foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
มันเป็นฤดูใดกันแน่หนอพี่น้อง ลมหนาวมา 2 มื้อแล้วก็หนีหาย ลมร้อนรัวๆ ต่อเนื่องกันมาเลยครับ บ้านอาวทิดหมูช่วงบ่ายโมงมี 34-35 องศาเซลเซียสติดๆ กันมาหลายมื้อแล้ว เสื้อกันหนาวที่ขนออกมาซักสงสัยสิได้เก็บเข้าตู้อีกเหมือนเคย หรือว่า "ความหนาว" หลูโตนอาวทิดหมูคนไร้คู่้เคียงหมอนซั่นบ้อ เห็นว่ากะดายสิให้ได้แต่อิจฉาหมู่ ผู้เพิ่นส่งซองสีชมพูมาเชิญ หรือมาเยาะเย้ยกะบ่เข้าใจ สาวๆ บ้านใดหนาวใจบอกมาได้เลยพะนะ ทิดหมูพร้อมไปปลอบใจเด้อ!

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

paya supasit

ju juคันบ่ออกจากบ้านบ่เห็นด่านแดนไกล คันบ่ไปหาเฮียนก็บ่มีความฮู้

        ## ถ้าไม่ออกเดินทางก็จะไม่มีประสบการณ์ ไม่ร่ำเรียนก็ไม่มีความรู้ ##

winter 2020 3

มหนาวมาเยือนแล้วครับ คงถูกใจหลายๆ คนที่จะได้นอนหลับสบายคลายร้อนไม่เปลืองค่าไฟฟ้าเพราะเครื่องปรับอากาศ แต่... สำหรับ อาวทิดหมู มักหม่วน นั้นบ่นว่าแหม่นหมีกินเผิ้ง "หนาวเพราะนอนผู้เดียวขาดไออุ่น พะนะ" เป็นตาหลูโตนแท้น้อ! อาวเอย... บรรยากาศแบบนี้ขาเที่ยวหลายคนชื่นชอบจะได้ไปสัมผัสไอหนาว พาสาวไปชื่นชมทะเลหมอก ในภาคอีสานของเฮาก็มีหลายสถานที่ที่น่าไปเยือนครับ อย่างภาพประกอบนี้มาจากภูห้วยอีสัน ที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อีสานเราก็มีความสวยงามที่น่าค้นหาอยู่มากมาย ไปเที่ยวกันเถอะ

ทางบ้านอาวทิดหมู จังหวัดอุบลราชธานี ก็มีที่เที่ยวรับบรรยากาศไอหนาว รับแสงตะวันก่อนใครในสยามกันนะครับ รีบๆ กันเลยช่วงนี้ 19-22 องศาเซลเซียสมีให้สัมผัสทุกเช้าทีเดียว การเดินทางก็สะดวกทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบินหลายๆ เที่ยวบินต่อวัน ยินดีต้อนรับครับ

winter 2020 2

อย่างภาพประกอบด้านบนนี่สวยงามมากที่ ผาชะนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ไปรับแสงตะวันก่อนใครในสยาม 29 พฤศจิกายน 2563 นี้ ขอเชิญชวนนักวิ่งทั่วไทย "ร่วมวิ่งเปิดฟ้าที่ผาชะนะได" สมัครได้ที่ https://ido.run/

 winter 2020 1

และสถานที่รับลมหนาวอีกแห่งคือ ที่ ผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งช่วงนี้กำลังสวยงามมีทะเลหมอกสวยงาม ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ทางรัฐบาลกำหนดให้เป็นวันหยุดยาว 19-22 พฤศจิกายน (พฤหัสบดี-อาทิตย์) 4 วัน ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหน จองเที่ยวบินมาพักผ่อนอุบลราชธานีกันเลย ไปเที่ยวน้ำตกห้วยหลวง วัดเรืองแสง (ภูพร้าว) ทานอาหารปลาแม่น้ำโขง ค้างคืนในอุบลราชธานีสักคืน แล้วตื่นแต่เช้าเดินทางไปชมทะเลหมอกกันที่ีผามออีแดง แล้วแวะเที่ยวงาน "เฉลิมฉลอง 238 ปี จังหวัดศรีสะเกษ" ก่อนมาแวะซื้อของฝากหมูยอ ก๊วยจั๊บ เค็มสับปะรด กลับไปฝากทางบ้านกันครับ แนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวเล็กๆ ครับ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่า "ประเทศไทยของเราได้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวมาตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2563" แต่เราก็โดนพายุถล่มติดๆ กันหลายลูกซึ่งได้หอบเอาลมและฝนมาสู่ประเทศไทยช่วงปลายเดือนตุลาคม จนมีเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายๆ จังหวัดตามที่เป็นข่าว วันนี้ 10 พฤศจิกายน 2563 เวลา 13.00 น. บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน พายุโซนร้อน “เอตาว”(พายุระดับ 3) บริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน (พายุระดับ 2) และหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศกัมพูชา ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ขอให้เกษตรกรบริเวณดังกล่าวเตรียมการป้องกัน และระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย  และจะมีพายุโซนร้อนชื่อ “หว่ามก๋อ”(พายุระดับ 3) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ตามมาอีกแต่คงไม่มีผลกระทบมากนัก เนื่องจากอิทธิพลของอากาศเย็นที่แผ่ลงมาสยบเอาไว้ก่อนนั่นเอง

info graphic 1584

อย่างไรก็ยังเป็นห่วงพี่น้องชาวนาในแถบลุ่มน้ำมูลทางแถบบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อยู่นะครับ เพราะมีปริมาณน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนลำพระเพลิง ลำมูลบนไหลลงมาท่วมนาข้าวที่ออกรวงใกล้จะได้เก็บเกี่ยว เห็นพี่น้องต้องทยอยลงแขกช่วยกันเกี่ยวข้าวหนีน้ำกันอยู่หลายที่ อย่างชาวนาหลายหมู่บ้านในอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วมหวั่นจมเสียหาย หลังน้ำมูลหนุนสูงขึ้นและเริ่มเอ่อท่วมนาข้าว หลังมวลน้ำจาก จังหวัดนครราชสีมา ไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำมูลหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางจุดเอ่อล้นตะลิ่งหลากเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวเป็นบริเวณกว้าง ประกอบกับช่วงนี้มีลมแรงทำให้ต้นข้าวล้มรวงข้าวแช่น้ำ หากไม่รีบเกี่ยวรวงข้าวที่แช่น้ำก็จะเน่าเสียหาย

ซึ่งชาวนาบอกว่าปีนี้เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะช่วงต้นฤดูประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว จนมีสภาพแคระแกรนโตไม่เต็มที่ แต่พอช่วงข้าวออกรวงกลับเจอน้ำท่วมส่งผลให้ข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวถูกน้ำท่วมซ้ำเติมอีก ทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่ จะจ้างรถเกี่ยวข้าวก็ไม่ได้เพราะน้ำมาก รถลงไปไม่ได้จึงต้องใช้แรงงานคน บางที่ที่มีระดับน้ำสูงก็ถึงกับต้องพายเรือเกี่ยวข้าวกันทีเดียว

kiew kao nee nam

อีกปัญหาหนึ่งคือ ข้าวเปียกน้ำมีความชื้นสูง ต้องมีการตากข้าวให้แห้งก่อนนำไปขายหรือเก็บในยุ้งฉาง เป็นความเดือดร้อนที่ตามมา แต่ก็ไม่อยากให้นำเอาข้าวเปลือกไปตากกันบนถนนหนทางนะครับ เพราะจะเดือดร้อนผู้คนที่ใช้เส้นทางสัญจร เกิดอันตรายได้ทั้งจากการลื่นไถลของรถตกถนน ข้าวเสียหายด้วย เมื่อมีอุบัติเหตุล้มตาย ทรัพย์สินเสียหายแล้ว "ชาวนา" จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ มันผิดกฎหมายชัดเจน เรื่องนี้ปีที่แล้วเคยเขียนเตือนมาแล้วครับ

อยากให้ผู้นำชุมชนได้ช่วยกันหาทางออกในเรื่องนี้ ด้วยการจัดหาสถานที่ในการตากข้าวเปลือก เช่น ลานวัด สนามโรงเรียน ลานดินสาธารณของหมู่บ้าน ช่วยกันนะครับ อย่าให้เป็นข่าวแบบนี้ครับ ดราม่าตากข้าวเปลือก

Loading...

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)