foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้อากาศวิปริตแปรปรวนนะครับ ทั้งพายุฝนฤดูแล้ง มีฝนฟ้าคะนอง ให้ระมัดระวังโตกันแหน่เด้อ อยู่กลางแจ้งให้ระวังฟ้าผ่า บ่ต้องสาบานกับไผกะอาจจะถูกแจ็คพอตได้ บ่ว่าคนหรือสัตว์เลี้ยง อย่าสิไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่เด้อบ่อนนี้แหละฟ้ามักลง หลายๆ ที่มีลูกเห็บตกกะมี แต่บ้านอาวทิดหมูคือมิดสี่หลี่แท้ล่ะ แห้งแล้งหลายหลูโตนกกไม้ใบเหี่ยวเบิดแล้ว ตักน้ำมาหดตอนเช้าบ่ทันพอเพลกะแห้งคือเก่า เทวดากะอย่าสิเฮ็ดบาปผู้ข้าหลาย หยอดมาทางนี้แหน่เด้อ ...😭🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juใจบ่โสดาด้วยเว้าแม่นกะเป็นผิด ใจบ่โสดาดอมเว้าดีกะเป็นฮ้าย

        ## แม้นไม่สบอารมณแล้วจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทางถูกใจได้ @อย่าทำร้ายจิตใจกันเลย ##

best name

นเราเกิดมาย่อมมีการตั้งชื่อเรียกเพื่อให้รู้ว่าเป็นใคร เป็นลูกเต้าเหล่าใด ผู้เป็นพ่อ-แม่คนย่อมแสวงหาชื่ออันเป็นมงคลให้กับบุตรของตน โดยการขอให้ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ มีความรู้เรื่องโหราศาสตร์ ฤกษ์ผานาที หรือพระสงฆ์ผู้คงแก่เรียน ในการตั้งชื่อให้เหมาะสมกับดวงชะตา พาให้ชีวิตรุ่งเรืองไปในภายภาคหน้า ซึ่งในอดีตนั้นมีตำราของโบราณอีสานกำหนดเป็นแนวทางไว้

นาม หรือ ชื่อ ในปฐมสมันตปาสาทิกาอรรถกถาของพระวินัยปิฎก กล่าวถึงชื่อว่าไว้จำนวน 4 ชื่อ คือ

  1. ลิงคนาม ชื่อที่กำหนดตามเพศ เช่น ชาย หญิง เป็นต้น
  2. อาวัตถิกนาม ชื่อที่กำหนดตามลักษณะ เช่น โคด่าง โคถึก เป็นต้น
  3. อธิจจสมุปปันนนาม ชื่อที่ตั้งขึ้นตามโวหารของโลก โดยคิดว่า อยากให้เป็นไปตามนั้นซึ่งที่จริงจะเป็นหรือไม่ก็ไม่รู้ เช่น นายธนวัฒน์ (นายทรัพย์เจริญ) นายศิริวัฒน์ (นายศรีเจริญ) นายบวร (ผู้ประเสริฐ ผู้มั่นคง)
  4. เนมิตติกนาม ชื่อที่เกิดขึ้นตามความสำเร็จ เช่น พระพุทธเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า พระอรหันต์ เป็นต้น

นามที่ 3 คือ อธิจจสมุปปันนนาม นี้ เป็นนามที่หาตั้งกันขึ้นตามโลกนิยมว่า เป็นมงคล ซึ่งเรียกว่า มงคลนาม ก็ได้ เพราะผู้ตั้งอยากให้เป็นเช่นนั้น ส่วนนามที่ 4 นั้น สำหรับชาวบ้านที่ประสบผลสำเร็จทางการเงินหรือฐานะ ก็มักจะเป็นชื่อ "เศรษฐี" แต่ก็คงไม่มีโอกาสเป็นไปได้สำหรับคนจน ดังนั้น การตั้งชื่อทั้งหลายทั้งปวงจึงเป็นไปเฉพาะตามข้อ 3 เป็นหลัก

good name

การตั้งชื่อที่อยากจะให้เป็นไปเช่นนั้น จะต้องให้เว้นตัวอักษรที่เป็นกาลกิณี อย่าให้มีในชื่อจึงจะเป็นมงคลนาม เป็นสิริมงคลแก่เจ้าของ วิธีหาชื่อให้เป็นมงคล ให้ดูความหมายของทักษาในวันดังนี้ (ดูตาราง)

1
วันอาทิตย์
อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ
(กาลกิณี)
2
วันจันทร์
ก ข ค ฆ ง
(บริวาร)
3
วันอังคาร
จ ฉ ช ฌ ญ
(อายุ)
8
วันศุกร์
ศ ษ ส ห ฬ ฮ
(มนตรี)
  4
วันพุธ
ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
(เดช)
7
วันราหู (พุธกลางคืน)
ย ร ล ว
(อุตสาหะ)
6
วันพฤหัสบดี
บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
(มูละ)
5
วันเสาร์
ด ต ถ ท ธ น
(ศรี)

ใครเกิดวันอะไรให้เริ่มนับบริวารจากช่องนั้น เวียนขวาไป ไม่ว่าหญิงหรือชาย เรียงลำดับเป็น บริวาร, อายุ, เดช, ศรี, มูละ, อุตสาหะ, มนตรี และกาลกิณี จากตัวอย่างในตาราง คนเกิดวันจันทร์ เริ่มนับที่ช่องที่ 2 เวียนขวาไปตามลำดับ ตัวอักษรที่เป็นกาลกิณีจะตกในวันอาทิตย์ ชื่อของบุคคลที่เกิดในวันจันทร์จึงไม่มีสระอยู่ในชื่อจึงจะเป็นมงคล เช่น ชยกร หมายถึงชื่อของผู้มีอายุยืนนาน (อักษร ช) บริวารมากมาย (อักษร ก) และมีความอุตสาหะเป็นเลิศ (อักษร ย, ร)

ความหมายของทักษา

บริวาร หมายถึง เพื่อนฝูง พวกพ้อง มีบริวารมาก บริวารช่วยงานดี บริวารให้คุณ
อายุ หมายถึง อายุ การมีอายุยืน สุขภาพดี
เดช หมายถึง อำนาจวาสนา หน้าที่การงาน จะเป็นหัวหน้างาน คนเกรงขาม
ศรี หมายถึง ทรัพย์สินเงินทอง โชคลาภ ความมั่งคั่ง
มูละ หมายถึง หลักฐานบ้านช่อง มรดก
อุตสาหะ หมายถึง ความขยันหมั่นเพียร ผลสำเร็จ ความคิดริเริ่ม
มนตรี หมายถึง ผู้อุปถัมภ์ค้ำชู ทำอะไรมัคนคอยช่วยเหลือ
กาลกิณี หมายถึง ความชั่วร้าย ศัตรูคู่อาฆาต ความไม่ดี การถูกตำหนิ

ดังนั้น การตั้งชื่อหากต้องการให้เป็นไปเช่นไร ก็ให้นำทักษานั้นมาตั้งเป็นชื่อตัวแรก และเลือกสิ่งที่ต้องการให้เป็นไปลำดับถัดจากนั้นมาผสม โดยเว้นอักษรที่เป็นกาลิกิณีในชื่อ การนำอักษรมาผสมต้องคำนึงถึงการอ่านได้เป็นคำที่มีความหมาย เป็นที่รู้จักกัน เข้าใจกันโดยทั่วไปได้ มิใช่นำมาผสมกันสะเปะสะปะเพียงต้องการให้ได้ทักษาที่ดี แต่ไม่มีความหมายใดๆ ได้

 

พระพุทธพจน์

นะ ชัจจา วะสะโล โหติ นะ ชัจจา โหติ พราหมโณ กัมมุนา วะสะโล โหติ กัมมุนา โหติ พราหมโณ "

แปลว่า

ไม่มีชั่วโดยกำเนิด ไม่มีดีโดยกำเนิด ชั่วอยู่ที่ทำเอา และดีก็อยู่ที่ทำเอา เท่านั้น

ดังนั้น เมื่อท่านเลือกเกิดในดวงดีไม่ได้ ท่านก็จงมุ่งทำดีเอาเถิด แล้วท่านจะได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทน อย่าให้หมอดูมาทำนายทายทักกุมชะตาชีวิตของคุณ จงกำหนดวิถีชีวิตของท่านเองเถิด

ชื่อตัวอย่าง

คนที่เกิดวันอาทิตย์ ถ้าอยากมีบริวารมากให้เอาสระมาขึ้นต้นชื่อ เช่น อุดร ซึ่งแปลว่า ยอด หรือเหนือคน โดย "อุ" เป็นบริวาร "ด" เป็นมูละ "ร" เป็นมนตรี ได้บริวาร มูละและมนตรีรวมกัน ชื่อ อุดร จึงเป็นชื่อที่ดี ถ้าเป็นหญิงให้ใช้ อาภรณ์ แปลว่า ผ้า หรือ คนงาม โดย "อา" เป็นบริวาร "ภ" เป็นอุตสาหะ "ร" เป็นมนตรี "ณ" เป็นศรี คือได้ทั้งบริวาร อุตสาหะ มนตรี และศรี พรั่งพร้อม

good name 3

เพื่อนบางคนอยากไปเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล แก้ดวง แก้ปีชงห่าเหวอะไรของมันก็ไม่รู้ แถมเสือกอยากได้ตัวอักษรอะไรแปลกๆ ตามสมัยนิยมกับเค้าบ้าง แบบพวกดาราอย่าง ณ ฎ ฐ ฤ ภ ก็เลยพาเพื่อนไปที่วัดหาพระอาจารย์ ท่านก็ใจดีตั้งชื่อมาให้ว่า "คฤจภัค คิศถฤงคิธแคท" ดังภาพ

คนได้ชื่อใหม่ถึงกับเหวอถามพระอาจารย์ว่า "ท่านอาจารย์ครับ ผมอ่านไม่ออกขอรับ" ท่านเลยเมตตาอ่านให้ฟังว่า "คิด-จะ-พัก คิด-ถึง-คิทแคท"

แต่ได้โปรดอย่าตั้งชื่อตามคำทำนายทายทักของหมอดู จนได้ชื่อประหลาดๆ ทั้งเขียนก็ยาก ให้อ่านก็ยาก เอาไปปักชื่อบนอกเสื้อก็ยาว จะกรอกลงในแบบฟอร์มก็อาจผิดพลาดไม่ครบถ้วน ยิ่งถามชื่อทางโทรศัพท์แล้วกรอกลงแบบฟอร์มมีเหวอ จนคนไทยหรือฝรั่งก็งงงวยไม่แพ้กัน ชื่ออะไรฟร่ะ! เขียนและอ่านไม่ถูกกันเลย ดูคลิปนี้ประกอบเลยครับ

ชื่อไทยเริ่มยาก คนพากย์เริ่มฉิบหาย

ต่ก็พบเห็นได้ในสมัยปัจจุบันที่มักจะไม่เชื่อว่า พ่อ-แม่ ตั้งชื่อให้มาดี ไปเชื่อหมอดูคู่กับหมอเดา ที่ไม่ใช่ญาติเพียงต้องการเงินค่าคาย (ค่าครู) เลี้ยงชีพ จึงได้ชื่อที่พิกลพิสดารจนไม่มีความหมายใดๆ อ่านออกเสียงก็ยาก คนอื่นฟังก็เขียนตามไม่ถูก บางชื่อยาวมากกว่า 6 พยางค์ก็มี ยาวเสียจนป้ายชื่อติดหน้าอกไม่สามารถจะเขียนได้พอ เช่นนี้ก็ไม่น่าจะเป็นมงคล มีเรื่องราวของการไปเปลี่ยนชื่อจากที่พ่อแม่ตั้งให้ แล้วไม่สำเร็จเป็นตัวอย่างดังนี้

"นายฮวด เป็นลูกคนจีน เรียนหนังสือเก่งที่สุดในรุ่นเดียวกัน จนจบคณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมีชื่อ จึงได้ไปสอบบรรจุเป็นปลัดอำเภอ ก่อนสมัครสอบได้ข่าวว่า ปีก่อนนั้นเวลาเรียกบรรจุปลัดอำเภอได้เรียกตามลำดับจากชื่อ ก. ไก่ ขึ้นต้น จึงได้ไปเปลี่ยนชื่อใหม่จาก "ฮวด" เป็น "เกรียงไกร" ด้วยหวังจะได้บรรจุอย่างรวดเร็วก่อนเพื่อน ปรากฏว่าสอบได้ดังใจหมาย แต่ปีนี้เรียกบรรจุจากชื่อ ฮ. นกฮูก ขึ้นมาก่อน ไม่มีใครชื่อขึ้นต้นด้วย ฮ. เลย จึงเริ่มที่ นายอำนวย เป็นคนแรก อนิจจาเพราะไม่เชื่อชื่อที่พ่อ-แม่ตั้งให้แท้ๆ เชียว"

good name 2

เรื่องสำคัญก่อนการตั้งชื่อลูก

  • ตั้งชื่อตามความชอบร่วมกันของพ่อแม่ คุณพ่อคุณแม่อาจไม่จำเป็นต้องพาลูกๆ เดินทางไปหาญาติผู้ใหญ่ เพียงเพราะต้องการให้พวกเขาตั้งชื่อให้กับลูกของคุณ แน่นอนว่าชื่อที่ได้นั้นอาจมีความไพเราะ และเป็นการหาชื่อตามความชอบของพ่อแม่มาเป็นส่วนประกอบในการตั้ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งชื่อก็อาจไม่ถูกใจพ่อแม่เสมอไป
  • การตั้งชื่อลูกจะต้องมองไปถึงอนาคตของเขาด้วย หากเขาโตขึ้นแล้วเกิดมีเพื่อนๆ ล้อเลียน ก็อาจทำให้ชื่อกลายเป็นปมด้อย เพราะในบางทีชื่อที่พ่อแม่ตั้งนั้นคิดว่าดีแล้ว แต่สำหรับคนอื่นชื่อนั้นๆ อาจทำให้ลูกกลายเป็นตัวตลกก็ได้ (ลองคิดถึงตอนที่เขามีอายุมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่ รุ่นพ่อแม่ ลุงป้า ตายาย ด้วยนะครับ เวลาเรียกแล้วมันขัดๆ ก็อย่าตั้ง)
  • นอกจากการตั้งชื่อจริงแล้ว ก็อย่าลืมตั้งชื่อเล่นให้มีความที่ดีด้วย อาจใช้เป็นชื่อย่อจากชื่อจริงก็ได้ ยกตัวอย่าง หากตั้งชื่อจริงว่า รพีพัฒน์ ชื่อเล่นอาจจะตัดมาแค่คำสุดท้าย คือ พัฒน์ เพื่อให้เรียกง่าย มีความไพเราะอยู่ในตัวด้วย การตั้งชื่อเล่นด้วยการเอาชื่อของสินค้า การ์ตูน ดารา มาตั้งมันก็ไม่ผิดแต่ให้นึกถึงตอนที่ ชื่อที่ใช้นั้นมีความเสื่อมเสียในภายหลัง จะกระทบมายังชื่อลูกจนเป็นปมด้อยด้วยก็ได้
  • อย่าพยายามตั้งชื่อลูกให้อ่าน หรือเขียนยากจนเกินไป เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหากับลูกของคุณในอนาคตได้ จริงอยู่หากการเพิ่มเติมตัวสะกดแปลกๆ อาจจะทำให้ชื่อดูมีความแตกต่าง และไม่เหมือนใคร แต่การตั้งชื่อที่ยาวและเขียนยากนั้น อาจทำให้รู้สึกหงุดหงิด หรือไม่พอใจเวลาที่โดนเรียกชื่อผิดก็ได้

คนต่างชาติสงสัย คนไทยตั้งชื่อเล่นแปลกๆ?

line

 backled1

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)