
คาดหมายอากาศทั่วไป 28 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ในช่วงวันที่ 28 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง สำหรับภาคใต้มีฝนน้อย เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในวันที่ 2 - 3 กุมภาพันธ์ 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางระลอกใหม่จากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน จะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน มีกำลังแรงขึ้น
ข้อควรระวัง
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
ส่วนในช่วงวันที่ 28 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพ และป้องกันอันตรายจากการสะสมของฝุ่นละอองที่จะสะสมมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศทำให้การยกตัวของอากาศไม่ดีและมีลมอ่อน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในช่วงวันที่ 28 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569
- อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 2 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.
ส่วนในวันที่ 2 - 3 กุมภาพันธ์ 2569
- อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10 - 25 กม./ชม.
- อุณหภูมิต่ำสุด 14 – 19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 - 35 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8 - 15 องศาเซลเซียส

นอกจากอากาศเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังเท้า เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวแล้ว ตอนนี้ ฝุ่น PM 2.5 ก็มาอีกครั้งในผืนดินประเทศไทย มากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็เกินปริมาณที่มีความปลอดภัย เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานในที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีทั้งตึกอาคารสูง ทำให้ปริมาณลมพัดผ่านมีน้อย ลมสงบนิ่ง เนื่องจากเพดานอากาศต่ำ เกิดสภาวะอากาศปิดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงสลับกันในช่วงนี้ ในต่างจังหวัดอย่างบ้านผมที่อุบลราชธานีก็ไม่ต่างกันนัก เพราะมีการเผาขยะ กิ่งไม้ ใบไม้แห้ง หญ้า ฟาง และมีการเผาถ่านในเตาดินแบบพื้นบ้านที่มีฝุ่น-ควันมากมาย เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

"เผาถ่าน" อาชีพที่ควรเปลี่ยนแปลงมาสู่ความทันสมัยเพื่อสุขภาพของทุกคน
ทุกๆ ปีหลังฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร เรามักจะได้ยินข่าวปัญหาหมอกควัน มลพิษทางอากาศ และค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินมาตรฐาน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยในวงกว้าง การเผาวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตร (หญ้า ฟาง ชานอ้อย) เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหานี้ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น คำตอบไม่ใช่ "การเลิกเผา" แต่ต้องเป็นการเผาอย่างถูกวิธีและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม “เตาเผาถ่าน ชีวมวลไร้ควัน” ที่นำควันไฟจากการเผาไหม้ ซึ่งโดยธรรมชาติก็คือผงถ่านที่สามารถติดไฟได้กลับมาใช้ใหม่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดควัน แล้วยังได้ถ่านที่ดีมีคุณภาพสูง ให้ความร้อนได้ดีมีประสิทธิภาพมากๆ ควรหามาใช้งานเถอะครับถ้าจะทำอาชีพที่เป็น "ธุรกิจมืด" ให้ร่ำรวยไม่เดือดร้อนคนอื่นๆ ไปหาความรู้/ศึกษาเรื่อง เตาเผาถ่าน ชีวมวลไร้ควัน และสร้างทำเองได้ด้วย คลิกที่นี่
ถังเผาถ่านแบบซุปเปอร์ซัน ไร้ควัน ไร้ขี้เถ้า เผาง่าย สร้างรายได้วันเว้นวัน!! สุดยอดสิ่งประดิษฐ์
















