foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
คงคลายความกังวลไปได้ในระดับหนึ่ง จากการระบาดของโควิด-19 จนทางรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ในการป้องกันโรคไปเป็นระยะที่ 5 แล้ว ที่สามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจได้ผ่อนคลายมากขึ้น สามารถเดินทางข้ามจังหวัดไปเยี่ยมยามถามข่าวญาติมิตรได้ทั่วไทย รวมทั้งการเดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองไทยเฮา เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัว การงานมีเพิ่มขึ้น แม้จะไม่เท่าเดิมแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขอให้พ่อ-แม่พี่น้องสุขซำบายดีเด้อครับ

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

: Number of Page View ::

08885355
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
6996
10012
6996
7750895
93066
280300
8885355

Your IP: 34.238.248.103
2020-08-10 18:46
paya supasit

ju juความตายนี้แขวนคอทุกบาดย่าง ไผก็แขวนอ้อนต้อน เสมอด้ามดังเดียว

        ## ความตาย ติดตามเหมือนเงาตามตัว ไม่มีผู้ใดหลุดพ้นได้ดอกพ่อเอย @โควิด-19 ##

dance header

bulletการฟ้อนพื้นบ้านแบบต่างๆ

ศิลปการฟ้อนรำของชาวอีสาน มีหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละถิ่น ตามอิทธิพลของกลุ่มชนพื้นเมืองในละแวกนั้นๆ เช่น ทางอีสานใต้ก็จะมีอิทธิพลของเขมรปะปนอยู่มาก ทางด้านเหนือก็มีอิทธิพลจากทางล้านช้าง ทางสกลนคร นครพนม มุกดาหารก็มีชนเผ่าพื้นเมืองในถิ่นนั้นเช่น ย้อ โซ้ ภูไท อย่างไรก็ตามเราก็พอจะจำแนกการฟ้อนออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้

fon silapa cheep

3diamondรำบ้านประโดก 

บ้านประโดก ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงมากในเรื่องทำขนมจีน ซึ่งมีเส้นเหนียวและน้ำยาหอมรสกลมกล่อม และน้ำยาบ้านประโดกก็แตกต่างจากที่อื่นคือ แทนที่จะนำเครื่องแกงสดมาโขลกทันที แต่กลับนำเอาไปต้มให้สุกก่อนจึงจะนำมาโขลกให้ละเอียด ส่วนทางภาคกลางนิยมต้มเครื่องแกงและปลากับน้ำปลาร้าก่อน แต่น้ำยาบ้านประโดกไม่ใส่ปลาร้าจึงต้มเครื่องแกงและปลากับหางกะทิ

การทำเส้นขนมจีนบ้านประโดก มีเครื่องปรุงเส้นขนมจีนคือ ข้าวเจ้า (ใช้ปลายข้าวละเอียด) ประมาณ 10 กิโลกรัม มีวิธีการทำดังนี้

  1. นำปลายข้าวแช่น้ำประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. สงปลายข้าวขึ้นจากน้ำที่แช่ไว้ ใส่ตะกร้าไม้ไผ่ที่สานค่อนข้างถี่
  3. หมักไว้ 3 คืน
  4. เมื่อหมักได้ตามกำหนดแล้ว นำมายีด้วยฝ่ามือพร้อมกับน้ำเพื่อให้ละลายเป็นน้ำแป้ง
  5. นำน้ำแป้งมากรอง เพื่อจะได้น้ำแป้งที่ละเอียดและสะอาดขึ้น
  6. นำน้ำแป้งที่กรองดีแล้วใส่ถุงผ้า แล้วใช้ของหนักทับเพื่อให้น้ำที่ผสมกับแป้งออกเหลือแต่เนื้อแป้ง
  7. เอาเนื้อแป้งมายีให้เป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นก้อนกลมโตพอสมควร (ระยะนี้เรียกว่า ลูกแป้ง)
  8. นำลูกแป้งนั้นลงต้มในน้ำร้อนให้สุกสักครู่หนึ่ง
  9. นำแป้งที่ต้มสุกแล้วมาใส่ครกขนาดใหญ่ (ส่วนใหญ่จะเป็นครกไม้ใช้ตำข้าวตามชนบท เรียกว่า ครกมอง)
  10. โขลกแป้งที่ต้มแล้วจนเหนียวดี แล้วใส่แป้งที่โขลกลงในเครื่องมือที่ใช้บีบโรยเส้นขนมจีน
  11. ต้มน้ำร้อนในหม้อขนาดใหญ่พอสมควร พอน้ำร้อนจัด (แต่ยังไม่ถึงกับเดือดพล่าน เพราะจะทำให้เส้นขนมจีนขาด) ก็โรยเส้นขนมจีนลงในน้ำที่ต้มนั้น
  12. พอเส้นขนมจีนสุก ก็ตักเส้นขนมจีนนั้นแช่ในน้ำเย็นที่เตรียมไว้ หยิบเส้นขนมจีนทำให้เป็นตับ จัดวางเรียงในกระจาด

การรำบ้านประโดก จึงได้แนวคิดมาจากการประกอบอาชีพที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของชาวบ้าน ทางภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูนครราชสีมา จึงได้นำลีลาการประกอบอาชีพโดยประดิษฐ์ท่าฟ้อนแสดงขั้นตอนการทำขนมจีนตั้งแต่ การแช่แป้ง โขลกนวดแป้ง โรยขนมจีน แล้วนำไปขายที่ตลาด

เครื่องแต่งกาย ฝ่ายหญิงสวม เสื้อแขนกระบอก ห่มสไบนุ่งซิ่นมัดหมี่ ฝ่ายชายสวม เสื้อคอกลมแขนสั้นนุ่งกางเกงขาก๊วย ใช้ผ้าขาวม้ามัดเอว

เครื่องดนตรี ดนตรีที่ใช้ประกอบการฟ้อนจะใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสาน

รำขนมจีนประโดก

ขั้นตอนการทำขนมจีนประโดก

3diamondเซิ้งปลาจ่อม

ปลาจ่อม เป็นอาหารชนิดหนึ่งของชาวอีสานซึ่งชาวอีสานส่วนใหญ่เรียกว่า "ส้มปลาน้อย" ปลาจ่อมเป็นอาหารซึ่งประกอบด้วย ปลาตัวเล็ก หมักด้วยเกลือและข้าวคั่ว ใช้เป็นเครื่องจิ้ม ซึ่งอำเภอประโคนชัยได้ชื่อว่า "เมืองข้าวมะลิหอม ปลาจ่อมประโคนชัย" การทำปลาจ่อมส่วนใหญ่นิยมใช้ปลาซิวแก้ว ปลาอีด ลูกปลาช่อน ลูกปลาหมอ เกลือและข้าวคั่ว นิยมใช้ข้าวคั่วป่นที่ทำจากข้าวสารเจ้า

วิธีการทำปลาจ่อม จะนำปลาที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้ากับเกลือให้หมดคาว คนให้เข้ากันหมักทิ้งไว้หนึ่งคืน แล้วนำข้าวคั่วป่นมาเคล้าให้เข้ากับปลาที่หมักไว้ โดยใช้ไม้พายคนให้ทั่วๆ นำไปบรรจุขวดโหล ปิดปากขวดให้มิดชิดด้วยถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ใช้เชือกฟางรัดปากขวดให้แน่นทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน ก็สามารถนำมารับประทานได้

ปลาจ่อมหรือส้มปลาน้อย เป็นอาหารพื้นบ้านอีสานที่รู้จักกันดี ทางศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์จึงได้จัดทำเป็นชุดฟ้อนขึ้น

เครื่องแต่งกาย ฝ่ายหญิงนุ่งซิ่นใช้ผ้าแถบรัดอก สวมหมวก ฝ่ายชายนุ่งกางเกงขาก๊วย สวมเสื้อม่อฮ่อมใช้ผ้าขาวม้าคาดพุง

เครื่องดนตรี ที่ใช้ประกอบการฟ้อนจะใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสานใต้

อุปกรณ์การแสดง อวน (ดาง) ไซ กระชัง ไห

ลำดับขั้นตอนการแสดง เซิ้งปลาจ่อม เริ่มโดยชายและหยิงนำอวน และไซดักปลา ซึ่งจะได้ปลาที่มีขนาดเล็ก หลังจากนั้นฝ่ายหญิงก็จะนำปลาที่ได้มาทำปลาจ่อม ฝ่ายชายจะเอาไหมาใส่ปลาจ่อมเพื่อหมักไว้จนกว่าจะได้ที่

 

3diamondเซิ้งแหย่ไข่มดแดง

อาหารอีสานส่วนใหญ่จะได้มาจากธรรมชาติ ทั้งที่เป็นสัตว์เล็ก สัตว์น้อย และพืชพันธุ์ต่างๆ นับได้ว่าชาวอีสานเป็นนักกินผู้หนึ่งทีเดียว ไข่มดแดงนับเป็นอาหารประจำถิ่นอีสาน จนสามารถนำมาขายจนกลายเป็นอาชีพได้ ทางภาควิชานาฏศิลป์ วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ เห็นว่าควรจะอนุรักษ์อาชีพแหย่ไข่มดแดงนี้ในรูปของการแสดง จึงได้ทำการศึกษาถึงขั้นตอนการนำไข่มดแดงลงมาของชาวบ้าน โดย อาจารย์ประชัน คะเนวัน และ อาจารย์ดรรชนี อุบลเลิศ เป็นผู้เขียนรายละเอียดของขั้นตอนการแหย่ไข่มดแดงโดยละเอียด การแสดงเซิ้งแหย่ไข่มดแดงเป็นการอนุรักษ์อาชีพของชาวอีสานอย่างหนึ่ง

เครื่องแต่งกาย ฝ่ายชายนุ่งกางเกงขาก๊วย เสื้อคอกลมแขนสั้น มีผ้าขาวม้าคาดเอว และใช้ผ้าขาวม้าโพกศีรษะ ฝ่ายหญิงสวมเสื้อแขนกระบอก 3 ส่วนคอกลม ห่มสไบ นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่สั้นแค่เข่า

เครื่องดนตรี ดนตรีที่ใช้ประกอบการฟ้อนจะใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสานลายเซิ้ง

อุปกรณ์สำหรับการแสดง ครุใส่น้ำ ตะกร้าผูกปลายไม้ยาว ผ้าสำหรับกวนมดแดง การจัดการแสดงลำดับขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • เดินทางออกจากบ้าน หญิงถือครุใส่น้ำ ชายถือไม้ยาวสำหรับแหย่รังมดแดง และเหน็บผ้าสำหรับกวนมดแดง
  • มองหารังมดแดง
  • แหย่มดแดงได้เทลงในครุใส่น้ำ
  • นำผ้ากวนมดแดง เพื่อแยกตัวมดออกจากไข่มดแดง
  • เทน้ำออกจากครุ
  • เก็บอุปกรณ์เดินทางกลับบ้าน

ฟ้อนแหย่ไข่มดแดง

3diamondเรือมศรีผไทสมันต์

ชาวอีสานรู้จักการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไม่ว่าจะเป็นอีสานเหนือ หรืออีสานใต้ ถึงแม้อีสานใต้จะไม่มีผ้าไหมที่โดดเด่นในทางลวดลายเช่นอีสานเหนือ แต่ผ้าไหมของอีสานใต้ก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งพอมองเห็นก็ทราบได้ทันทีว่าเป็นผ้าไหมจากอีสานใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเรือมศรีผไทสมันต์นี้เป็นชุดฟ้อนที่ประดิษฐ์ท่าฟ้อนมาจากอาชีพการเลี้ยงไหม ทอผ้าของชาวอีสานใต้ ตั้งแต่เริ่มปลูกต้นหม่อน การเลี้ยงไหม จนทอผ้าเป็นผืน ซึ่งคณาจารย์โรงเรียนสิรินธร และโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่าฟ้อนขึ้น นับเป็นชุดฟ้อนศิลปาชีพอีกชุดหนึ่งที่มีความสวยงามแปลกตา ทั้งในด้านชุดการแสดงและจังหวะดนตรี

เครื่องแต่งกาย ผู้แสดงใช้หญิงล้วนสวม เสื้อคอกลมแขนกระบอกสีออกชมพู นุ่งผ้าซิ่นมัดหมี่พื้นเมืองของสุรินทร์ ใช้ผ้าเบี่ยงโพกศีรษะ และพาดไหล่ด้วยผ้าขาวม้าพื้นเมืองสุรินทร์

เครื่องดนตรี ที่ใช้ประกอบการฟ้อนจะใช้ดนตรีพื้นเมืองอีสานใต้ วงกันตรึมหลายเพลงประกอบท่าฟ้อน

เรือมศรีผไทสมันต์

 

blueline

next green คลิกไปอ่าน  การฟ้อนเพื่อความสนุกสนานรื่นเริง

 

redline

backled1

 

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1