isan thai words

ภาษาพูดของผู้คนในภาคอีสานนั้นมีหลายสำเนียงที่แตกต่างกันไป ไม่มี "ภาษาอีสาน" นะครับ มีแต่เป็นภาษาพูดดั้งเดิมของชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้ซึ่งมีหลายกลุ่มชาติพันธุ์ [ เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ชาติพันธุ์ชนเผ่าไทยในอีสาน ] ดังนั้น เมื่อท่านเดินทางไปท่องเที่ยวอีสาน ท่านจะได้ฟังสำเนียงเสียงพูดที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละจังหวัด คำที่เสนอในที่นี่รวบรวมมาจากที่กระผมอาวทิดหมู มักหม่วน ได้ตอบไว้ใน Facebook Fanpage มาแล้วแต่ค้นหาย้อนหลังยาก ท่านเว็บมาดเซ่อเลยขอร้องแกมบังคับให้นำมารวบรวมไว้ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง แฟนนานุแฟนที่ต้องการทราบความหมายของคำ หรือประโยคใดก็สอบถามเพิ่มเติมมาได้นะขอรับ ยินดีนำมาตอบให้ทราบทั้งในเว็บไซต์และเฟซบุ๊คต่อไป

หน้าที่ : 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13

redline

คำที่น่าสนใจนำมาเสนอในวันนี้คือ...

อ่ำถ่ำ-คันยู-ฮ่ม-คันจ้อง-ป้อย-ปุน-โอย-กะโพก-หมื่น-มื่น-มืน

อ่ำถ่ำ

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "อ่ำถ่ำ"

มีคำถามมาจากจากสาวน้อยทางนครปฐมบอกมาว่า มีหนุ่มอีสานเข้ามาจีบเอ่ยเป็นกลอนเสียงดังว่า "ฮักน้องหลาย ฮักน้องสาวแก้มอ่ำถ่ำ อยากเมือบ้านนำเด้หล้า" อ้ายแอดมินบอกน้องแหน่ว่า "แก้มอ่ำถ่ำ" นี่มันเป็นจั่งใด๋น้ออ้าย

อ่ำถ่ำ ว. สีคล้ำ เรียก สีอ่ำถ่ำ อย่างว่า แก้มอ่ำถ่ำแก้มเจ้าอ่ำถ่ำ หักดอกไม้ยามค่ำเอาไปบูชาธรรม คุณครูบาอาจารย์ให้มาฮับเอาพรข้าน้อยไว้ (กลอน) อ่ำถ่ำเนื้อเกลี้ยงกล่อมกันหลับ สีใสสันตื่นยามยังผ้า เหมือยฮวายไม้ลมบนเบยเมฆ สูรย์ส่องขึ้นเฮืองฟ้าเฮื่อแสง (ฮุ่ง). dusky, dark-colored.

am tam

อาวทิดหมูพิจารณาแล้วเห็นว่า น้องสาวหล้าผู้นี้คือสิมีความงาม แต่งตัวปัดแก้มออกสีคล้ำนิดๆ พองาม บ่แม่นขาววอกแบบใช้ครีมปรอทนั่นแหล่วนางเอย จนผู้บ่าวอดชื่นชมบ่ได้จั่งได้กล่าววาจาออกมาเช่นนี้

คันยู

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "คันยู"

"ฝนตกรินจั่งซี้ สิเดินทางไปไสมาไสกะอย่าลืมเอาคันยูไปนำเด้อ" เสียงย่าบอกหลานก่อนจะไปโรงเรียน ตายๆๆ เว้าแบบนี้หลานกะงงตี้ล่ะ แม่นหยังคือ "คันยู" อ้ายแอดมินบอกแหน่...

คันยู น. ร่มกระดาษ ชื่อร่มกระดาษชนิดหนึ่ง ใช้กั้นแดดและฝน เรียก คันยู คันฮ่ม ฮ่มกระดาษ ก็ว่า. paper-covered parasol or umbrella.

ฮ่ม น. ร่ม ร่มที่ทำด้วยผ้า เรียก ฮ่ม ทำด้วยกระดาษเรียก ฮ่มกระดาษ คันยู อย่างว่า คันเจ้าได้ขี่ม้าอย่ากั้งฮ่มแพรแถม ย้านเจ้าเพพังตกถืกตอตำต้อง (กลอน) ร่มภูเขา เรียก ฮ่มผา เงาของต้นไม้ เรียก ฮ่มไม้. shade, place out of direct sun, umbrella, parasol.

kan yu

ยังมีคำหนึ่งที่ความหมายเดียวกันคือ

คันจ้อง น. ชื่อร่มกั้นแดดชนิดหนึ่งทำด้วยผ้า เรียก ฮ่มจ้อง อย่างว่า เชื้อชาติจ้องคันก่องกะยังหุบ บาดห่าชาตาหลุบหลูบลงคือจ้อง บาดห่าชะตาขึ้นขวางคือขอนก้เลยล่อง คาดชิล้มหยุมหญ้าบ่ฟัง (กลอน). cloth-covered parasol or umbrella.

คือสิเข้าใจแจ้งจ่างป่างล่ะน้อบาดนี้ ถือติดไม้ติดมือไปอย่าสิลืมเด้อ เปียกฝนกลับบ้านมา ย่าสิป้อยเอาเด้อ!

ป้อย

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "ป้อย"

จากเรื่องของ "คันยู, ฮ่ม" และ "คันจ้อง" ที่ย่าบอกหลานให้ถือติดตัวไปยามมีฝนตก ถ้าลืมเอาไปเมื่อกลับบ้านมาตัวเปียกก็จะโดนย่า "ป้อย" อีกดอก

ป้อย ว. แช่ง ด่า อย่างว่า มันก็ปองมิ่งแก้วโลมลูบจอมขวัญ เมื่อนั้นนางคราญขมเคียดเค็มปุนป้อย ดูราชายโทนเถ้ายักโขผีเผด มึงหากกดวาทเว้ามีได้เวทนา ท่านเอย (สังข์). to curse, swear.

ปุน ก. ด่า แช่ง อย่างว่า มันก็ปองมิ่งแก้วโลมลูบจอมขวัญ เมื่อนั้นนางคราญขมเคียดเค็มปุนป้อย (สังข์). to curse, swear.

poon poy

คำว่า "ป้อย" นั้นเป็นคำค่อนข้างเก่าโบราณอาจจะไม่ค่อยไดยินว่ามีใช้กันในปัจจุบันนัก และมักจะใช้ร่วมกันทั้งสองคำเป็น "ปุนป้อย" ซึ่งมีความหมายหนักเข้าไปมากกว่าใช้ "ป้อย" คำเดียว เพราะนั่นหมายความว่า ผู้พูดมีความโกรธมาก ในขั้นที่เรียกว่า สูญแฮง ภาษาปัจจุบันคงจะใช้คำว่า "โกรธจนควันออกหู" มาใช้บรรยายจึงจะเห็นภาพได้ชัดเจน

โอย

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "โอย"

โอย น. เสียงที่เปล่งแสดงความรู้สึกเจ็บปวด หรือรู้สึกแปลกประหลาดอัศจรรย์ว่า โอย โอ๊ย ก็ว่า. ouch!, wow!, exclamation of pain or amazement.

โอย ก. น้อมรับ เมื่อผู้ใหญ่สั่งให้ทำก็ยินดีรับทำตามที่สั่ง อย่างว่า บัดนี้เมืองค่ำค้อยเป็นป่าแปนขุน แล้วท่าน ลุงค่อยชมชิงแปลงแต่งมุงเมืองบ้าน เมื่อนั้นวัณนุราก้มโอยพรพร้อมไพร่ ข้าเถ้าหลับบ่ฮู้นอนคู้บ่ฝัน แท้นา (สังข์). to bend or bow and submit to a command.

โอย ก. ให้ทาน เรียก โอยทาน อย่างว่า ผ่อดูซว่าซว่าพร้อมพันส่ำแสนสัตว์ สกุณานกฮอกหอนแหนอ้ม บาหากโอยทานแท้ยายปันเป็นคู่ สัตว์สิ่งเค้าคณาพร้อมเพิ่งบุญ (สังข์) ของฝากล้วนขันอาจดูตระการ ยอมวลไปกล่าวนายในห้อง มันก็ชมคุณเจ้าโอยทานทูลขม่อม ฮู้ว่ามีเครื่องย้องเมือฟ้าสู่สาว แลซาม (ฮุ่ง). to give (alms).

อาวทิดหมูก็ฮู้จักความหมายเดียวคือ โอย = เจ็บปวด บ่นึกว่าสิมีความหมายอื่นอีก ต้องยอมรับว่าเกิดช้ากว่าคำเก่าๆ เหล่านี้มากมายทีเดียวเลย

Oay

กะโพก

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "กะโพก"

แม่ใหญ่เฒ่าบอกว่า "มื้อวันก่อนได้ยินเสียงตีฆ้อง ตีกลอง ตีเกราะเคาะไม้ เคาะกาละมัง ฝาหม้อ ทั้งเสียงปืน เสียงกะโพก ดังสนั่นหวั่นไหว นอนกะบ่หลับ หนวกหูหลาย" อ้ายแอดมินบอกแหน่ว่า "กะโพก" คืออีหยังน้อน้องบ่ฮู้จัก

กะโพก น. ประทัด สิ่งที่จุดหรือเผาไฟแล้วมีเสียงดัง เรียก กะโพก มีหลายชนิด ชนิดที่ห่อดินปืนด้วยกระดาษเรียก กะโพกเจี้ย ชนิดห่อดินปืนด้วยใบลานเรียก กะโพกใบลาน ชนิดที่ใช้ดินปืนในกระบอกไม้ไผ่แล้วเผาไฟ เรียก กะโพกน้ำ. firecracker.

kapoke

กะโพก ก็คือ ประทัด นั่นเอง ระวังฟืนไฟเด้อ ถ้ายิงปืนขึ้นฟ้านั่นผิดกฏหมายทั้งปรับทั้งจำ ลูกปืนอาจจะหล่นลงมาถืกคนตายได้ เป็นคดีอาญา

มื่น

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอตำว่า "มื่น"

อาวทิดหมูผู้น่ารักช่วยบอกน้องหน่อยนะคะ ไปเที่ยวอีสานมาเมื่อช่วงวันหยุดยาว มีป้ายติดบอกในที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งสร้างด้วยไม่ไผ่สวยงามเชียว แต่หนูก็ไม่เข้าใจตามภาพข้างล่างนี่เลยค๊า บอกหน่อยนะคะ รักนะจุ๊บๆ

10000 1

หมื่น ว. จำนวนนับเท่ากับ 10 พัน. ten thousand.

หมื่น น. ชื่อตำแหน่งในราชการ เหนือพันขึ้นไป เช่น หมื่นโสมสงัดพาล หมื่นประหารวรเดช หมื่นวิเศษนรสีห์ เป็นต้น. title for high-ranking official (archaic).

หมื่น น. ชื่อมาตราชั่งตวง 10 ชั่งหรือ 12 กิโลกรัมเป็น หนึ่งหมื่น. unit of weight equal to 12 kg.

แต่มีคำภาษาอีสานอีกคำคือ "มื่น" ที่เวลาออกเสียงจะคล้ายคลึงกับ หมื่น หรือ 10,000 ซึ่งมีความหมายแปลว่า ลื่น ไถล ดังนี้

มื่่น ก. ลื่น ไถล ลื่นโคลน เรียก มื่นตม อย่างว่า ช่างมาติแถลงล่มตมบ่มีกะติมื่น ติคาดล้มเดือนห้าก่อนฝน (ผญา) ช่างมาติแถลงหล้มตมบ่มีกะติลื่น ตั๋วให้กลืนกินก้างคาค้างอยู่ลักลาน ยามจาต้านนำกันว่าแต่มัก มักอยู่นี้หนีแล้วเล่าลืม (ผญา). to be slippery.

ความหมายจากป้ายในภาพบน "ระวัง!!! 10,000 หัวสัก" ก็คือ ระวังลื่นหัวทิ่ม นั่นเอง เช่นเดียวกับการเขียนที่พื้นลานซีเมนต์ที่มีราหรือตะไคร้น้ำจับเขียวๆ ดังในภาพล่าง ก็มีคำอธิบายให้เป็นภาพก็แล้วกันนะน้องสาว (อย่ามาตั๋วอ้ายหลายว่า รักๆ บ่จริงใจเลยน้อง)

10000 2

มึน, มืน

ภาษาอีสานวันละคำ มื้อนี้ขอเสนอคำว่า "มึน, มืน"

จากคำว่า "มื่น" หรือลื่นล้มข้างบนนั้น ยังมีคำที่ออกเสียงคล้ายคลึงกันอีกหลายคำ ที่มีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นำมาเสนอเพื่อให้แฟนนานุแฟนได้ทราบกันครับ คือ มึน (สระ อึ) และ มืน (สระอือ)

มึน น. โรคเหน็บชา ชื่อโรคชนิดหนึ่ง มีอาการชาตามผิวหนัง เรียก โรคมึน มึนเซีย ก็ว่า. beriberi, vitamin B deficiency disease causing numbness.

มึน ว. ดื้อดึง ไม่อาย คนที่ดื้อดึงไม่ฟังคำสั่งสอนเรียก คนมึน อย่างว่า อันว่าพราหมโณเถ้าชุยชะโกผีเผด ปากก็กล้าทังหน้าเล่ามึน (เวส-กลอน). obstinate, unabashed.

การใช้คำนี้ในการพูดจาเช่น ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ไปวัดนั่งฟังเทศน์ฟังธรรมจากพระสงฆ์นานๆ ก็จะบอกว่า "มื้อนี้ฟังญาท่านเทศน์ดน จนขา 'มึน' ลุกเกือบบ่ได้" หรือเมื่อมีเด็กในบ้านที่ดื้อด้าน พูดไม่ฟังคำสั่งสอนก็จะบอกว่า "โอย ลูกหลานพวกนี้จั่งแหม่นมัน 'มึน' หลาย บอกอีหยังกะบ่เคยฟัง จักมันได้ไผมา"

มืน ว. ลืม เปิด แย้ม ลืมตาเรียก มืนตา อย่างว่า ใผอยากเห็นใจอ้ายให้มืนตาใส่น้ำแจ่ว คันมันแสบแจ้วแจ้วใจอ้ายก็ดั่งเดียว นั้นแล้ว (ผญา) มืนตาหลิงล่ำนางจวนค้าง (กาไก) ก็ท่อมืนตาเห็นป่าไพรดงด้าว (สังข์). to open (eyes).

muen ta

การใช้คำว่า มืน ในการพูดจาก็เช่น "จั่งแหม่นมึงหย่างบ่มืนตาน้อ ตำซะตำซายไปทั่วทีป จนหัวร้างข้างแตก" หมายถึง "เอ็งมันเดินไม่ลืมตาหรือ ถึงได้ชนไปทั่วจนหัวแตก"

 

หน้าที่ : 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13

redline

backled1