• ธรรมะในดินแดนอีสาน

    ๑๒-๑๗ มกราคม ของทุกปี ร่วมปฏิบัติธรรม 'อาจริยบูชา' ถือศีลแปด รำลึกถึงหลวงปู่ชา สุภัทฺโท

  • งานไหว้พระธาตุพนม

    วันขึ้น 8 ค่ำเดือน 3 ถึงแรม 1 ค่ำเดือน 3 ไปร่วมงานเทศกาลนมัสการองค์พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

  • แห่มาลัยข้าวตอก

    Unseen Thailand งานเทศกาลแห่มาลัยข้าวตอก 26 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2569 ณ บ้านฟ้าหยาด มหาชนะชัย จังหวัดยโสธร

  • ธรรมชาติงดงามบนภูกระดึง

    ความสุขที่คุณเดินได้ให้จดจำว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตเราเคยพิชิตภูกระดึง

  • สามพันโบก

    รุ่งอรุณ ณ สามพันโบก มหัศจรรย์ลานหินกลางลำน้ำโขง

  • รุ่งอรุณ ณ ผาแต้ม

    ตะวันขึ้นก่อนใครในสยามประเทศ @ผาแต้ม อุบลราชธานี

  • เขาใหญ่

    ไปเที่ยวชื่นชมธรรมชาติมรดกโลก @อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา

  • ผามออีแดง

    ปลายฝนต้นหนาวไปชมทะเลหมอก @ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ

  • อีสานธรรมชาติสวยงามหลากหลาย

    ภาคอีสานมีธรรมชาติสวยงาม น้ำตก เสาหิน และมหัศจรรย์ธรรมชาติกุ้งเดินขบวน

  • เทศกาลดอกลำดวนบาน

    11-15 มีนาคม 2569 เทศกาลดอกลำดวนบาน สืบสานประเพณีสี่เผ่าไท ศรีสะเกษ ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์

: Our Sponsor

adv200x300 2

: Our Fanpage

: My Web Site

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net
e mail

ยักษ์คุ ชานุมาน

yakku chanuman

ว่าจะเขียนหรือจดบันทึกเรื่องราวตำนานอีสานที่น่าสนใจไว้เมื่อปีที่แล้ว ก็ไม่รู้วุ่นวายอะไรจนลืมไปเสียสิ้น ในวันนี้ พอดีหน้าเฟซบุ๊คเตือนความทรงจำขึ้นมา "ประเพณีแห่ยักษ์คุ" ที่อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ เด้งขึ้นมาเตือน ก็เลยได้เวลาบันทึกไว้เสียที เผื่อในวันข้างหน้าลูกหลานบ้านเฮาจะสืบค้นหาเบื้องหลัง ต้นตอจะได้มีไว้อ้างอิงต่อไป

"ยักษ์คุ" มาจากคำ 2 คำ คือ ยักษ์ หมายถึง อมนุษย์ในตำนานและวรรณคดี มีรูปร่างใหญ่โต มีเขี้ยว มีฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศหรือแปลงกายได้ มักถูกกล่าวถึงในฐานะผู้เฝ้าทรัพย์หรือปกป้องศาสนสถาน (ทวารบาล) ตามความเชื่อพราหมณ์-ฮินดูและพุทธ และ "คุ" ในภาษาอีสานแปลว่า คุกเข่า ดังนั้น ยักษ์คุ จึงหมายถึง ยักษ์ที่คุกเข่าลง นั่นเอง

สนับสนุนคลิกดูโฆษณาของเราสักวันละครั้ง เพื่อให้เรามีแรงสร้างงานต่อไป ขอบคุณครับ

เรื่องเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่สืบต่อกันมาหลายทอด จากรุ่นสู่รุ่นจนกลายเป็นตำนาน (เล่ากันมานานจนไม่ค่อยซ้ำในรายละเอียด แต่ยังคงสงวนจุดร่วมเอาไว้ตรงกัน คือ ในเนื้อหาต้องมี "ยักษ์" อยู่ตนหนึ่ง จำต้องคุกเข่าลง) ซึ่งจะบอกกล่าวถึงยักษ์ที่จำต้องคุกเข่าลง ณ ริมฝั่งนทีอันกว้างใหญ่ มีธรรมชาติของผืนป่าเขียวขจี และมีเกาะแก่ง โขดหิน กระแสน้ำและหมู่นกปลานานาชนิด ยักษ์ที่จำต้องคุกเข่า ณ หมู่บ้านยักษ์คุ มีหลายสำนวนมากเท่าที่ค้นดู แต่เอาที่ดูดีใกล้เคียงมานำเสนอ 2 สำนวนก็แล้วกันนะครับ

ตำนานยักษ์คุ (1)

สำหรับตำนาน "ยักษ์คุ อำนาจเจริญ" จากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่มาหลายชั่วอายุคน นับเป็นเวลากว่า 100 ปี ของคำว่า ยักษ์คุ หรือ ยักษ์คุกเข่า นั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจในความสอดคล้องของเรื่องราวที่ ท่าสีดา บ้านนาสีดา (ปัจจุบันเป็น ท่าเรือข้ามแม่น้ำโขง ไป ยัง สปป.ลาว) เล่าว่า นางสีดาแต่งกายรอพระลักษณ์-พระราม เพื่อเดินทางไปด้วยกัน และมียักษ์ตนหนึ่งคุกเข่ารออยู่ด้วย โดยมีหลักฐานซากสลัก หักพัง ของปราสาทโบราณ “เฮือนหิน” เป็นสิ่งยืนยันเหลือไว้เป็นตำนานชีวิตวิถีเรียบง่าย ตามแบบของคนลุ่มน้ำโขง

yakku chanuman

ส่วน ประเพณีแห่ยักษ์คุ ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอชานุมาน (หลังเก่า) มีปราสาทหิน และมียักษ์ตนหนึ่งมานั่งก้มลงกราบไว้บริเวณฝั่งเขตไทย รอยคุกเข่าและรอยนั่งเป็นบึงเล็กๆ ชาวบ้านจึงตั้งชื่อชุมชนว่า บ้านยักษ์คุ โดย “คุ” แปลว่า คุกเข่า ต่อมาในช่วง 90 กว่าปีที่ผ่านมา ทางราชการของ สปป.ลาว ได้ส่งนักศึกษาเข้ามาศึกษาวิชาการในไทย เมื่อจบการศึกษาก็เดินทางกลับประเทศ ซึ่งในขณะนั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองประเทศลาว บุคคลผู้นี้จึงเกิดความไม่พอใจฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก จึงสร้างบ้านเรือนขึ้นที่บ้านยักษ์คุในช่วงรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และขอพึ่งพระบรมโพธิสมภาร จนได้บรรดาศักดิ์เป็น “พระประจญจาตุรงค์” และตั้งชื่อชุมชนบ้านยักษ์คุ ว่า “เมืองชานุมานมณฑล” ขึ้งตรงต่อ มณฑลอุบลราชธานี

ยักษ์คุ เป็นความเชื่อตามตำนานปรัมปราชาวชานุมาน เกี่ยวกับเรื่องทศกัณฐ์ พระลักษณ์ พระราม อัตลักษณ์ท้องถิ่น ที่มีอยู่แห่งเดียวในประเทศไทย ยังมีหลักฐานปรากฏบริเวณริมแม่น้ำโขง อำเภอชานุมาน เป็นบ่อน้ำ 3 บ่อ เชื่อกันว่า เกิดจากการกระทำของยักษ์คุ หรือ ยักษ์อยู่ในท่านั่งคุกเข่า จนสืบต่อกลายเป็นวัฒนธรรมอันโดดเด่นของจังหวัดอำนาจเจริญ

ตำนานยักษ์คุ (2)

อีกตำนานหนึ่งนั้น เป็นเรื่องราวตำนานย้อนไกลไปยังสมัยพุทธกาลโน้นเลยนะครับ เป็นการบอกเล่าที่มาที่ทำให้เชื่อว่า สถานที่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวนั้นเพียงใด โปรดใช้วิจารณญาณนะครับ (คนเล่า-คนอ่านต่างก็เกิดไม่ทันยุคสมัยนั้นเหมือนกัน)

 

ตำนานยักษ์คุชานุมาน : ทองเบส ทับถนน

ในครั้งพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสั่งสอนให้บรรดายักษ์เข้าใจในพระธรรม เพื่อลดทิฐิมานะ และมอบหมายภาระหน้าที่ให้ยักษ์เข้าใจ และทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองสถูป สถานอาคารศักดิ์สิทธิ์ และป้องกันภูตผีปีศาจมิให้เข้ามาทำลายสิ่งศักดิ์สิทธ์ตามวัดวาอารามต่างๆ และช่วยกันค้ำชูพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป โดยมี ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเทพผู้ปกครองดูแลยักษ์และภูตผีปีศาจทั้งปวง จึงมีบัญชาให้ ยักษ์ธรรมคุปต์ รับภารกิจนี้ ยักษ์ธรรมคุปต์ ผู้มีคุณธรรมทำหน้าที่ลาดตระเวนดูแลพฤติกรรมยักษ์ในเขตดินแดนเลียบฝั่งมหานทียาวไกล ซึ่งเรียกว่า “แม่น้ำโขง”

ยักษ์ธรรมคุปต์ เหาะเหินไปตามริมอ่างน้ำที่เป็นเหมือนทะเลสาบ และไหลเป็นลำห้วยยาวเห็นฝูงปลามากมาย แหวกว่ายน้ำที่ใสสะอาด (ผู้คนเรียกว่า ลำห้วยแก้วแมง ไหลผ่านตำบลชานุมาน) ยักษ์ธรรมคุปต์ได้พบเกาะแก่งเป็นลานหินและร่องหินสลับกัน ร่องหินมีลักษณ์เหมือนพานหรือขัน อันเกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำเป็นเวลาหลายพันปี พญานาคราช ตนหนึ่งได้ทราบข่าวจึงแปลงร่างเป็นมนุษย์ขึ้นมานั่งรอต้อนรับยักษ์ธรรมคุปต์ เมื่อพูดคุยกันแล้วจึงทราบว่า ท้าวนาคราชได้อาศัยอยู่ในถ้ำใต้แก่งหินนี้ และเป็นผู้ได้รับมอบหมายภาระหน้าที่จากองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ดูแลความสงบสุขแก่มนุษย์ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงละแวกนี้ อีกทั้งทำหน้าที่กวาดต้อนเอาปลานานาชนิดมารวมกัน ณ แอ่งน้ำลึก รอบบริเวณแก่งแห่งนี้อีกด้วย เพื่อให้คนได้จับปลาเป็นอาหารตลอดฤดูกาล (ผู้คนเรียกแก่งแห่งนี้ว่า แก่งหินขันหรือแก่งส่องใหญ่ แอ่งน้ำลึกรอบบริเวณแก่งจึงมีปลาจำนวนมาก ไม่เคยขาด แก่งนี้ตั้งอยู่ ณ บ้านหินขัน ตำบลโคกสาร)

yakku rimkong

เมื่อโอภาปราศรัยกันตามสมควร ยักษ์ธรรมคุปต์จึงอำลาท้าวนาคราชเพื่อลาดตระเวนต่อไป ก่อนจากกัน ท้าวนาคราชชี้นำว่า “ถ้าท่านเดินทางเหนือน่านน้ำขึ้นไปอีกไม่ไกลนัก ข้ามเกาะดินกลางน้ำไปอีก จะเห็นปราสาทหินเก่าแก่ ณ ริมฝั่งแม่น้ำโขงอีกฝั่งหนึ่ง เป็นบริเวณที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยเสด็จมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา และแสดงธรรมโปรดมนุษย์และสัตว์ ขอให้ท่านได้แวะกราบนมัสการด้วยเถิด” เมื่อได้รับการชี้นำ ยักษ์ธรรมคุปต์ จึงเดินทางเหนือน่านน้ำโขงขึ้นไปเรื่อยๆ ถึง ณ บริเวณลานหินกว้าง ที่ขวางกลางลำน้ำโขงอยู่ช่วงหนึ่ง ลักษณะลานหินเป็นคันหินแนวยาวลดหลั่น คลื่นน้ำใสไหลกระทบคันหินเป็นฟองขาว มนต์เสน่ห์กลางลำน้ำโขงแห่งนี้ ดึงดูดใจให้ยักษ์ธรรมคุปต์ไปนอนแผ่กายแช่น้ำใสสะอาดเป็นเวลานาน (ผู้คนเรียกบริเวณนี้ว่า แก่งคันสูง ปีใดน้ำลดลงมาก จะเห็นรอยรูปร่างแผ่นหลังยักษ์ปรากฏบนลานหินนั้น ตั้งอยู่ ณ บ้านคันสูง ตำบลโคกสาร อำเภอชานุมาน)

yakku kaeng kan soong

จำกนั้น ยักษ์ธรรมคุปต์ จึงเดินเท้าไปตามคันหินแนวยาวกลางลำน้ำโขง มองนกกระยางขาวที่บินมาเกาะคันหิน เพื่อจิกปลาเป็นอาหารอย่างมีความสุข (คันหินกลางที่โผล่พ้นน้ำเป็นแนวยาวผู้คนเรียกว่า หินนกเหาะ มีปรากฏอยู่ทั่วไปกลางน้ำโขงในฤดูน้ำลด) พอถึงเกาะดินยาวเหยียดกลางน้ำโขง ซึ่งอุดมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี ยักษ์ธรรมคุปต์จึงก้าวข้ามเกาะไปยืน ณ บริเวณลานหินที่อยู่ห่างจากหัวเกาะไม่ไกลนัก (เกาะกลางน้ำที่ยักษ์ก้าวข้ามผู้คนเรียกว่า ดอนชะโนด กั้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ณ สำนักงานเทศบาลตำบลชานุมาน)

ยักษ์ธรรมคุปต์ ยืนอยู่บนลานหินเหนือหัวเกาะ มองเห็นผืนแผ่นดินทั้งสองฝั่งน้ำ ณ ฝั่งหนึ่งเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจี อีกฝั่งเป็นปราสาทเฮือนหินเก่าแก่ตามคำชี้แนะของท้าวนาคราช ยักษ์ธรรมคุปต์มองไปยังรอบๆ บริเวณปราสาทเฮือนหิน ซึ่งเป็นบริเวณที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเคยเสด็จผ่านมา เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา และแสดงธรรมโปรดแก่ผู้คนในละแวกนี้ เกิดความศรัทธายิ่งนัก และเพ่งมองเข้าไปภายในปราสาทเฮือนหินเห็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์สถิตอยู่ ก็มีความศรัทธามากยิ่งขึ้น จึงก้าวขาขวาไปยังแผ่นดินริมฝั่งน้ำโขงที่เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจี และหันหน้าไปทางปราสาทเฮือนหินที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำโขง แล้วนั่งคุกเข่าลง เข่าซ้ายของยักษ์ธรรมคุปต์คุกลงบริเวณลานหินที่ยืนอยู่นั้น เข่าขวาคุกลงบริเวณทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจีที่เป็นพื้นดิน แล้วพนมมือก้มกราบไปยังปราสาทเฮือนหินสามครั้ง ด้วยความศรัทธาและสำนึกในพระพุทธคุณ ยักษ์ธรรมคุปต์ พนมมือตั้งจิตอธิษฐานว่า

ขออำนาจบารมีอันประเสริฐของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและอำนาจบารมีท้าวเวสสุวรรณ อีกทั้งอำนาจบารมีของเหล่าเทวดาอารักษ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวงทั้งสถิตอยู่ ณ บริเวณนี้และสถิตอยู่ทั่วสากล จงดลบันดาลให้อาณาบริเวณที่ข้าพเจ้าแวะผ่านและบริเวณที่ข้าพเจ้ำนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้ เป็นบ้านเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ ผู้คนที่อาศัยอยู่ ณ บ้านนี้เมืองนี้อยู่เย็นสุขมีจิตใจดีงาม และขอให้เป็นเมืองแห่งธรรมะตลอดกาลด้วยเทอญ

สิ้นคำอธิษฐานยักษ์ธรรมคุปต์ได้ทิ้งตัวลงไปในหินและพื้นดิน ทำให้เกิดเป็นร่องหลุมขนาดใหญ่จำนวน 3 หลุม

  • รอยเข่าซ้าย เป็นหลุมบริเวณลานหินไม่ลึกนัก แต่มีรูปคล้ายชามอ่างขนาดกว้าง (ผู้คนจึงเรียกบริเวณนั้นว่า แก่งต่างหล่าง อยู่ริมฝั่งโขงบ้านศรีสมบูรณ์ ตำบลชานุมาน)
  • รอยเข่าขวา ปรากฏเป็นรอยหลุมลึก ณ บริเวณ นาแมง (เขตบ้ำนโนนสำราญ ตำบลชานุมาน)
  • รอยอัณฑะ ปรากฏ ณ บริเวณ หนองใหญ่ (ก่อนถึง สภ.ชานุมาน ทางขวามือ เขตบ้านยักษ์คุ)

เมื่อถึงฤดูฝนหลั่งลงมา หลุมที่เป็นรอยเข่าขวา และรอยอัณฑะของยักษ์ธรรมคุปต์ก็กลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ที่ก่อเกิดควำมอุดมสมบูรณ์ ผู้คนมาอาศัยเป็นหลักแหล่งในการเลี้ยงสัตว์และทำการเกษตรกรรม หนองน้ำนี้มีน้ำขังตลอดปีไม่เคยแห้งเหือดลงแม้แต่ในฤดูแล้ง ส่วนรอยเข่าซ้ายซึ่งเรียกว่า แก่งต่างหล่าง นั้น เมื่อถึงฤดูแล้งปรากฏเป็นแก่งหินที่มีทัศนียภาพสวยงาม เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ

yakku kaeng tang lang

ณ อาณาบริเวณหนองน้ำที่เกิดจากรอยเข่าขวาและรอยอัณฑะยักษ์ มีผู้คนทยอยมาอาศัยอยู่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ชนกลุ่มนั้นจึงตั้งชื่อหมู่บ้านตามรอยยักษ์คุกเข่าว่า “บ้านท่ายักษ์ขุ” และกลายเสียงมาเป็น “บ้านท่ายักษ์คุ” ในเวลาต่อมา และหนองน้ำรอยเข่ายักษ์นั้นก็ปรากฏมาจนถึงปัจจุบัน และแขนยักษ์ที่กราบกรานลงไปบริเวณหัวเกาะกลางน้ำโขง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ดอนชะโนด” นั้น ยังปรากฏเป็นร่องน้ำ ณ บริเวณหัวดอนจนถึงปัจจุบันเช่นกัน ตำนานยักษ์คุเล่าขานกันมาเนิ่นนาน และมีความสอดคล้องกับประวัติการก่อตั้ง อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนำจเจริญ

แห่ยักษ์คุ ชานุมาน Ep24 ตำนานยักษ์ธรรมคุปต์แม่น้ำโขง (อำนาจเจริญ) Legend-GiantFestival,Thailand

ประเพณีแห่ยักษ์คุ นี้เป็นอัตลักษ์หนึ่งเดียวของชาวอำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ ที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี ในช่วงบุญเดือนสี่ ที่มีงานบุญพระเวสฟังเทศน์มหาชาติ นั่นแหละ (มีนาคม) ท่านที่สนใจจะไปร่วมงานก็ติดตามข่าวสารกำหนดวันเวลาได้จาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ หรือ เทศบาลตำบลชานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ

ประเพณีแห่ยักษ์คุ เมืองชานุมาน หนึ่งเดียวในโลก จังหวัดอำนาจเจริญ ปี พ.ศ. 2568

yak ku

lilred

backled1

isan word tip

ประตูสู่อีสานบ้านเฮา

IsanGate.com

ปณิธานของเรา :

"ชนชาติที่เป็นอารยะ ต้องมีรากเหง้า และที่มาอันยาวนาน ด้วยภาษาและขนบธรรมเนียมของตนเอง"

: Our Web Site.

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net
e mail
นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)