foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ช่วงนี้อากาศวิปริตแปรปรวนนะครับ ทั้งพายุฝนฤดูแล้ง มีฝนฟ้าคะนอง ให้ระมัดระวังโตกันแหน่เด้อ อยู่กลางแจ้งให้ระวังฟ้าผ่า บ่ต้องสาบานกับไผกะอาจจะถูกแจ็คพอตได้ บ่ว่าคนหรือสัตว์เลี้ยง อย่าสิไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่เด้อบ่อนนี้แหละฟ้ามักลง หลายๆ ที่มีลูกเห็บตกกะมี แต่บ้านอาวทิดหมูคือมิดสี่หลี่แท้ล่ะ แห้งแล้งหลายหลูโตนกกไม้ใบเหี่ยวเบิดแล้ว ตักน้ำมาหดตอนเช้าบ่ทันพอเพลกะแห้งคือเก่า เทวดากะอย่าสิเฮ็ดบาปผู้ข้าหลาย หยอดมาทางนี้แหน่เด้อ ...😭🙏😁

: Our Sponsor ::

adv200x300 2

: Facebook Likebox ::

: Administrator ::

mail webmaster

: My Web Site ::

krumontree200x75
easyhome banner
ppor 200x75
isangate net200x75

No. of Page View

paya supasit

ju juใจบ่โสดาด้วยเว้าแม่นกะเป็นผิด ใจบ่โสดาดอมเว้าดีกะเป็นฮ้าย

        ## แม้นไม่สบอารมณแล้วจะพูดอย่างไรก็ไม่มีทางถูกใจได้ @อย่าทำร้ายจิตใจกันเลย ##

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

เว้าบ่ป่อง

คำร้อง/ทำนอง : ปิงปอง พงษ์อนันต์ 
ขับร้อง : ก้านตอง ทุ่งเงิน 

 

                      เรื่องของเฮากะจบไปโดนล่ะเด้
                     
(เรื่องของเราก็จบไปนานแล้ว)
         อ้ายกะเทให้เขาแล้วจนเบิ่ดใจ
          (พี่ก็เทใจให้เขาไปจนหมดแล้ว)
         ยอม หลีกทาง ให้เขากับอ้าย
          (ยอมหลีกทางให้เขากับพี่)
         ได้ฮัก ฮักกันให้พอ
        
(ได้รัก รักกันให้พอ)

                      แล้วมื้อนี้มาบอกว่าอ้ายยังฮัก
                        (แล้ววันนี้ มาบอกว่า พี่ยังรัก)
         กะจักว่าคิดจั่งได๋ สิกลับมาง้อ
          (ก็ไม่รู้ว่าพี่คิดยังไง จะกลับมาง้องอน)
         ผู้ได๋สิอิน นำคำอ้ายล่ะเนาะ
          (ใครล่ะจะเชื่อ กับคำของพี่ละหนา)
         เมื่อมันบ่เหลืออิหยังให้ขอ แล้วเด้ฮักเฮา
        
(เมื่อมันไม่เหลืออะไรให้ขออีกแล้วรักเรา)

                  * ก่อนจะใช้ถ้อยคำ กระทำต่อใจ
                      (ก่อนจะใช้ถ้อยคำ กระทำต่อใจ)
         กะคิดจักน่อย แนอ้ายก่อนบอกว่าฮักคือเก่า
        
(ก็คิกสักหน่อยนะพี่ ก่อนจะบอกว่ารักเหมือนเดิม)

                ** จั่งแม่นเว้าบ่ป่อง แท้น้อ บ่จำแนบ้อว่าเคยเฮ็ดอิหยังเอาไว้
                      (แหม.. พูดไม่คิดเลยนะ ไม่จำหน่อยหรือว่าเคยทำอะไรไว้)
         เว้าหม่นป่า ว่ายังฮักน้องหลาย ทั้งที่เป็นคนทำลายฮักเฮา
          (พูดเอาตัวรอดไปได้ว่า รักน้องมาก ทั้งที่เป็นคนทำลายรักเรา)
         เทน้องไปหาย้องผู้อื่น มื้อนี้สิบืนกลับมาขอเป็นคือเก่า
          (เทน้องไปยกย่องหญิงอื่น วันนี้จะฝืนกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม)
         กะส่างบ่คิด .... อยากอายคำเว้า ที่บอกว่าฮัก...คือเก่า
          (ก็ช่างไม่คิด ไม่อายคำพูดที่บอกว่า... รักเหมือนเดิม)
         จั่งแม่นเว้าบ่ป่อง
        
(ช่างพูดไม่คิดนะพี่จ๋า)

                             (ดนตรี....... ร้องซ้ำ *,**)

มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจดังนี้

เฮา = เรา (สองคน)
อ้าย = พี่ (ชาย)
กะจักว่า = ก็ไม่รู้ว่า
อิหยัง = อะไร
เฮ็ด = ทำ, กระทำ
ย้อง = ยกย่อง, ยอ
กะ = ก็
เบิ่ดใจ = หมดไป
จั่งได๋ = ยังไง อย่างไร
จั่งแม่น = แหม, ก็ช่าง
เว้า = พูด, คำพูด
บืน = กระเสือกกระสน, ดิ้นรน
โดนล่ะเด้ = นานแล้วนะ (ดน ก็ว่า)
ฮัก = รัก ความรัก
สิ = จะ
เว้าบ่ป่อง = พูดไม่คิด
หม่นป่า = บุกป่า (เอาตัวรอด)
คือเก่า = เหมือนเดิม

 

 

เพลงนี้จัดให้ตามคำขอของน้องสาวหล้า ผู้เพิ่นใช้คำแทนโตว่า "น้องอืดสืด" มักเพลงนี้เพราะเนื้อหาเข้ากับชีวิตเจ้าของ ที่เป็นคนหุ่นที่เข้าขั้นเรียกว่า "สาวอวบตอนปลาย" ว่าซั่น (อันนี้น้องกะว่าเองเด้อ) เมื่อขอมา อาวทิดหมู มักหม่วน ก็บ่กล้าขัดใจจัดให้ตามคำขอโดยพลัน เป็นตาหลูโตนน้องแท้น้อ ผู้บ่าวซุมนี้เป็นหยังจั่งบ่ฮักจริงใจ รูปธรรมนามธรรม มักฮักกันที่จิตใจดีงามดีกว่าเด้อ

kantong 11

โพสท์ไปใน Facebook Fanpage บ่พอคราวได้รับ inbox มาทักท้วงในโพสท์ว่า "เว้าบ่ป่อง" ไม่น่าจะตรงกับ "พูดไม่คิด" ก็เลยขอมาสรุปให้ฟัง ให้เข้าใจตรงกัน ดังนี้

ป๋อง น. รู แผ่นพื้นไม้มีรู เรียก ป่อง หรือ รู ไม้ที่ไม่มีโกน (โพรง) ข้างใน ได้แก่ พวกไม้ไผ่เรียก ไม้ป่อง. hollow (of wood like bamboo).

เว้า ว. พูด พูดเรียก เว้า พูดด้วยเรียก เว้านำ อย่างว่า เว้านำหมาหมาเลียปาก เว้านำสากสากวัดหัว (ภาษิต) พูดเกี้ยวพาราสี เรียก เว้าชู้ พูดไพเราะเรียก เว้าม่วน พูดหยาบเรียก เว้าเพอะ พูดประจบประแจงเรียก ปากเกลี้ยง อย่างว่า ปากเกลี้ยงเว้าเป็น หีเหม็นเว้าม่วน (ภาษิต). to talk.

ดังนั้นเมื่อนำเอาคำว่า เว้า+บ่+ป่อง ความหมายตรงๆ คือ พูดไม่ตรงรู(ประเด็น) พอดูในเนื้อหาของเพลงตามมิวสิกวีดิโอ ก็หมายถึง พูดไม่คิด (หน้าคิดหลัง) ว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้ก่อนหน้า ยังจะมีหน้ามาขอคืนดี ตามนี้นะครับ ขอบคุณที่สอบถามเข้ามา คนอื่นๆ จะได้เข้าใจตรงกันครับ

 

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

ดอกแค แม่คอย

ขับร้อง : สลา คุณวุฒิ 
คำร้อง/ทำนอง : รุทธนะ​ สุระพรรณ​ดี
เรียบเรียง/กีตาร์ : ติ๊ก ปานา 

     (กลอนขับลำนำ)

                  " ดอกแคนา  บานแล้วน้อ  คึดพ้อเด้
                  ก่อนฝนเท  ดอกแคหล่น  แม่ป่นปลา
                  ลวกดอกแค  ข้าวเหนียวจ้ำ  นั่งฮ่วมภาชน์
                  ดอกแคนา  บอกบักหล้า  ว่าแม่คอย... "

                        ขอบคุณเด้อแม่​ ที่เลี้ยงลูกมาจนใหญ่
                           (ขอบคุณครับแม่ ที่เลี้ยงลูกมาจนเติบใหญ่)
             บ่วาสิดนปานใด​ ภาพในใจบ่เคยลบลืม
              (ไม่ว่าจะนานเพียงใด ภาพในใจไม่เคยลืมเลือน)
             ลวกดอกแคท่ง ขุ้ยกินกับป่น น้ำตาลูกซึม
              (ลวกดอกแคนา ข้าวเหนียวปั้นตักกับป่นปลา น้ำตาลูกซึม)
             คึดฮอดมื้อฟ้าอึมครึม กับข้าวอีแม่​แซ่บเบิ่ดทุกอย่าง
            
(คิดถึงวันฟ้ามืดครึ้ม นั่งกินข้าวกับแม่อร่อยทุกอย่าง)

                        ยากแฮงเด้อแม่.. ดนแล้วบ่ได้เมือหา
                           (ช่วงนี้ลำบากนะแม่ นานแล้วไม่ได้กลับไปหา)
             เบอร์โทรลูกอยู่ข้างฝา มือถืออาม่าคงบ่ทันพัง
              (เบอร์โทรศัพท์ลูกเขียนไว้ข่้างฝา มือถือรุ่นอาม่าคงยังไม่พัง)
             คิดฮอดทุกคราว โทรบอกน้าสาวเบิ่งแทนทุกอย่าง
              (คิดถึงทุกคราว โทรบอกน้าสาวไปดูแลแทนไม่ห่าง)
             บักหล่ามาอยู่ไกลห่าง คายาก คาหยัง อุกอั่งหัวใจ
            
(ลูกชายมาอยู่ไกลห่าง ยุ่งยากนักหนา คับแค้นหัวใจ)

                      * อยู่ได้บ่ลูก.. เมื่อวานแม่โทรถามข่าว
                           (อยู่ได้ไหมลูก เมื่อวานแม่โทรถามข่าว)
             น้ำตาพังหย่าว เฮ็ดใจดนเติบ จึงตอบแม่ไป
               (น้ำตาร่วงกราว ทำใจอยู่นาน ค่อยตอบแม่ไป)
             ช่วงนี้กักโตอยู่ห้อง เฮ็ดเนื้อเค็ม​ส่งขายออนไลน์
              (ช่วงนี้กักตัวอยู่ห้อง ทำเนื้อเค็มส่งขายออนไลน์)
             บ่ต้องห่วงเด้อลูกอยู่ได้ ดีขึ้นยามใด๋สิฟ้าวเมือหา
            
(ไม่ต้องห่วงดอกลูกอยู่ได้ สถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไรจะรีบกลับไปหา)

                     ** ตีนซิ่นอีแม่​ ส่อยให้ลูกชายเข้มแข็ง
                            (ชายผ่้าถุงแม่ ช่วยให้ลูกชายเข้มแข็ง)
              ยามใด๋บักหล่าเบิ่ดแฮง บายเอามาเบิ่งแทนหน้า
               (ยามใดที่ลูกหมดแรง หยิบเอามาดูแทนหน้าแม่)
              เศษผ้าถุงคำหมาก เลี่ยมกันน้ำ ขึ้นคอบูชา
               (เศษผ้าถุงและชานหมากแม่หุ้มใส่กรอบกันน้ำ ห้อยคอบูชา)
              เก็บตังค์อีกจั๊กบึ๋ดก่อนนะ บักหล่าสิมากินข้าวกับแม่
             
(เก็บออมเงินเพิ่มอีกสักหน่อยก่อนหนา ลูกจะกลับมากินข้าวกับแม่)

                           (ดนตรี... ซ้ำ *, ** )

              ก่อนดอกแคสิร่วงหล่นลา สิฟ้าวกลับนา กินข้าวกับแม่
             
(ก่อนดอกแคจะร่วงหล่นลา จะรีบกลับนากินข้าวกับแม่...)

 

มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจดังนี้

บ่ = ไม่
ท่ง = ทุ่งนา
มื้อ = วัน
เบิ่ด = ทั้งหมด
เบิ่ง = ดู, ดูแล
อุกอั่ง = กลุ้มใจ, คับแค้นใจ
ดนเติบ = นานกว่าปกติ
ตีนซิ่น = ชายผ้าถุง
บาย = หยิบ, ฉวย
สิ = จะ
ขุ้ย = ลักษณะการตัก (โดยข้าวเหนียว)
อีแม่ = คุณแม่ (รักมาก)
ยากแฮง = ลำบากมาก
บักหล่า = ลูกชาย (คนสุดท้อง)
หย่าว = ทะลาย, ไหลหลาก
โต = ตัว
ส่อย = ช่วย, ช่วยเหลือ
จั๊กบึ๋ด = อีกสักหน่อย
ดน = นาน (เวลา)
คึดฮอด = คิดถึง
แซ่บ = อร่อย
เมือ = กลับ, หวนคืน
คายาก คาหยัง = ยุ่งยาก วุ่นวาย
เฮ็ด = ทำ, กระทำ
ฟ้าว = รีบ, เร่งรีบ
เบิ่ดแฮง = หมดเรี่ยวแรง

 

 

เพลงที่ฟังแล้วประทับใจ คึดฮอดบ้าน คึดฮอดป่นปลา ต้มดอกแค จ้ำป่น อีแม่เฮ็ดหยังให้กินกะแซบหลายๆ เพลง "ดอกแค แม่คอย" นี้แต่งจากเรื่องราวชีวิตจริงของ "โก๋ ร้อยวง" บรรจงขับร้องสะท้อนความคึดฮอดโดย ครูสลา คุณวุฒิ ฟังจบถึงกับทำให้อาวทิดหมูน้ำตาย้อยปกๆ คึดฮอดอีแม่ผู้จากไปหลายปีแล้ว หนุ่มสาวทางกรุงเทพฯ กรุงไทยบ่คึดฮอดบ้านเฮาบ่น้อ เสนอเพลงนี้เพราะความชอบเป็นการส่วนตัวในเนื้อหาเด้อครับ เพลงดีถึงสิบ่ฮอดล้านวิวกะส่างมันเถาะน้อ ขอบคุณ "บ้านครูสลา" ที่สร้างงานดีๆ มาให้ฟังครับ

sala 15

ดอกแคหล่น คิดฮอดถ้วยป่นอยู่บ้าน - ครูสลา เล่าที่มา ดอกแค แม่คอย

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

ดั่งดวงตะเว็น

ขับร้อง : ไมค์ ภิรมย์พร 
คำร้อง/ทำนอง : อาทิตย์ ศรีสุข 
เรียบเรียง : จิระวัฒน์ ปานพุ่ม 

 

                     คำว่าบ่เป็นหยัง คือคำที่คนผิดหวังเฮามักใช้
                    
(คำว่าไม่เป็นไร คือคำที่คนผิดหวังเรามักใช้กัน)
          เปล่งวาจาออกมายามได๋ กะเฮ็ดให้หาย คลายความอุกอั่ง
           (เปล่งวาจาออกมาเมื่อใด ก็ทำให้หาย คลายความกลุ้มใจ)
          เจอปัญหาที่คาดบ่เถิงให้แนมเบิ่งสายน้ำเป็นโตอย่าง
           (เจอปัญหาที่คาดไม่ถึง ให้มองดูสายน้ำเป็นตัวอย่าง)
          พ้อทางตันมากั้นมาขวาง แต่น้ำยังมีทางให้ไป
         
(พบทางตันมากั้นมาขวาง แต่สายน้ำก็ยังมีหนทางไหลไป)

                  * ดวงตะเว็น ยังขึ้น ทางทิศตะเว็นออก
                      (พระอาทิตย์ ยังขึ้นทางทิศตะวันออก)
         ปัญหาในทุกทุกอย่าง กะยังมีทางออก
          (ปัญหาในทุกทุกอย่าง ก็ยังมีทางออก)
         ใจโทรมโทรม ที่เคยช้ำชอก สู้เด้อ น้อง
          (ใจโทรมโทรมที่เคยช้ำชอก สู้ต่อไปนะน้อง)
         หากความเหงาเพิ่มพูน อยู่บนความเดียวดาย
          (หากความเหงาเพิ่มพูน อยู่บนความเดียวดาย)
         ที่เพิ่งสุดท้ายกะคือโตเจ้าของ
          (ที่พึ่งสุดท้ายก็คือตัวเจ้าของ)
         พักแล้วสู้ใหม่ ดั่งในทุกเช้า แสงยังส่อง
          (พักแล้วสู้ใหม่ ดั่งในทุกเช้าที่แสงยังส่อง)
         ฮู้หน้าที่เจ้าของ ดั่งดวงตะเว็น
        
(รู้หน้าที่ตัวเอง ดั่งดวงตะวัน)

                     บ่มีต้นไม้ต้นได๋ ที่บ่เคยใบร่วงหล่น
                        (ไม่มีต้นไม้ต้นใด ที่ไม่เคยมีใบร่วงหล่น)
         เช่นเดียวกับคนทุกคน
          (เช่นเดียวกับคนทุกคน)
         ที่ต้องผจญเจอความผิดหวัง
          (ที่ต้องผจญกับความผิดหวัง)
         เข้มแข็ง เข้มแข็ง เด้อน้อง บ่ว่า สิเกิดอิหยัง
          (เข้มแข็งเอาไว้นะน้อง ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร)
         อดสาสู้หายใจอยู่ อย่าถอยหลังให้คนส่า เด้อ
         (อดทนสู้เมื่อหายใจอยู่ อย่าถอยหลังให้คนเขาถากถางเยาะเย้ย นะ)

                     (ซ้ำ * ดนตรี... และ *, *)

         ฮู้หน้าที่เจ้าของ ดั่งดวงตะเว็น
        
(รู้หน้าที่ตัวเอง ดั่งดวงตะวัน)

 

มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจดังนี้

บ่เป็นหยัง = ไม่เป็นไร
ยามใด๋ = เมื่อใด
อุกอั่ง = กลุ้มใจ, คับแค้นใจ
แนมเบิ่ง = มองดู, เพ่ง, ดู
ดวงตะเว็น = พระอาทิตย์, ดวงตะวัน
ฮู้ = รู้, รู้จัก
อิหยัง = อะไร
เฮา = เรา, พวกเรา
กะ = ก็
บ่ = ไม่
โตอย่าง = ตัวอย่าง
ตะเว็น = ตะวัน
เจ้าของ = ตนเอง, ตัวเอง
อดสา = อดทน
มัก = ชอบ
เฮ็ด = ทำ, กระทำ
เถิง = ถึง
พ้อ = พบ, เจอ
โต = ตัว
สิ = จะ
ส่า = ร่ำลือ, กล่าวถึง (มักจะทางไม่ดี)

 

 

ดั่งดวงตะเว็น (ดังดวงอาทิตย์) เพลงให้กำลังใจสู้ไม่ท้อไม่ถอยในภาวะลำบากเช่นนี้ ของนักร้องขวัญใจผู้ใช้แรงงาน ไมค์ ภิรมย์พร ที่เข้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบากในภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 หลายคนตกงาน ไม่มีงานทำ รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต การหวนกลับบ้านเกิดเพื่อพลิกฟื้นผืนดินในบ้านเกิดก็ยังเป็นหนทางหนึ่งที่สามารถทำได้อยู่นะ แต่... ต้องเป็นเกษตรกร ที่ทำเกษตรกรรมยุคใหม่ใช้สมองให้มากขึ้น [ คลิกไปอ่านที่นี่ ]

mike 18

กลับมาบ้านนาเฮากันเด้อ

redline

backled1

 

song word

ารเรียนรู้ภาษาอีสานจากเพลง น่าจะเป็นหนทางที่ผู้เรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เพราะได้ยินสำเนียงเสียงอีสานจากนักร้อง บางเพลงก็ยังเรียนรู้ความหมายของคำได้ จากละครในมิวสิกวีดิโอได้อีกด้วย ตามคำขอครับสำหรับแฟนๆ ที่ชอบเพลงอีสานแต่ฟังแล้วเข้าใจความหมายได้ไม่หมด ก็ทำให้ความรู้สึกซาบซึ้งในดนตรีนั้นลดน้อยลง อยากจะทราบเนื้อหาเพลงใด ของนักร้องคนใด ก็บอกกันมาครับ ส่งอีเมล์ไปที่ webmaster (@) isangate.com จะได้นำมาเสนอเป็นลำดับต่อไป ขอแจ้งให้ทราบว่า ผู้จัดทำไม่ได้มีความต้องการโปรโมทเพลงนักร้องคนใด ค่ายใดทั้งสิ้น เพลงที่ถูกคัดเลือกมานำเสนอ จะต้องมีภาษาอีสานแทรกอยู่จำนวนหนึ่ง ที่แฟนเพลงบางท่านอาจไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง ฟังแล้วม่วนแต่บ่เข้าใจ จึงจะได้รับการคัดเลือกมาลงในหน้านี้ครับ

 

แรงก้อนสุดท้าย

คำร้อง/ทำนอง : สลา คุณวุฒิ 
ขับร้อง : มนต์แคน แก่นคูน 

 

                      คุยกับเม็ดเหงื่อทุกเมื่อยามล้า
                     
(คุยกับเม็ดเหงื่อทุกเมื่อยามล้า)
          ปลอบใจน้ำตาที่มันแอบไหลในบางคราว
            (ปลอบใจน้ำตาที่มันแอบไหลในบางคราว)
          สำรวจความจำในทุกพื้นที่ใจเรา
            (สำรวจความจำในทุกพื้นที่ใจเรา)
          เจอแต่รอยเท้าของความผิดหวัง
          
(เจอแต่รอยเท้าของความผิดหวัง)

                      ตรงนี้เมืองใหญ่ไม่ใช่บ้านเฮา
                        (ตรงนี้เมืองใหญ่ไม่ใช่บ้านเรา)
          ต้องเสียค่าเช่าด้วยเหงื่อด้วยเหงาด้วยกำลัง
           (ต้องเสียค่าเช่าด้วยเหงื่อด้วยเหงาด้วยกำลัง)
          คำว่าสักวันไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง
           (คำว่าสักวันไม่เคยเห็นสักครั้ง)
          เราจะกลับหลังย้อนรอยเมื่อวาน หรือดันทุรังสู้ไป
         
(เราจะกลับหลังย้อนรอยเมื่อวาน หรือดันทุรังสู้ไป)

                      บ่อยากสิเอากระดูกกลับบ้าน
                        (ไม่อยากจะเอากระดูกกลับบ้าน)
          แต่อยากสิเอาความฝันกลับนา
           (แต่อยากจะเอาความฝันกลับนา)
          กลับบ้านในวันที่มีแรงฟันฝ่า
           (กลับบ้านในวันที่มีแรงฟันฝ่า)
          กลับไปหาอ้อมกอดของใจ
           (กลับไปหาอ้อมกอดของใจ)
          ปรับขนาดความฝันให้เล็กลง ให้มันตรงกับที่เราทำได้
           (ปรับขนาดความฝันให้เล็กลง ให้มันตรงกับที่เราทำได้)
          เก็บแรงก้อนสุดท้าย กลับไปหา ไปกอดความสุขใจที่บ้านเฮา
         
(เก็บแรงก้อนสุดท้าย กลับไปหา ไปกอดความสุขใจที่บ้านเรา)

                      เสียงแคนลายเศร้าเอิ้นเฮาคืนบ้าน
                         (เสียงแคนลายเศร้าเรียกเราคืนกลับบ้าน)
          ดอกติ้วดอกจานอ้อมกอดถิ่นฐานยังคอยเรา
           (ดอกติ้วดอกจานอ้อมกอดถิ่นฐานยังคอยเรา)
          บ้านนอกยังสวยถ้าไม่หวังรวยแข่งใครเขา
            (บ้านนอกยังสวยถ้าไม่หวังรวยแข่งกับใครเขา)
          ขอดเก็บแรงเรา ย้อนคืนบ้านนา ซ่อมฝันสร้างชีวิตใหม่
         
(ออมเก็บแรงของเรา ย้อนคืนบ้านนา ซ่อมฝันสร้างชีวิตใหม่)

                      บ่อยากสิเอากระดูกกลับบ้าน
                         (ไม่อยากจะเอากระดูกกลับบ้าน)
           แต่อยากสิเอาความฝันกลับนา
            (แต่อยากจะเอาความฝันกลับนา)
           กลับบ้านในวันที่มีแรงฟันฝ่า
             (กลับบ้านในวันที่มีแรงฟันฝ่า)
           กลับไปหาอ้อมกอดของใจ
            (กลับไปหาอ้อมกอดของใจ)
           ปรับขนาดความฝันให้เล็กลง ให้มันตรงกับที่เราทำได้
            (ปรับขนาดความฝันให้เล็กลง ให้มันตรงกับที่เราทำได้)
           เก็บแรงก้อนสุดท้าย กลับไปหา ไปกอดความสุขใจที่บ้านเฮา
          
(เก็บแรงก้อนสุดท้าย กลับไปหา ไปกอดความสุขใจที่บ้านเรา)

           อยู่แบบเราๆ ความสุขราคาบ่แพง
          
(อยู่แบบเราๆ ความสุขราคาไม่แพง)

 

มีคำภาษาอีสานที่น่าสนใจดังนี้

เฮา = เรา
เอิ้น = เรียก, เรียกร้อง

บ่ = ไม่
ขอด = ขมวด, เก็บออม

สิ = จะ


 

 

monkan 14

เพลง "แรงก้อนสุดท้าย" ของ มนต์แคน แก่นคูณ เพลงนี้มีคำภาษ๋าอีสานไม่กี่คำ แต่อาวทิดหมูก็อยากนำเสนอ เพราะหวนนึกถึงตอนที่เคยไปขายแรง แบกความหวังไปเมืองกรุงมุ่งขายแรงงาน หวังจะได้มีทุนรอนกลับมาจุนเจือทางบ้าน พอมีเงินเก็บบ้างเพื่อมาสู่ขอคนเคยฮักมาร่วมสร้างชีวิตด้วยกัน เป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่... สุดท้ายก็ล้มเหลว ไม่ได้มีเงินทองมากมายดังที่หวัง แถมยังชอกช้ำที่ตลอดเวลาที่ทุ่มเทไปนับสิบปีนั้น คนฮักก็ตีจากไปหาหนุ่มลูกกำนันผู้ร่ำรวยไปเสียแล้ว เพลงนี้เป็นบทเรียนสอนใจได้ว่า ถ้าเรามีแรงแล้วทุ่มเทให้กับท้องทุ่งนาที่บ้าน เราก็มีโอกาสลืมตาอ้าปาก มีสุขได้เพราะบ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ พืชผัก ปูปลา มีให้หากินได้อย่างเป็นสุข กลับบ้านเราเถิดนะก่อนที่จะหมดแรงไปเสียก่อน

 

redline

backled1

 

isan word tip

isangate net 345x250

ppor blog 345x250

adv 345x200 1

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่ประตูอีสานบ้านเฮา เว็บไซต์ของเรา ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)