foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
กรมอุตุเพิ่นประกาศว่า "เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว" ทางใด๋ได้สัมผัสความหนาว ไอหมอกยามเช้า ได้อวดเสื้อกันหนาวสีสวยๆ กันก็ยินดีด้วยครับ ส่วนทางบ้านอาวทิดหมูนั่น นำ้หัวกะลดลง ถิ่มไว้แต่ขยะพลาสติกไว้ให้แยงเต็มท่ง ลมบ่ทันอ่วยมาเลยครับ หลูโตนเสื้อกันหนาวอยู่บ่ฮู้ว่ามื้อใด๋สิได้ออกมาโชว์นำหมู่ ส่วนเรื่องข้าวในนาบ่ต้องเว้าเถิง "เน่าตายเรียบ" ขอรับ ย้านได้ไปหาลำขอเข้าเพิ่นกินอยู่ปีนี้ ไผมีพอกินกะแบ่งมาทางนี้แหน่เด้อจักสอบ สองสอบ ปลูกบ่ทันดอก น้ำไหลลงโขงเบิดแล้ว...

Our Sponsor

adv200x300 2

Facebook Likebox

Administrator

mail webmaster

My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

Number of Page View

05789949
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
4586
10856
23843
4640356
236065
244008
5789949

Your IP: 3.85.214.0
2019-10-23 06:04
paya header

ju ju  เกลี้ยงแต่นอกทางในเป็นหมากเดื่อ หวานนอกเนื้อในส้มดั่งหมากนาว

        ## เทียบกับสุภาษิตภาคกลางก็คือ สวยแต่รูป จูบไม่หอม   ##

kratib kao

kongkaoyai 01ภูมิปัญญา หมายถึง แบบแผนการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า แสดงถึงความเฉลียวฉลาดของบุคคล และสังคม ซึ่งได้สั่งสมและปฏิบัติสืบต่อกันมา ภูมิปัญญาจะเป็นทรัพยากรบุคคล หรือทรัพยากรความรู้ก็ได้ วันนี้จะเสนอภูมิปัญญาของฅนอีสานที่ล้ำยุคไปไกลทีเดียว เป็นเรื่องของ "กระติบข้าวและก่องข้าว"

ก่องข้าว และ กระติบข้าว เป็นภาชนะบรรจุข้าวเหนียวของชาวอีสาน ความแตกต่างของภาชนะทั้งสองอยู่ที่รูปทรง โดยก่องข้าวจะมีลักษณะคล้ายกระบุง มีฝาปิด และมีขาทำด้วยไม้เนื้อแข็งเป็นฐานแยกสี่แฉก ดังภาพด้านซ้ายมือ มีความแข็งแรงทนทานมากกว่า การสานด้วยไม้ไผ่มีความแน่นหนา เก็บขอบด้วยหวายโดยรอบ

ส่วนกระติบข้าวนั้นพบเห็นได้ทั่วไป เป็นภาชนะสานทรงกลมมีฝาปิด ฐานของกระติบจะทำจากก้านตาล ขดเป็นวงกลม มีมากมายหลายขนาด การสานทำได้ง่ายกว่าก่องข้าว เพราะใช้ตอกไม่ไผ่ที่มีความบางอ่อนตัวกว่า (ก่องข้าวใช้ตอกที่ทำจากติวไม้ไผ่ (ส่วนผิว) ซึ่งมีความแข็งจึงสานยากกว่า) ทำให้กระติบข้าวมีความแข็งแรงน้อยกว่าก่องข้าว

ก่องข้าวและกระติบข้าว เป็นภาชนะในการเก็บอาหารที่ทรงคุณค่า มากด้วยภูมิปัญญา เก็บความร้อนได้ดี ในขณะที่ยอมให้ไอน้ำระเหยออกไปได้บางส่วน ทำให้ "ข้าวเหนียว" ที่บรรจุอยู่ภายในกระติบ หรือก่องข้าวไม่แฉะด้วยไอน้ำ ต่างจากการใช้กระติกน้ำแข็ง (ที่ดูเหมือนจะถูกนำมาใช้งานแทน ก่องข้าว หรือ กระติบข้าว ของพ่อค้าแม่ค้าขายข้าวเหนียวส้มตำ ไก่ย่างในเมืองใหญ่) ที่จำเป็นต้องใช้ผ้าขาวบางรองในกระติกอีกทีก่อนบรรจุข้าวเหนียวลงไป ถึงกระนั้น เม็ดข้าวที่อยู่ชิดโดยรอบขอบกระติกก็ยังคงแฉะอยู่ดี

kong kao

ภูมิปัญญานี้มีเคล็ดลับอยู่ที่ การสานภาชนะเป็นสองชั้น ชั้นในสุดจะสานด้วยตอกให้มีความห่าง (ช่องว่างระหว่างตอกสาน) เล็กน้อย เพื่อให้ไอน้ำระเหยออกจากข้าวไปสู่ช่องว่างภายในก่อง หรือกระติบข้าวได้ ในขณะที่ชั้นนอกสุดจะสานด้วยตอกที่มีความชิดแน่นหนากว่า เพื่อเก็บกักความร้อนไว้ ไอน้ำที่มีความร้อนอยู่ภายในช่องว่างนี้ จะช่วยทำให้ข้าวเหนียวที่อยู่ภายในกระติบ หรือก่องข้าว ยังคงความร้อนได้อีกนาน โดยเมล็ดข้าวจะไม่มีไอน้ำเกาะ จึงไม่แฉะเหมือนกับการบรรจุในภาชนะพลาสติกยุคใหม่

kratibkao 01  kratibkao 02

ในกรณีของกระติบข้าว จะเห็นว่า ฝาปิดและตัวกระติบ จะมีลักษณะที่เหมือนกัน เพียงแต่มีขนาดที่ต่างกันเล็กน้อย ให้สามารถสวมใส่กันได้พอดี ในส่วนตัวกระติบจะมีฐานรองทำจากก้านตาล ขดเป็นวงกลม มีขนาดเล็กกว่าตัวกระติบเล็กน้อย ยึดด้วยหวายให้ติดกับตัวกระติบ (ปัจจุบันนี้ นิยมใช้เชือกไนล่อน เพราะหาง่ายราคาถูกกว่า)

kratip kao

ด้วยเทคนิคการสานจากภูมิปัญญาไทยนี้ ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นที่ยอมรับ และยังคงอยู่ตลอดมา สร้างรายได้ให้กับชุมชนในการสร้างงาน และยังสืบสานความรู้ของการจักสานไว้ เช่น ที่หมู่บ้านทุ่งนางโอก อำเภอทรายมูล จังหวัดยโสธร (ผู้เขียนเคยไปถ่ายทำสารคดีเรื่องเครื่องจักสานที่นี่ ตอนนี้ยังหาภาพที่ถ่ายไว้ไม่พบ เห็นทีจะต้องย้อนไปอีกครั้งแล้วครับ)

รายการทีวีชุมชน ThaiPBS ตอน กระติบข้าว มหัศจรรย์เครื่องสานหลงยุค

สิ่งที่อยู่คู่กับข้าวเหนียวไม่เคยห่างก็คือ กระติบใส่ข้าวเหนียว ปัจจุบันยังไม่มีภาชนะใดที่จะนำมาใช้ทดแทนกระติบข้าวได้ดีมากพอ จึงยังคงเห็นคนสานกระติบข้าวอยู่ อย่างเช่นที่ชุมชนหนองขอน อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

ขั้นตอนการสานกระติบข้าว

 เรื่องที่เกี่ยวข้อง : หวดนึ่งข้าวเหนียว | โบมส่ายข้าว | วิญญาณที่ ๕ ของชาวอีสาน 

redline

backled1

 

สนับสนุนให้ IsanGate อยู่รับใช้ท่านตลอดไป ด้วยการคลิกแบนเนอร์ไปเยี่ยมผู้สนับสนุนของเราด้วยครับ

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1