เตือน "พายุฤดูร้อน" ในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู

คาดหมายอากาศทั่วไป 26 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในช่วงวันที่ 26 - 27 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงกับมีอากาศร้อนขึ้นในตอนกลางวัน เนื่องลมตะวันตกเฉียงใต้และลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน สำหรับภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย บริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากมีความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อน และลมตะวันตกพัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว สำหรับภาคใต้ มีฝนลดลงเนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันยังคงมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ข้อควรระวัง
28 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569 ขอให้ประชาชนทั่วไปและผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนไว้ด้วย
ในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร รวมทั้งปริมณฑลและภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากมีบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
ฤดูร้อนมาแว้วจ้า รักษาสุขภาพกันนะครับ

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศประเทศไทยเข้าสู่ "ฤดูร้อน" อย่างเป็นทางการ 22 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
เริ่มร้อนขึ้นแล้วนะจ๊ะ
สรุปแนวโน้มฤดูร้อนประเทศไทย ปี 2569 ข้อมูลยังต้องติดตามต่อเนื่อง ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่า “ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์”
☀️ แนวโน้มอากาศรวม
อากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะ และมีฝนฟ้าคะนองบางช่วง
🌩️ ฝนช่วยลดความร้อน
บางพื้นที่จะคลายร้อนลงได้จากฝนฟ้าคะนองที่เกิดเป็นช่วงๆ
📆 ช่วงที่ควรเฝ้าระวัง เมษายน–พฤษภาคม มีโอกาสเกิดอากาศร้อนจัดบางพื้นที่บางวัน อุณหภูมิเฉลี่ยไทยตอนบน คาดว่าสูงสุดเฉลี่ย 36–37°C สูงกว่าค่าปกติ (35.4°C) และสูงกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย
🗺️ อุณหภูมิสูงสุดรายภูมิภาค ภาคเหนือ/อีสาน 41–43°C, ภาคกลาง/ตะวันออก 40–42°C, ภาคใต้ 37–39°C, ส่วนกทม.และปริมณฑล 38–40°C
🌊 สถานะ ENSO ลานีญาอ่อนในปัจจุบัน และคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะเป็นกลาง (Neutral) ช่วง มกราคม–มีนาคม ต่อเนื่องถึง พฤษภาคม–กรกฎาคม 2569
ฤดูหนาวหลบไปก่อน ฤดูร้อนกำลังมา
ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ สัญญาณฤดูร้อนเริ่มชัดเจนขึ้น เตรียมพร้อมไว้ก่อนนะ อุ่นใจกว่านะขอรับ โดยการติดตามผลของอุณหภูมิในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ได้ดังนี้
อุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทย เมื่อวานนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2569) วัดได้ 37.5 องศาเซลเซียส ที่ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง และอุณหภูมิสูงสุดบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวานนี้วัดได้ 36.8 องศาเซลเซียส ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร และ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
บริเวณประเทศไทยตอนบน ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถึงต้นเดือนมีนาคม อากาศจะอุ่นขึ้น โดยจะมีอากาศร้อนหลายพื้นที่ในบางวัน กับมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้น จะมีอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ และมีอากาศร้อนจัดอุณหภูมิสูงสุด 40 องศาเซลเซียส บางพื้นที่ในบางวัน ส่วนมากในภาคเหนือ
ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จากความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างกลางวันและกลางคืน

แต่ในบางช่วงจะมีฝนตกลงมาช่วยคลายร้อนได้บ้าง ทั้งนี้เนื่องจาก ช่วงต้นเดือนมีนาคมความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ยังคงแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณตอนบนของประเทศไทยเป็นระยะๆ จากนั้น จะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนในบางช่วง ประกอบกับจะมีลมใต้หรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว ส่วนบริเวณภาคใต้จะมีอากาศร้อนกับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากจะมีลมตะวันออกหรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้
ฤดูฝุ่นมาอีกแล้ว

นอกจากอากาศเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังเท้า เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวแล้ว ตอนนี้ ฝุ่น PM 2.5 ก็มาอีกครั้งในผืนดินประเทศไทย มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็เกินปริมาณที่มีความปลอดภัย เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานในที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีทั้งตึกอาคารสูง ทำให้ปริมาณลมพัดผ่านมีน้อย ลมสงบนิ่ง เนื่องจากเพดานอากาศต่ำ เกิดสภาวะอากาศปิดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงสลับกันในช่วงนี้ ในต่างจังหวัดอย่างบ้านผมที่อุบลราชธานีก็ไม่ต่างกันนัก เพราะมีการเผาขยะ กิ่งไม้ ใบไม้แห้ง หญ้า ฟาง และมีการเผาถ่านในเตาดินแบบพื้นบ้านที่มีฝุ่น-ควันมากมาย เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

"เผาถ่าน" อาชีพที่ควรเปลี่ยนแปลงมาสู่ความทันสมัยเพื่อสุขภาพของทุกคน
ทุกๆ ปีหลังฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร เรามักจะได้ยินข่าวปัญหาหมอกควัน มลพิษทางอากาศ และค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยในวงกว้าง การเผาวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร (หญ้า ฟาง ชานอ้อย) เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหานี้ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น คำตอบไม่ใช่ "การเลิกเผา" แต่ต้องเป็นการเผาอย่างถูกวิธีและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม “เตาเผาถ่าน ชีวมวลไร้ควัน” ที่นำควันไฟจากการเผาไหม้ ซึ่งโดยธรรมชาติก็คือผงถ่านที่สามารถติดไฟได้กลับมาใช้ใหม่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดควัน แล้วยังได้ถ่านที่ดีมีคุณภาพสูง ให้ความร้อนได้ดีมีประสิทธิภาพมากๆ ควรหามาใช้งานเถอะครับถ้าจะทำอาชีพที่เป็น "ธุรกิจมืด" ให้ร่ำรวยไม่เดือดร้อนคนอื่นๆ ไปหาความรู้/ศึกษาเรื่อง เตาเผาถ่าน ชีวมวลไร้ควัน และสร้างทำเองได้ด้วย คลิกที่นี่
ถังเผาถ่านแบบซุปเปอร์ซัน ไร้ควัน ไร้ขี้เถ้า เผาง่าย สร้างรายได้วันเว้นวัน!! สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

















