างของธรรมาสน์จะมีการตกแต่งด้วยประติมากรรมแกะสลักไม้ หรือฉลุไม้ โดยมีเนื้อหาที่เป็นประเด็นหลักในการประดับตกแต่ง จะสะท้อนถึงความเชื่อทางพุทธศาสนาในเรื่อง มหาเวสสันดรชาดก ส่วนเนื้อหารองจะเป็นรูปวิถีชีวิต นิทานพื้นบ้าน และภาพสลักรูปบุคคล เช่น รูปเทวดา ยักษ์ ลิง รูปสัตว์ต่างๆ เช่น นาค เต่า สิงห์ และลวดลายที่สะท้อนเนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่เชื่อมโยงกับพิธีกรรมในฮีตคองของชาวอีสาน ตามความนิยมในแต่ละท้องถิ่น การสร้าง “ธรรมาสน์เสาเดียว” ชองชาวอีสานในอดีตมีความเกี่ยวเนื่องกับ “หลักบ้าน” หรือ “ขื่อบ้าน” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณกลางหมู่บ้าน ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวแทนหรือเป็นสัญลักษณ์ยึดเหนี่ยวจิตใจ ตามคติความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านจิตใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคม

นอกจากจะมีการการสร้าง “หลักบ้าน” ภายในหมู่บ้านแล้ว ยังมีการสร้างวัดประจำหมู่บ้านเพื่อเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาเช่นเดียวกัน จึงนับได้ว่าทั้ง “หลักบ้าน” และ "วัด" จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอีสานมาช้านาน

tham mas 05

ในเวลาต่อมา “หลักบ้าน” หรือ “ขื่อบ้าน” ถูกย้ายมาตั้งเป็น “เสาธรรมาสน์” ภายในศาลาการเปรียญ ซึ่งชาวอีสานเรีกว่า “หอแจก” หรือ “โรงธรรม” เป็นอาคารอเนกประสงค์สำหรับใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ ประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางพุทธศาสนา และพิธีกรรมในสังคมของชุมชน อีกทั้งยังมีการออกแบบ “ธรรมาสน์” โดยใช้วัตถุที่คงทน และมีคุณค่าทางศิลปะแห่งยุคสมัยอย่างแท้จริงสืบมาจนถึงปัจจุบัน

tham mas 08

ธรรมาสน์เสาเดียว วัดบ้านโนนสัง​ข์ อำเภอกันทรารมย์​ จังหวัด​ศรีสะเกษ

ธรรมาสน์เสาเดียว วัดพิจิตรสังฆาราม

ธรรมาสน์ที่วัดพิจิตรสังฆาราม บ้านโนนยางนั้น มีลักษณะแตกต่างจากธรรมาสน์โดยทั่วไปในท้องถิ่นคือ มีลักษณะการก่อสร้างเป็น “ธรรมาสน์เสาเดียว” ฝังไว้กับพื้นดินภายในหอแจกของวัด ซึ่งจากข้อเขียนของ อ.สมชาย นิลอาธิ ในหนังสือเมืองมุกแม่น้ำโขง กล่าวถึงประวัติความเป็นมาว่าได้มีการก่อสร้างในปี 2484 2485 มีจารคูสีสุก น้อยทรง ช่างพื้นบ้านเป็นผู้ก่อสร้าง โดยนำไม้เนื้อแข็งทั้งต้นทำเป็นเสา มีการแกะสลักแบบประติมากรรมนูนต่ำ ลายกนกลงรักอย่างสวยงามบริเวณเสาธรรมาสน์ แขนนาง ผนังภายใน และหลังคาเก๋ง ทั้งนี้มีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน คือ

tham mas 07

  • ส่วนที่ 1 เป็นฐานจากไม้เนื้อแข็ง โดยมีคันทวยแกะสลักเป็นรูปพญานาค 4 ตัว ติดไว้ทั้ง 4 ทิศ ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการรับน้ำหนักของตัวธรรมาสน์
  • ส่วนที่ 2 เป็นชั้นธรรมาสน์ จะมีลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบด้วยประตู 1 บาน หน้าต่าง 3 บาน
  • ส่วนที่ 3 เป็นส่วนของหลังคาธรรมาสน์ สร้างเป็นลักษณะเก๋ง 5 ชั้น มีขนาดลดหลั่นกันขึ้นไปจนถึงยอดสูงสุด

ปัจจุบัน “หอแจก” หรือ “โรงธรรม” ซึ่งเป็นประดิษฐานของ “ธรรมาสน์เสาเดียว” ที่วัดพิจิตรสังฆาราม บ้านโนนยาง ยังคงมีการปฏิบัติธรรมของชาวบ้านทั้งในวันธรรมดาและในวันธรรมสวนะตามกิจวัตรของชาวพุทธโดยทั่วไป

 tham mas 06

redline

backled1

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)